- 13 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่โรงกาแฟมาเจอนี่ อ.เมืองตรัง นายเพิก เลิศวังพง ว่าที่หัวหน้าพรรคยางพาราไทย กล่าวว่า ตนเองอยู่ในแวดวงสหกรณ์ยางพารา สำนักงานกองทุนฯอยู่ในวงการยางมาตลอดและก็เห็นปัญหาว่าปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นวังวนอยู่เหมือนเดิม ซึ่งยางพาราไทยมันน่าจะไปไกลกว่านี้ ตนเห็นว่าวิธีการที่ทำกันอยู่นี้ชาวสวนยางไม่อาจมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการ ปัจจุบันตนไปต้องชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจันทบุรี เป็นชุมนุมสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทยที่เอาสหกรณ์มารวมกันแล้วส่งออกยางอย่างเดียว ซึ่งได้ผลค่อนข้างดี จนทำให้จังหวัดอื่นตั้งเป็นชุมนุมตามมา เช่น จังหวัดสุราษฎร์ กระบี่ เป็นต้น
และขณะนี้ตนเองเข้ามาบริหารชุมนุมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ตนเคยกล่าวเสมอว่ายางมีช่วงวิกฤติตลอดเวลา เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีวงจรของมัน ทุกครั้งที่วงจรมันครบรอบ ในการที่ราคาตกเราควรมีมาตรการณ์ที่เป็นบทเรียนมารองรับอย่างประเทศอื่น แต่เราเองไม่เคยมีอะไรมารองรับรับเลย ถามว่าเกษตรกรล้มเหลวตลอดเวลาหรือไม่ ที่ต้องมาเป้นภาระภาครัฐ ตนมองว่าไม่ใช่ ปัญหาเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆอยู่ที่รัฐกับระบบราชการ ประเทศไทยแบ่งการบริหารเป็น 3 กลุ่ม เกษตรกร ข้าราชการ และรัฐบาล ปี 2503 ชาวสวนยางปลูกยางทั้งประเทศมีไม่ถึงล้านตัน รัฐส่งเสริมให้ปลูกยางพันธ์ดี ผ่านไป 50 ปี เรามีผลผลิตเกือบ 5 ล้านตัน รัฐไม่ทำอะไรไว้รองรับ แต่เราเพิ่มผลผลิตได้ถือว่าสำเร็จ แต่รัฐมาบอกว่าเกษตรกรคือตัวปัญหาแต่ความจริงเราทำตามคำส่งเสริมของรัฐ ที่ผ่านมาทำมาตลอดทั้งม็อบ ปิดถนน ปิดกระทรวง ทำทุกอย่างเรียกร้องเพื่อให้ราคามันสูงขึ้น แต่ทุกอย่างไปจบที่อำนาจรัฐ เพราะฉะนั้นเห็นว่าถ้ายังอยู่แบบเดิม รวมตัวกันก่อม็อบ ยื่นข้อเสนอแล้วกลับบ้านปัญหาก็ไม่ถูกแก้ให้ตรงจุดได้
ทั้งนี้ปี 2554 ให้มีการตั้งพรรคควบคู่กับสหกรณ์เพื่อส่งเสริมสหกรณ์ให้แก้ปัญหาโดยการตั้งพรรคการเมืองมาเป็นคู่ขนานเพื่อประกบเอาอำนาจรัฐมาส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งมองเห็นว่าผิดทาง เพราะไม่ทำให้สหกรณ์มารวมกัน พูดว่ารวมแต่ในทางปฏิบัติไม่ได้รวมกันสหกรณ์ต่างคนต่างอยู่ ต้องการให้สหกรณ์เป็นระบบเหมือนต่างประเทศ ซึ่งระบบเขาแข็งแรงเพราะรัฐเป็นตัวสนับสนุน พอเกิดปัญหาเกษตรกรไม่มีตัวแทนสถาบันเกษตรกรแม้แต่วันนี้ก็ยังไม่มี ในขณะที่ประเทศไทยมียางเป็นเบอร์ 1 ของโลก แต่มาถึงวันนี้ทนดูไม่ได้แล้ว การที่จะทำให้อาชีพเกษตรกรสวนยางอยู่ต่อ ส่งเสริมต่อไปได้ให้ผ่านไปได้นั้นการที่รัฐทำถือว่ารัฐทำผิดการที่ลดพื้นที่ปลูก กลยุทธิ์ของการค้าจะต้องไม่ให้ผู้อื่นนำไปขายร้านคุณ แต่นี่แนะนำให้ถอยออกมา กลายเป็นว่าเราเสียพื้นที่ ต้องเข้าไปแข่งขันกับเขาเหมือนเดิม สำหรับเรื่องโทษ คนกับป่าอยู่กันได้ แต่ชาวสวนยางอยู่ด้วยกันไม่ได้ที่ผ่านมา พอเป็นคดีบ้านอยู่กันได้กับป่า กฎหมายบางตัวเป็นอุปสรรคต่อชาวเกษตรกร
แนวคิดการมาจัดตั้งการเมืองเพราะว่าที่ผ่านมาทำมาหมดแล้วไม่ว่าม็อบ แต่สุดท้ายไปจบที่อำนาจรัฐในการให้หรือไม่ให้เกิดในสิ่งที่เราต้องการ แต่ทุกครั้งที่มีม็อบเรียกเข้าเจรจายื่นหนังสือ กลับออกมาข้อเรียกร้องนั้นอาจจะไม่ถูกทำ ซึ่งจากประสบการณ์ที่เรียนรู้ควรจะมีอำนาจรัฐเป็นของตัวเองหรือไม่ที่จะปกป้องอาชีพนี้ ปัญหาก็คือที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิคนกับป่าจะอยู่ร่วมอย่างไรไม่มีใครพูดถึง รัฐต้องรู้ว่ายางพาราขึ้นตรงไหนในประเทศไทย ใครเป็นเจ้าของ ถ้ามีสวนยางต้องเปิดให้เขาแจ้ง เปิดโอกาสให้เขาก่อนแล้วแก้ปัญหาไปตามโซน การแก้ปัญหายางล้นตลาดต้องแก้ปัญหายางที่เกิน แต่ไม่รู้ว่าเกินจริงหรือไม่ ลดพื้นที่ปลูกยางแต่ต่างประเทศปลูกเพิ่มขึ้น ยางไม่เคยล้นโลกถูกนำมาใช้หมด แต่กลยุทธิ์ผู้ผลิตของเราไม่ทันผู้ใช้ ผู้ใช้รู้ว่าอั้นเดือนนี้ต้องขายเดือนหน้า เขาดึงยางเมื่อไหร่คุณก็ต้องขาย
สำหรับนโยบายของพรรคอยู่ที่มีความถนัดและมีความถนัดด้านนี้ นโยบายหลักส่งเสริมสนับสนุนคนไทยที่มียางพารามีรายได้ที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าคนที่เอายางไปรวยหมด ยกเว้นคนปลูกยาง เราสามารถที่จะจัดสรรตรงนี้ได้ นโยบายตัวผู้สมัครพี่น้องชาวเกษตรกรยางพาราทั่วประเทศที่เป็นแกนนำเราสื่อสารกันมาโดยตลอด เพราะพรรคไม่ใช่พรรคใหม่ มีการจดทะเบียนตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2554 ลงเลือกตั้งครั้งแรกก็เจอปัญหาบ้านเมืองชัดดาวส์พอดี
ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค ทีนิวส์ จังหวัดตรัง
