- 07 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7เม.ย. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนาธร หรือเอก จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจกลุ่มไทยซัมมิทผู้ยื่นจดตั้งพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานชายคนโตของ นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรพร้อมด้วยคณะได้เดินทางมาจังหวัดตรัง ซึ่งไม่มีวาระอย่างเป็นทางการโดยมีนายณิชเชฎฐ์ หรือเก่ง นิลสวัสดิ์ อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร(ส.ส.) จ.ตรัง พรรคเพื่อแผ่นดินและพรรคภูมิใจไทย ประกบคู่คอยให้การต้อนรับส่วนนายระลึก หลีกภัย น้องชายของ นายชวน หลีกภัยอดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์รับเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารมื้อเช้าให้กับคณะ ที่ร้านเลตรัง ถนนราชดำเนิน(เขตเทศบาลนครตรัง)
ต่อมานายธนาธร หรือเอก พร้อมด้วยคณะได้เดินทางไปสักการบูชาอนุสาวรีย์พระยารัษฏานุประดิษฐ์อดีตเจ้าเมืองตรังและบิดายางพาราของไทยเพื่อความเป็นสิริมงคลและเดินทางต่อสักการะศาลเจ้าท่ามกงเยี๋ยซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวตรังเคารพ พร้อมร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าที่วัดทุ่งหวังต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง พร้อมพบปะและพูดคุยกับชาวบ้านก่อนที่ช่วงบ่ายจะเข้าร่วมประชุมเสวนาการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจ และการเมืองตรังเพื่อหาทางออกในปัญหาต่างๆพร้อมวางแผนการทำงานในอนาคตต่อไปที่ห้องประชุมโรงกาแฟมาเจอนี่ จ.ตรัง โดยมีกลุ่มนักการเมือง ประชาชน ผู้ประกอบการฯลฯ ร่วมเข้าร่วมการเสวนา
นายธนาธร หรือเอกให้สัมภาษณ์ว่าตั้งแต่ผมเริ่มปวารณา ลงเล่นพรรคการเมืองก็ยังไม่เคยลงพื้นที่ต่างจังหวัดเลยนี่ก็เป็นการลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อรับฟัง เพื่อเข้าใจปัญหาของท้องถิ่น เพื่อได้พบปะประชาชนในท้องถิ่นจริงๆเป็นครั้งแรก ก็ดีใจครับ ในการเดินทางมาจังหวัดตรังในครั้งนี้ ก็ได้คุณเก่งให้เกียรติต้อนรับผมและก็พาไปดูวัฒนธรรมการเป็นอยู่ชีวิตของคนตรังซึ่งผมก็มีความยินดีและก็ได้เรียนรู้อะไรมากมายในรอบ 2วันที่ผ่านมาตอนนี้เราอยู่ระหว่างกำลังจะขอ คสช. ในการประชุมการตั้งพรรคอย่างเป็นทางการครั้งที่1 ซึ่งเราคาดหวังว่า คสช. เขาจะอนุมัติ และน่าจะเริ่มประชุมพรรคครั้งที่ 1ได้ในปลายเดือนพฤษภาคมจนถึงต้นเดือนมิถุนายน
นายธนาธร กล่าวต่อไปว่าเมื่อลงมาท้องถิ่นแล้วก็ต้องพูดถึงหนึ่งในนโยบายหลัก คือการกระจายอำนาจท้องถิ่นได้บริหารจัดการตนเองเมื่อเช้าผมมีโอกาสได้คุยกับผู้ประกอบการในท้องถิ่นซึ่งผมเห็นความคิดสร้างสรรค์เห็นพลังเต็มไปหมดเลยและผมเชื่อว่าสิ่งที่ท้องถิ่นต้องการกำหนดอนาคตตนเองสิทธิและเสรีภาพในการในการจัดการตนเองในเรื่องนี้ก็คือจะต้องโอนถ่ายอำนาจโอนถ่ายความรับผิดชอบจากรัฐส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นให้เป็นจริงให้ได้อันนี้นี้เป็นนโยบายกรอบการทำงานหลักของพรรคเรา
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถูกมองว่าการเดินทางมา จ.ตรัง ครั้งนี้ มาตีเมืองหลวง นายชวน หลีกภัยประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ หรือเปล่า นายธนาธร ปฏิเสธทันควันไม่ได้เป็นอย่างนั้นพอดีที่นี่พร้อมที่สุดเราได้รับเชิญจากคุณเก่งซึ่งเมื่อได้รับเชิญมาเราก็เห็นว่าเราก็มีเวลาประจวบเหมาะพอดีก็เลยลงมาที่นี่เป็นที่แรกยังไม่มีพรรคเลยครับ เดี๋ยวมีการจดจัดตั้งพรรคแล้วเราค่อยมาพูดถึงการสรรหาตัวผู้สมัครอีกครั้งคงต้องเรียนอย่างนี้ผมต้องการเรียนรู้และต้องการรับทราบปัญหาจริงๆของผู้ประกอบการในภาคใต้ซึ่งการที่เราอยู่ในกรุงเทพเราไม่สามารถเข้าถึงข้อเท็จจริงได้เราไม่สามารถรับฟังเสียงได้ตรงนี้เราคิดว่าเป็นการรับฟังเป็นหลักและพื้นที่จริงๆมีปัญหาอะไรบ้าง
นายธนาธร กล่าวอีกว่าสำหรับทิศทางของจังหวัดตรัง ถ้าดูถึง GDP ต่อหัวในภาคใต้จังหวัดตรังอยู่ในจังหวัดกลางๆ ซึ่งจังหวัดที่สูงที่สุดในภาคใต้ถือจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดที่มี GDP ต่ำสุดคือนรา เราจะเห็นได้ว่าจังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีรายได้ปานกลางถ้าเทียบกับภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดตรังคือเศรษฐกิจการเกษตรที่ใหญ่ที่สุด และมีภาคที่สำคัญอื่นๆที่สำคัญ เช่น ภาคการค้าปลีก แต่ภาคที่น่าสนใจที่สุดคือภาคการท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในจังหวัดตรัง ดังนั้นเราก็อยากจะดูเป็นพิเศษว่าภาคการท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้อย่างไรบ้างก็ต้องเข้ามารับฟังปัญหา
ส่วนประเด็นถูกมองว่าเป็นหลานชายคนโตของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรคมนาคม สมัยรัฐบาลนายทักษิณชินวัตร อันนี้ไม่มีปัญหาเลยครับ ผมไม่ได้คุยกับคุณอามานานแล้วในเรื่องของการเมืองไม่คิดว่าเป็นประเด็นแต่อย่างใดอันนี้ผมก็ชี้แจงไปหลายครั้งแล้วให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับให้เวลาเป็นตัวตอบคำถามดีกว่าครับ
นายธนาธร กล่าวในตอนท้ายว่าปัจจุบันผมเป็นรองประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท (ผู้ประกอบชิ้นส่วนรถยนต์และจักรยานยนต์) เป็นภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของประเทศไทยซึ่งกำลังจะลาออกในไม่ช้าเมื่อมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่เมื่อมีการประกาศวันเลือกตั้งที่ชัดเจน ผมก็จะลาออกจากการทำงานในสายธุรกิจเพื่อให้เวลาเต็มที่กับการทำงานด้านการเมืองถึงตรงนี้ ผมอยากจะฝากให้รัฐบาล คสช.ปลดล็อคกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดไม่ว่าจะประชาชนก็ดีกับพรรคการเมืองก็ดี เรากำลังเข้าสู่การเลือกตั้ง ประเทศไทยควรจะมีเสรีภาพในการแสดงออกในการแสดงออกความคิดเห็นซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพพื้นฐานของประชาชนถ้าไม่มีเสรีภาพไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมืองแสดงความคิดเห็นต่อสาธารณะได้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นก็จะไม่สง่างาม.
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดตรัง
