- 05 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
น่าน – สหพันธ์ภาคเหนือยื่นขอพักชำระหนี้ ธ.ก.ส. อ้างได้รับความเดือดร้อนจากการทวงคืนผืนป่า
“สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ” รวมตัวยื่นหนังสือถึง ธ.ก.ส.สาขาน่าน ขอพักชำระหนี้แก่เกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าจากรัฐบาล หากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา เตรียมเคลื่อทัพกดดันกระทรวงทรัพฯและ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพร่วมกับ “พีมูฟ”
วันที่ 5 มีนาคม 2561 สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” สาขาน่าน มีสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จำนวน 100 คน นำโดย นายสิทธิพล สอนใจ แกนนำพร้อมกับสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ได้เข้ายื่นหนังสือแถลงการณ์ถึงผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาน่าน เพื่อขอให้พักการชำระหนี้และดอกเบี้ยของเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าจากรัฐบาล โดยมี นางสาวสุรีย์ศรี ไชยวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.สาขาน่าน เป็นผู้รับหนังสือเรียกร้องดังกล่าว พร้อมกับได้เชิญเกษตรกรผู้เรียกร้องเข้าไปเจรจา โดย ธ.ก.ส.น่าน จะส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาต่อไป
โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เคยได้ยื่นหนังสือที่สำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” สาขานาน้อย มาครั้งหนึ่งแล้ว เพื่อขอให้พักการชำระหนี้และดอกเบี้ยของเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าจากรัฐบาล แต่ยังไม่มีความชัดเจนใดๆเกิดขึ้น จึงได้มายื่นต่อ ธ.ก.ส.สาขาน่าน หากไม่ได้รับการพิจารณาการแก้ไขเยียวยา ภายในเดือนเมษายนนี้ จะมีการยกระดับการเรียกร้องไปที่ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ ที่กรุงเทพฯ ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ต่อไป
โดยการเดินทางมาเรียกร้องครั้งนี้ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ได้ออกแถลงการณ์เพื่อขอให้พักการชำระหนี้ ของเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่าจากรัฐบาล ว่า ตามที่มี คำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่องการปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าไม้ ลงวันที่ 14 มิถุนายน2557 โดยสั่งให้ดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้บุกรุก ยึดถือครอบครอง ทำลาย หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่า รวมทั้งผู้สมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ ให้ได้ผลอย่างจริงจังในทุกพื้นที่ ทุกหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ
ต่อมา ได้มีคำสั่งให้ดำเนินการยึดพื้นที่ทำกินของกลุ่มเกษตรกรสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือพื้นที่อำเภอนาน้อย จำนวน 48 ครอบเรือน โดยการไปร้องทุกข์กล่าวโทษและแจ้งข้อกล่าวหา แก่เกษตรกรดังกล่าว ว่าบุกรุกและทำลายสวนป่าของรัฐต่อ เจ้าพนักงานสอบสวน สภ.นาน้อย จังหวัดน่าน พร้อมสั่งห้ามไม่ให้เกษตรกรเข้าไปดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ทำกินที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดี เป็นเวลาติดต่อกันมากกว่า 2 ฤดูการผลิตแล้ว การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ได้สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรเป็นอันมาก เช่น ทำให้ไม่มีที่ทำกิน ขาดโอกาสในการประกอบอาชีพ ไม่มีรายได้ หนี้สินเพิ่มขึ้น ฐานะยากจนลง คุณภาพชีวิตไม่ดี และไม่มีเงินชำระหนี้ธนาคาร
ผลกระทบของการทวงคืนที่ดินทันทีนั้น ทำให้ไม่สามารถ เข้าไปทำกินในพื้นที่ ส่งผลให้เกษตรกร มีมูลหนี้รวม 18,035,378.87 บาท (สิบแปดล้านสามหมื่นห้าพันสามร้อยเจ็ดสิบแปดบาทแปดสิบเจ็ดสตางค์ ) ไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ ธ.ก.ส. ได้ตามกำหนด ดังนั้น สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ จึงใคร่ขอให้ทาง ธกส. พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรดังต่อไปนี้
1. ขอให้พักชำระหนี้เกษตรกรตามบัญชีรายชื่อแนบท้ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นระยะเวลา 10 ปี
2. ในระหว่างการพิจารณาพักชำระหนี้ ขอให้หยุดการติดตามทวงหนี้และห้ามมิให้มีการปรับชั้นคุณภาพลูกหนี้ของเกษตรกรจนกว่าจะมีข้อยุติ
3. ขอให้ธกส.สนับสนุนส่งเสริม การฟื้นฟูอาชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรลูกค้าดังกล่าว
เพื่อเป็นการแก้ไขและเยียวยาต่อผู้ได้รับผลกระทบ จากนโยบายของรัฐบาลได้ทันท่วงทีและตอบสนองความต้องการของเกษตรกรอย่างแท้จริง จึงขอให้ทาง ธกส.จังหวัดน่าน โปรดได้พิจารณาข้อเรียกร้องภายในเดือนเมษายน 2561 หากพ้นกำหนดในห้วงเวลาดังกล่าวไป และปัญหาของสมาชิกสหพันธ์ ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยา ทางสหพันธ์ฯจะขอยกระดับการเรียกร้องไปที่ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ต่อไป
ซึ่งหลังจากมาการยื่นหนังสือแล้วเสร็จ ทางสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ได้เดินทางไปที่ห้องประชุม 1 วิทยาลัยชุมชนน่าน เพื่อหารือและวางแผนเตรียมการในการเรียกร้อง หากไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาการการเรียกร้องครั้งนี้ภายในเดือนเมษายน 2561 ก็จะมีการเดินทางไปเรียกร้องที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ธ.ก.ส.สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพ ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 ต่อไป
ภาพ/ข่าว รดา บุญยะกาญจน์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.น่าน
