- 07 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังพื้นที่ บ้านเขาลูกช้าง ต.ทุ่งเบญจา อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี หลังได้รับแจ้งจาก นายพิชิต ชนะสิทธิ์ อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/3 ม.14 ต.ทุ่งเบญจา ว่ามีพายุฤดูร้อนพัดถล่มสวนผลไม้ของตนเองหักโค่น ผลผลิตทุเรียนหมอนทองใกล้เก็บเกี่ยว ถูกแรงลมพายุซัดปลิวร่วงหล่นได้รับความเสียหายกว่า 7 ตัน รวมค่าความเสียหายกว่าล้านบาท เมื่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปถึงพบนายพิชิต เจ้าของสวนผลไม้ และได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบ บริเวณที่มีต้นทุเรียนโดนพายุได้รับความเสียหาย ซึ่งจากการตรวจสอบพบเป็นต้นทุเรียนพันธ์หมอนทอง อายุกว่า 40 ปี จำนวน 3 ต้น ถูกแรงลมพัดหักโค่นล้มแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งแต่ละต้นมีผลผลิตทุเรียนแก่ใกล้เก็บเกี่ยวได้ในเร็วๆนี้
โดยเฉลี่ยราคาขาย ณ.ปัจจุบันอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท คิดเป็นค่าความเสียหายเฉพาะผลผลิตทุเรียนที่อยู่ในต้นที่ล้มหักโค่นทั้ง 3 ต้น ประมาณ 234,000 บาท นอกจากนี้ยังมีผลผลิตทุเรียนสายพันธ์หมอนทอง ภายในสวนเนื้อที่กว่า 80 ไร่ และมีผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวได้ในเดือน เมษายน ถูกกระแสลมแรงซัดลูกปลิวล่วงหล่นได้รับความเสียหายประมาณ 7 ตัน โดยคิดเป็นมูลค่าความเสียหายโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทเศษ โดยนายพิชิต เจ้าของสวนทุเรียน ยังบอกอีกว่า ผลผลิตทุเรียนหมอนทองที่ถูกลมพัดล่วงหล่นจำนวนกว่า 7 ตันนี้ มีอายุประมาณ 70-80 วัน นับว่าเป็นทุเรียนแก่ใกล้จะเก็บขายได้
แต่ตนเองไม่ได้นำออกไปขายแม้ว่าจะมีพ่อค้าหัวใส มาติดต่อขอซื้อถึงที่บ้านในราคาสูงเท่ากับทุเรียนปกติก็ตาม ทั้งนี้ด้วยจรรยาบรรณของชาวสวนจึงไม่ต้องการให้ที่เรียนเหล่านี้ออกไปสู่ตลาด ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อกลไกของราคา และอาจจะทำให้ราคาผลผลิตมีราคาตกต่ำลงเพราะความเห็นแก่ตัวนำทุเรียนด้อยคุณภาพไปขายให้กับผู้บริโภค โดยทุเรียนหมอนทองทั้งหมด จะนำมาชุบน้ำยาป้องกันเชื้อรา ซึ่งเกิดกับทุเรียนที่มีหนามช้ำ จากนั้นจะนำมาป้ายน้ำยาเร่งสุก เมื่อทุเรียนสุกได้ที่จะทำการแกะเอาเนื้อสดมาเตรียมแปรรูปเป็นทุเรียนกวน ไว้แจกจ่ายให้กับญาติและคนรู้จัก
ภาพ/ข่าว ปริญญา เกษราธิกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จันทบุรี
