- 12 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 12 เมษายน 61 ที่ จ. ประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาช่วงเทศกาลสงกรานต์ผ่านถนนเพชรเกษมเส้นทางสายหลักไป 14 จังหวัดภาคใต้ ที่บริเวณสี่แยก อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ยังมีปริมาณรถหนาแน่นไปภาคใต้ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดและคาดว่าจะมีปริมาณรถใช้เส้นทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ต้องปรับสัญญาณไฟด้วยมือเพื่อเร่งระบายรถขาล่องประมาณครั้งละ 5 – 7 นาที เพื่อป้องกันปัญหารถติดสะสม และกำชับให้รถทุกชนิดใช้ความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้นำแท่งคอนกรีตปิดจุดกลับรถบนถนนเพชรเกษมบริเวณสี่แยกเกาะหลัก หลังจากพบว่ามีปริมาณรถขาล่องใต้ติดสะสมถึงสี่แยกประจวบฯ
พ.ต.ท.ณรงค์ฤทธ์ งามแฉ่ง สารวัตรตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากการตั้งกล้องตรวจจับความเร็วที่ อ.หัวหิน อ.เมืองและ อ.บางสะพาน พบว่ามีรถจำนวนมากที่ใช้ส้นทางบนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้เสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุโดยใช้ความเร็วมากกว่า 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจึงมีการเปรียบเทียบปรับ และ การเดินทางช่วงสงกรานต์ปีนี้พบว่ามีปริมาณรถหนาแน่นกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ล่าสุดตำรวจทางหลวงประจวบฯได้รับการสนับสนุนซุบไก่สกัดยี่ห้อแบรนด์ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ใช้เส้นทางไปภาคใต้ และขาเข้า กทม.ผ่านด้านหน้าหน้าที่สถานีตำรวจทางหลวงต่อเนื่อง 5 วัน วันละ 1,200 ขวด
ด้านนางสาวชุติมา ไทยเจียมอารีย์ ขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ กรมทางหลวงได้กำหนดให้ถนนเพชรเกษมเส้นทางสายหลักไป 14 จังหวัดภาคใต้ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 276 – 295 พื้นที่ช่วง อ.กุยบุรี ผ่าน อ.เมือง ถึง ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก เป็น 1 ใน 77 สายทางทั่วประเทศที่ต้องเฝ้าระวังการเกิดอุบัติเหตุเป็นพิเศษ ล่าสุดได้บูรณการร่วมกับหลายหน่วยงาน ตั้งจุดอำนวยความปลอดภัยบนเส้นทางดังกล่าว ตามมาตรการความปลอดภัยเข้มข้น โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการเดินรถผ่านศูนย์บริการจัดการเดินรถระบบ จีพีเอส ตลอด 24 ชั่วโมง กรณีพบรถโดยสาร รถเช่าเหมา หรือรถบรรทุกใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์ แจ้งผู้ประกอบการทันทีเพื่อแจ้งพนักงานขับรถให้ลดความเร็ว หากฝ่าฝืนจะประสานเจ้าหน้าที่ประจำจุดสกัดที่ใกล้ที่สุดให้ลดความเร็วเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้นได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจจับความเร็วด้วยกล้องเลเซอร์ จึงขอให้ผู้ประกอบการขนส่งกำชับพนักงานขับรถให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด แต่ล่าสุดยังไม่พบรถโดยสารสาธารณะทำผิดกฎหมายทั้งการตรวจตามเช็คลิสต์ในจุดตรวจ 4 แห่ง และการสุ่มตรวจพนักงานขับรถเพื่อหาสารเสพติด
ข่าว/ภาพ พอใจ จันทนา ข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ประจวบคีรีขันธ์
