- 15 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลำปาง เมื่อวันที่15เมษายน2561 ณ สถานปฎิบัติธรรม-มณฑป สำนักสุสานไตรลักษณ์ อ.เมือง จ.ลำปาง ได้มีพุทธศาสนิกชนชาวไทย ต่างเดินทางพร้อมครอบครัว กราบ ไหว้ สักการะสังขารหลวงพ่อเกษม เขมโก อดีตพระเกจิชื่อดัง เพื่อขอพรเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว ในช่วงเทศกาลปี๋ใหม่ไทย
ด้านคุณสุภาภรณ์ ตรีวัฒนวงศ์ ปฎิบัติหน้าที่แทนประธานมูลนิธิ หลวงพ่อเกษม เขมโก ได้เปิดเผยว่า ในทุกๆปี ของชาวลำปางและชาวภาคเหนือ ถือว่าเป็นประเพณีที่มีการทำบุญ กราบไหว้สักระขอพรจากสังขารหลวงพ่อเกษม เขมโก แต่ในปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลประเพณีสงกรานต์ ได้มีกิจกรรมสำคัญเพิ่มเติมเป็นพิเศษ คือมีการถวายตุง12ราศี ถวายไม้ค้ำศรีหมาโพธิ์ และถวายใบโพธิ์เงิน-โพธิ์ทอง แก่ หลวงพ่อเกษม เขมโก
ตามประวัติ หลวงพ่อเกษม เขมโก เดิมมีนามว่า เจ้าเกษม ณ ลำปาง ประสูติ เมื่อ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2455 ตรงกับวันพุธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ. 131 เป็นบุตรใน เจ้าน้อยหนู ณ ลำปาง (ภายหลังเปลี่ยนนามสกุลใหม่เป็น มณีอรุณ) รับราชการเป็นปลัดอำเภอ กับ เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง และเป็นราชปนัดดาในเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เจ้าหลวงผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย สมัยตอนเด็กๆมีคนเล่าว่าท่านซนมากมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปีนต้นบ่ามั่น(ต้นฝรั่ง)เกิดผลัดตกจนมีแผลเป็นที่ศีรษะ เมื่อท่านอายุได้ 13 ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ซึ่งเป็นการบรรพชาหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) ของเจ้าอาวาสวัดป่าดั๊ว 7 วันได้ลาสิกขาและท่านได้บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งเมื่ออายุ 15 ปีและจำวัดอยู่ที่วัดบุญยืน จังหวัดลำปาง ท่านได้ศึกษาด้านพระปรัยัติธรรมจนสามารถสอบนักธรรมชั้นโทได้ในปี พ.ศ. 2474 และได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปีถัดมา โดยมีพระธรรมจินดานายก เจ้าอาวาสวัดบุญวาทย์วิหาร อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านได้รับฉายาว่า "เขมโก" แปลว่า ผู้มีธรรมอันเกษม โดยพระภิกษุ เจ้าเกษม เขมโก ได้ศึกษาภาษาบาลีที่สำนักวัดศรีล้อม ต่อมาได้ย้ายมาศึกษาแผนกนักธรรมที่สำนักวัดเชียงราย หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นพระสายวิปัสสนาธุระ ไม่ยึดติดแม้แต่สถานที่ ท่านได้ปฏิบัติธรรม ณ สุสานไตรลักษณ์ตลอดชนชีพ เป็นพระที่เป็นที่เคารพสักการะของคนในจังหวัดลำปางและทั่วประเทศ ท่านปฏิบัติศีลบริสุทธิ์ตามพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยไม่ติดยึดในกิเลสทั้งปวง หลวงพ่อเกษม เขมโก มรณภาพ ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลลำปาง จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19:40 น. ของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ ส่วนสรีระของท่านนั้นก็ยังความอัศจรรย์ด้วยเนื่องจากไม่เน่าเปื่อยเหมือนอย่างสังขารทั่วไป ทั้งยังเขียนป้ายบอกผู้ที่มาเคารพสรีระ ท่านด้วยว่าให้พนมมือไหว้ที่หน้าอกเพียงครั้งเดียวแล้วไม่ต้องกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์อย่างศพของพระเถระทั่วไปนับว่าท่าน นั้นถือสมถะเป็นอย่างมาก จนถึงปัจจุบัน
ภาพ/ข่าว สุรชัย แก้วหนองยาง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดลำปาง
