- 09 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 9 เม.ย.เกษตรกรบ้านหนองบัวลี ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ 7ครอบครัว นำหลักฐานเป็นบัญชีการขายผักบุ้ง และสัญญาเงินกู้ ไปร้องต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.หนองหงส์ ให้ช่วยติดตามเงินขายผักบุ้งกับบริษัทแห่งหนึ่ง หลังสหกรณ์ อ.หนองหงส์ เป็นผู้ติดต่อมาเป็นคู่สัญญารับซื้อ
แต่กลับไม่ได้เงินตามที่ตกลง จนกระทั่งเวลาผ่านล่วงมานานร่วม 3 เดือน ยังไม่มีการจ่ายเงินที่จะได้รับรายละ 5,000-50,000 บาท เฉพาะเงินกลุ่มเกษตรกร 7 คนรวมเป็นเงินกว่า 200,000 บาท ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีเงินไปชำระหนี้สินที่กู้มาลงทุน และเงินค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน
นางพนารัตน์ อำไพ อายุ 53 ปี เกษตรกรบ้านหนองบัวลี หนึ่งผู้เสียหาย บอกว่า เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา สหกรณ์หนองหงส์ ได้นำโครงการปลูกผักมานำเสนอ โดยจะมีบริษัทชื่อ BIGHUK อยู่ที่จังหวัดขอนแก่น มาประกันราคาผลผลิตให้ โดยมีโปรแกรมการปลูกผักหลายชนิด มีทั้งมะเขือ ถั่วฝักยาว และผักอื่นๆอีกหลายชนิด มีชาวบ้านสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการกว่า 30 ครอบครัว
โดยคุ้มของพวกตนจับกลุ่มกันได้ 7 ครอบครัว เลือกเอาโปรแกรมปลูกผักบุ้ง ซึ่งบริษัทประกันราคา กก.ละ 25 บาท พวกตนจึงเริ่มวางแผน โดยบริษัทยังได้นำพันธุ์ผักบุ้งมาให้อีกด้วยจนกระทั่งนัดปลูกผักบุ้งในวันที่ 21 ธ.ค.60
นอกจากนี้บริษัทยังได้บังคับให้ซื้อปุ๋ยของบริษัทโดยผ่านสหกรณ์หนองหงส์ รายละ 2,000-6,000 บาท โดยให้จ่ายเงินในภายหลัง ทำให้เกษตรกรมั่นใจและมีความหวังจะขายผักบุ้งได้ในราคาประกัน
โดยก่อนจะถึงวันเก็บผักบุ้ง ได้มีตัวแทนบริษัทมานัดหมายนัดวันส่งผักบุ้ง และได้เริ่มเก็บผักบุ้งในวันที่ 28 ม.ค.61 โดยมีตัวแทนของสหกรณ์หนองหงส์ เข้ามาควบคุมดูแลการขนส่ง
แต่หลังจากเก็บไปแล้วเกษตรกรกลับไม่ได้รับเงินตามสัญญา มีการผลัดวันนัดจ่ายเงินมาตลอด สอบถามไปยังสหกรณ์หนองหงส์ ก็พลัดวันไปเหมือนกัน อ้างว่ากำลังเร่งติดตามทวงถามกับบริษัท BIGHUK จนถึงขณะนี้ผ่านไปร่วม 3 เดือนก็ยังไม่เงิน จนชาวบ้านเดือดร้อน จึงอยากจะให้หน่วยงานใดก็ได้มาช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังได้รับความเดือดร้อนในขณะนี้ จนแทบจะไม่มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งมีหนี้สินนอกระบบที่กู้มาลงทุนอีกด้วย
ด้านนายโชค สดโคกกรวด อายุ 63 ปี เกษตรกรอีกรายที่ได้รับความเดือดร้อนบอกว่า หลังจากดูแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรม ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองหงส์ แต่ตำรวจไม่รับแจ้ง จนชาวบ้านไม่มีทางออกที่จะไปพึ่งใคร ทั้งศูนย์ดำรงธรรม ,ตำรวจ ,และสหกรณ์ต้นทางที่รับงานมา
นายโชค ยังบอกด้วยว่า ต่อมาสหกรณ์ได้อนุมัติเงิน”กองทุนฟื้นฟูอาชีพ”ให้รายละ 20,000 บาท เพื่อเป็นการเยียวยา โดยได้มีการหักเงินค่าปุ๋ย ,ค่าพันธุ์ผักบุ้งออก รายละ 3,000-6,000 บาท ชาวบ้านส่วนหนึ่งก็ได้นำเงินที่เหลือมาชำระหนี้ค่าแรงที่ติดค้างกับแรงงานไว้
แต่เงินฟื้นฟูฯจำนวน 20,000 บาทที่ได้รับมาเกษตรกรต้องทำสัญญาเงินกู้กับสหกรณ์ ไม่มีดอกเบี้ยแต่ต้องชำระตามกำหนด ตอนนี้เท่ากับเกษตรกรต้องกู้เงินมาเยียวยาตัวเอง ส่วนเงินค่าผักบุ้งยังไม่มีใครได้รับแม้เดียว มีเพียงเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งโชคดีที่ปลูกพืชชนิดอื่น เพราะอายุการเก็บเกี่ยวยาวกว่าผักบุ้งเมื่อทราบว่าไม่ได้เงินค่าผักบุ้ง ต่างไหวตัวเอาผลผลิตไปขายที่อื่น
ตอนนี้เกษตรกรกลุ่มนี้ประมาณ 11 ราย กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่มีเงินใช้จ่ายและลงทุนการทำการเกษตรอย่างอื่น จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาช่วยเหลือให้ได้รับเงินพร้อมแนะวิธีเอาผิดกับบริษัทให้มารับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวสอบถามนางสุบังอร สินประสิทธิ์ ผู้จัดการสหกรณ์หนองหงส์ ได้รับคำตอบว่า ครั้งแรกได้มีบริษัทมาติดต่อให้เกษตรกรร่วมโครงการปลูกผักโดยมีราคาประกันให้ สหกรณ์เห็นเกษตรกรจะได้ประโยชน์ จึงสอบถามความสมัครใจ จนมีคนเข้ามาร่วมโครงการกว่า 30 ราย หลังจากเกษตรกรไม่ได้รับเงินก็พยายามติดต่อกับบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากนี้น่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่ชัดเจนต้องคอยประชุมสอบถามคณะกรรมการก่อน
ภาพ/ข่าว วันชัย ผิวอร่าม ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
