- 18 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นาย สุเทพ ณัฐกานต์กนก รองประธานมูลนิธิหลักเสีงเซียงตึ๊ง ( สว่างเมตตาธรรมสถาน ) จ.นครราชสีมา ฝ่ายกู้ชีพ กู้ภัย ในฐานะกรรมการผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร และมีบทบาทด้านบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงสถานพยาบาล ที่เป็นนิติบุคคล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้มีการประชุมหารือกัน โดยเฉพาะวันนี้ได้มีประเด็นหารือในเรื่องซึ่งถือว่าเป็นข่าวดี เนื่องจากทางผู้ใหญ่โดยเฉพาะปลัดกระทรวงการคลังได้เข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมผลักดันเรื่องของการให้สวัสดิการให้อาสาสมัครมูลนิธิฯ องค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยเหลือทางราชการ กรณี. เจ็บ. พิการ. ตาย ซึ่งมีการวางระเบียบการไว้ว่า หากกรณีที่อาสาสมัครเหล่านี้ ได้รับอุบัติเหตุ บาดเจ็บ พิการ. หรือ เสียชีวิต ซึ่งต่อไปทาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. จะเป็นหน่วยงานที่ทเข้ามาดูแลช่วยเหลือ อาสาสมัครเหล่านี้ ซึ่งตรงนี้ตนมองว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีที่สุดที่จะมอบให้กับเหล่าอาสาสมัคร ฯ ทั้งกู้ชีพ กู้ภัย รวมทั้ง อพปร. ทั้งหมด ซึ่งเป็นข่าวดีของทางมูลนิธิฯ สมาคม องค์กรการกุศล และหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย เพราะจะทำให้เหล่าอาสาสมัครเองมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะอาสาสมัครเหล่านี้มาช่วยด้วยจิตอาสา ซึ่งไม่มีเงินเดือนตอบแทนแต่อย่างใดซึ่งทุกคนล้วนทำงานด้วยจิตใจที่อาสา ดังนั้นหากอาสาสมัครเหล่านี้เกิดอุบัติเหตุเสียเอง ก็จะทำให้ทางครอบครัวได้รับความเดือดร้อน
ดังนั้นทางกระทรวงการคลังและหน่วยงานต่างในวันนี้จึงได้มีการเสนอแน่ะ และประชุมร่วมกับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. เพื่อหาทางช่วยเหลือว่าจะนำงบประมาณจากไหน และจะกำนหดหลักเกณฑ์กันอย่างไร ซึ่งตรงนี้ตนเองมองว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดีของ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ที่จะได้เข้ามาช่วยเหลืออาสาสมัครฯเหล่านี้ ส่วนจะได้รับความช่วยเหลือเป็นจำนวนเงินเท่าใดนั้นปัจจุบันยังมีการตั้งเป้ากำหนดไว้ แต่เชื่อมั่นว่าจะได้จำนวนเงินมากกว่า 100,000 บาท ในกรณีที่เสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของหลักเกณฑ์ต่าง ๆ นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาอยู่ ซึ่งตรงนี้ตนเองต้องขอขอบคุณทางกระทวงการคลัง ที่ได้เห็นชอบในจุดตรงนี้ด้วย รวมทั้งทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ก็กำลังปรึกษาหารือกันว่า จะร่างกฎหมายว่าจะทำอย่างไรที่จะสามารถจ่ายเงินได้อย่างถูกต้อง และเป็นไปตามระเบียบมากที่สุดเพราะเป็นเงินจากภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งคาดว่าในเดือนมิถุนายน นี้จะสามารถบังคับใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหากพบว่าอาสาสมัคร ฯ ได้รับอุบัติเหตุจากการเข้าไปช่วยเหลือในเหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ขอให้ทำเรื่องไปยังหน่วยงานที่ตนเองสังกัดอยู่ แล้วให้ทางหน่วยงานนั้นส่งเรื่องไปยังทางสาธารณสุขอำเภอ หรือสาธารณสุขจังหวัด โดยเรื่องนี้ในเบื้องต้นทาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. จะดำเนินการเร่งรณรงค์ให้ทางสาธารณสุขอำเภอ หรือสาธารณสุขจังหวัด ได้รับทราบตรงนี้
นอกจากเรื่องของสวัสดิการฯแล้ว ตนเองมองว่าในเรื่องของความรู้ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะปัจจุบันนี้ทาง สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้มีการขยายการอบรมการให้ความรู้เรื่อง อีเอ็มอาร์ และ อีเอ็มที เพิ่มขึ้น จากเดิมปีละรอบให้เพิ่มเป็นสามรอบด้วย เพื่อเร่งผลิตบุคลากรซึ่งเป็นอาสาสมัครที่มีความรู้ เข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ด้วยความปลอดภัยก่อนที่จะมาถึงมือของแพทย์ในฌโรงพยาบาล ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจุดที่มีความสำคัญมาก เพราะหากบุคลากรซึ่งเป็นอาสาสมัครมีความรู้ความสามารถ การเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนก่อนถึงมือแพทย์ก็จะได้รับความปลอดภัย มีโอกาสในการช่วยเหลือมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งปัจจุบันได้รับการพัฒนาไปมากโดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว นาย สุเทพ กล่าว ฯ
ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
