- 17 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
พระครูอนุศาสน์โกศล เจ้าคณะอำเภอขุนยวม เจ้าอาวาสวัดโพธาราม กล่าวว่า วันปากปี หรือว่าปากปี๋ หลังจากวันที่13 ซึ่งเป็นวันสงกรานต์ไปอีก 3 วัน คือวันที่ 16 เมษายน ของทุกปี เรียกกันว่าวันปากปี๋ วันปากปี๋จะมีการทำบุญใหญ่ โดยภาคเช้าตั้งเวลา 07.00 น.เป็นต้นไปจะทำบุญบูชาข้าว ( ปู่จาข้าว )ภาษาพื้นเมือง คณะศรัทธาประชาชนจะนำกระทงที่ทำด้วยใบตองใส่ด้วยข้าวสวยที่ทำเป็นลูกกลอนตามอายุของใครของมัน ประดับด้วยของส้มของหวาน พร้อมด้วยเสื้อผ้า และประทีป และด้ายที่วัดส่วนสูงตามอายุไขนำมาวางรวมกันพระสงฆ์จะทำการสวดพระคาถาเวนตาน เพื่อสะเดาะเคราะห์ หรือว่าส่งเคราะห์ เพื่อให้สิ่งที่ไม่ดีไม่งามที่มีอยู่ร่างกายเราออกจากร่างกายเรา ต่อไปจะอยู่อย่างมีความสุข
เวลา 09.00น เป็นต้นไป จะทำบุญสืบชะตาหลวง โดยคณะศรัทธาประชาชนทุกชนเผาที่นับถือศาสนาพุทธ ก็จะนำจัตุปัจจัยเครื่องไทยทาน น้ำข้าวมิ้นส้มป่อย ซึ่งจะขาดเสียมิได้ ตลอดจนข้าวหม้อแกงหม้อมารวมกัน เวลา 10.00 พระสงฆ์จะเริ่มทำพิธีสวดพระคาถา สืบชะตาหลวง โดยทุกคนจะนำด้ายที่คณะกรรมการทางวัดเตรียมไว้มาผูกไว้ที่ศรีษะนั่งสงบนิ่งในขณะที่พระกำลังสวดจนจบบทพระคาถาหลังจากนั้นทางพระก็จะทำการสวดอีกรอบแล้วทุกคนจะนำด้ายมาให้ผู้เฒ่าผู้แก่ผูกข้อมือเพื่อเป็นสิริมงคลตลอดทั้งปี
หลังจากผูกข้อมือเสร็จ พระสงฆ์ประธานพิธีจะเดินประพรมน้ำมนต์ให้แก่ผู้มาร่วมเข้าพิธีสิบชะตาหลวงในเทศกาลสงกรานต์ หลังจากนั้นประชาชนต่างเข้าคิวนำขันน้ำหรือกระปุกกระป๋อง ขวดก็สุดแล้วแต่ที่เตรียมมาใส่น้ำมนต์ ที่ได้นำมารวมกันเป็นถังใหญ่ นำกลับไปให้ผู้ที่ไม่ได้มาร่วมพิธี เสร็จก็รับประทานอาหารร่วมกัน โดยคณะกรรมการจัดเลี้ยงอาหารหลักเช่น แกงขนุน ถือว่าถ้าใครได้ทานแกงขนุน ในวันปากปี๋ ตลอดปีจะมีผู้มาอุดหนุนเกื้อกูล และกุศลผลบุญจะมาเกื้อกูลให้อยู่เย็นเป็นสุข ตามความเชื่อของบรรพบุรุษ ถือว่าส่งท้ายเทศกาลปีใหม่
