- 16 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 16 เม.ย. 2561 เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง ประจำเขต ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุรถ จยย.ชนกับรถตู้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ บนถนนเอเชียสาย 41 ฝั่งขาขึ้น หมู่ 1 ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีโรรมราช จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถ จยย.ชนกับรถตู้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อนายไชยา ชุ่มชูจันทร์ อายุ บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 3 ต.นาท่อมใต้ อ.เมือง จ.ตรัง อาการหัวแตกเลือดไหลนอง มึนงง ค่อนข้างสาหัส จึงนำส่ง รพ.อ.จุฬาภรณ์ ซึ่งเป็น รพ.ต่างอำเภอแต่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุมากที่สุด ระยะทางประมาณ 11 กม.
ต่อมาเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้แจ้งเหตุให้ศูนย์วิทยุให้ สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ทราบถึงเหตุที่เกิดขึ้น แต่ได้รับฟังคำตอบจากเจ้าหน้าที่ประจำห้องวิทยุ สภ.ชะอวด สั่งการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย ฯนำคนเจ็บกลับจาก รพ.จุฬาภรณ์ กลับไปส่งที่ รพ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ทั้ง ๆ ที่แพทย์ของ รพ.จุฬาภรณ์ กำลังทำแผลให้คนเจ็บที่เลือดไหลออกมาก สร้างความน้อยใจให้กับเจ้าหนาที่กู้ภัยเป็นอย่างมาก โดยหลังจากต้องปฏิบัติตารมคำสั่งของเจ้าหกน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอวด สั่งการทางวิทยุสื่อสาร นำผู้บาดเจ็บกลับมา รพ.ชะอวด ซึ่งอยู่ไกลออกไปเกือบ 20 กม. ท่ามกลางการจราจรก็ติดขัดมากเนื่องจากอยู่ในช่วงคนเดินทางกลับหลังเทศกลาลสงกรานต์
เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ฯกล่าวว่า พวกตนทราบดีว่าเหตุเกิดในท้องที่ สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช แต่ตามหลังการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ยึดถือปฏิบัติกันทั่วประเทศจะต้องนำคนเจ็บส่ง รพ.ที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อให้แพทย์ช่วยเหลือทันท่วงที จึงรีบนำคนเจ็บอยู่ใกล้ รพ.จุฬาภรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้กว่าระยะทางประมาณ 11 กม.ในขณะที่ รพ.ชะอวด อยู่ห่างออกไปเกือบ 20 กม. กู้ภัย ฯได้รับการฝึกอบรมสืบต่อกันมาให้เห็นความสำคัญของชีวิตคนมากกว่าความสะดวกของพนักงานสอบสวนหรือร้อยเวร ในการเดินทางมาทำแผนที่ได้สะดวก ในขณะนี้อย่างนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม้เข้าใจการทำงาน บนพื้นฐานของกฎแห่งความปลอดภัยของผู้ประสบภัย ซึ่งเวลาล่าช้าไปแค่นาทีเดียวก็อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและร่างกายของผู้บาดเจ็บได้ จึงขอให้เจ่าหน้าที่ตำรวจทุกคน ทุกนายและทุกโรงพักได้โปรดเข้าใจการทำงานของกู้ภัยด้วย.
ภาพ/ข่าว นรศักดิ์ สานุจิตต์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
