ประกาศชัด!!! จังหวัดแพร่ร่วมกับนักวิชาการแม่โจ้  ขานรับนโยบายรัฐ”ประยุทธ”ที่วางแผน 20 ปี ที่มีการพัฒนาให้ไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

ตามที่จังหวัดแพร่ โดยนายนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ มีนโยบายเปลี่ยนพื้นที่เกษตรกรรมแบบดั้งเดิมให้เป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้า โดยหวังว่าจังหวัดแพร่จะเป็นฐานการผลิตอาหารที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศและบริโภคภายในได้อย่างเพียงพอ นั่นหมายถึงรายได้ของเกษตรกรที่จะเพิ่มสูงขึ้นกว่าทำการเกษตรแบบเดิมๆ และลดการเจ็บป่วยที่เกิดจากอาหาร เช่น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ฯลฯ ได้อีกด้วยโดยมีแนวทางการสร้างอาหารปลอดภัยก็คือการกินอาหารเป็นยาทำให้ไปสถิติการเจ็บป่วยลดลง และเกษตรกรก็จะมีรายได้สูงกับสินค้าที่ตลาดทั่วโลกต้องการ และเมื่อวันที่ 5 เมษายน จังหวัดแพร่ จัดให้มีการอบรมหลักสูตรมาตรฐานอินทรีย์สากล โดยมีนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหลักสูตรมาตรฐานอินทรีย์สากลที่ห้องประชุมโรงแรมแพร่นครา อ.เมือง จ.แพร่ มีนายสุกรี อยู่สุข คณบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการและความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแนวคิดของเกษตรกรกลับมาทำการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมี 100% โดยทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้- แพร่ เฉลิมพระเกียรติ จะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานวิชาการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรที่สนใจ ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีรองศาสตราจารย์ดนุวัต เพ็งอ้น ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ มาเป็นวิทยากรให้ความรู้กับเกษตรกรที่ให้ความสนใจเปลี่ยนแนวทางการผลิตด้วยมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ระดับสากลในรุ่นที่ 1 จำนวน 100 คน

รองศาสตราจารย์ดนุวัต เพ็งอ้น ผู้อำนวยการสถาบันบริการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า การที่ระบบเกษตรอินทรีย์ที่มีมาตรฐานสากลยังไปไม่ได้ในประเทศไทยเป็นเพราะเกษตรกรที่ยังเคยชินกับการใช้สารเคมีและไม่มีความรู้พอที่จะพื้นฟูพืชโดยไม่ใช้เคมี อีกทั้งนโยบายของรัฐที่ไม่แน่นอนรวมทั้งกระบวนการส่งเสริมในระดับท้องถิ่นหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลชุดปัจจุบันที่มีการวางแผน 20 ปีที่มีการพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งถ้าเราสามารถทำผลผลิตในประเทศให้เป็นเกษตรอินทรีย์ 100 % ประเทศจะสามารถลดงบประมาณในการดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างมหาศาล ไม่ต้องสร้างโรงพยาบาลเพิ่ม ไม่ต้องสร้างแพทย์และหน่วยบริการทางการแพทย์เช่นทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าการบริหารประเทศเดินทางมาแบบที่ผิด การปรับให้ห่วงโซ่อาหารของคนไทยปลอดภัยตั้งแต่ต้นน้ำ มาถึงการปรุงอาหารและการบริโภคก็จะลดปัญหาอันตรายต่อสุขภาพไปได้มาก สิ่งที่จะได้กลับมาคือ ผลผลิตทางการเกษตรของไทยจะกลับมามีปริมาณเพิ่มขึ้นในตลาดโลก ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น การทำความเข้าใจและเปลี่ยนแนวคิดเกษตรกรจึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำก่อน ซึ่งวันนี้แพร่เริ่มแล้ว ไม่เกิน 3 ปี เราก็จะมีเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ที่มีมาตรฐานระดับสากลได้ โดยทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ฯ แพร่ และเชียงใหม่ ก็จะเป็นสถาบันที่เน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์มาตรฐานสากลเป็นพี่เลี้ยงให้กับเกษตรกรตลอดไป พร้อมทั้งเป็นหน่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีศักยภาพการตลาดแบบใหม่ไปพร้อมๆกัน

ทางด้านผู้นำเกษตรกรที่เข้าร่วมสัมมนาอย่าง นายเนตร ศรีทา ผู้นำเกษตรกรบ้านแม่ทราย อ.ร้องกวาง จ.แพร่ กล่าวว่า อุปสรรคปัญหาของพี่น้องในช่วงต้นของการทำเกษตรอินทรีย์จะมีอุปสรรคมากไม่สามารถประกาศให้ผลผลิตของตนเองเป็นเกษตรอินทรีย์ได้เลย เนื่องจากแปลงเกษตรกรข้างเคียงยังคงใช้สารเคมีอย่างเข้มข้น เคมีเกษตรที่มีอันตรายจะฟุ้งไปทั้งในระบบน้ำธรรมชาติ อากาศและดิน ในที่สุดผลผลิตเกษตรอินทรีย์สามารถประกาศได้เพียงเป็นในระดับปลอดภัยเท่านั้น

ภาพ/ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่