- 19 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวันชัย เรืองทอง เจ้าของร้านร้านรุ่งเรืองทองโฟน เลขที่ 391/4 หมู่ 4 ต.สวนแตง อ.เมืองสุพรรณบุรี จ.สุพรรณบุรี จำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ ว่าถูกคนร้ายเข้ามายกเค้าโทรศัพท์มือราคาแพง กว่า 30 เครื่อง มูลค่ากว่า 300,000 บาทก่อนหน้านี้เคยโดนยกเค้ามาแล้วหลายครั้ง แจ้งตำรวจแล้วแต่ยังจับคนร้ายไม่ได้ นายวันชัย เจ้าของร้าน เล่าว่าร้านของตนตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน สายอู่ทอง-สุพรรณบุรี กลางตลาดสวนแตง ห่างจากป้อมยามตำรวจประมาณ 300 เมตร โดยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาได้มีคนร้ายงัดหน้าต่างชั้นสองแล้วลงมาชั้นล่าง ขโมยโทรศัพท์ มือถือที่อยู่ในตู้กระจก ในลิ้นชัก ในกล่องที่เก็บรวมไว้ ซึ่งเป็นเครื่องที่ราคาแพง เช่น ไอโฟน ซัมซุง และยี่ห้ออื่นๆ กว่า 30 เครื่องรวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท หนีไปอย่างลอยนวล ทิ้งเพียงคีมตัดสายไฟและรอยเท้าไว้ให้ดูต่างหน้า
นายวันชัย เล่าอีกว่าตื่นเช้ามารูว่าถูกคนร้ายเข้ามาขโมย โทรศัพท์ไปจำนวนมาก จึงขึ้นไปดูที่ชั้นสอง พบหน้าต่างถูกงัด มีรอยเท้าของคนร้ายติดอยู่ที่ผนังปูน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ พร้อมกับเปิดกล้องวงจรปิดดู ก็พบว่าเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสูง ประมาณ 168-170 ซม. รูปร่างหน้าตาดี ผิวดำแดง สูงประมาณ 168-170 ซม.นุ่งกางเกงขาสั้น สวมเสื้อคลุมสีดำแขนยาวแบบมีหมวก มีตัวหนังสือภาษาอังกฤษ KTM ซึ่งเป็นอักษรย่อของยี่ห้อรถจักรยานยนต์ สะพายกระเป๋าสีน้ำตาล ใช้ไฟฉายส่องตามตู้เก็บโทรศัพท์ เพื่อเลือกเอาโทรศัพท์ ที่มีราคาแพงอย่างใจเย็น ซ้ำรายกว่านั้นคนร้ายยังเปิดประตู เข้ามาดูตนซึ่งนอนหลับอยู่ในห้องกระจกติดกันแบบไม่เกรงกลัว ซึ่งคาดว่าคนร้ายรายนี้น่าจะเป็นมืออาชีพ จากการตรวจสอบบริเวณหน้าต่างจุดที่คนร้ายงัดเข้ามาพบคีมตัดสายไฟตกอยู่ 1 อันและที่ห้องด้านหลังจุดที่ตนเก็บโทรศัพท์ ราคาแพงไว้บนโต๊ะ มีโทรศัพท์ ตกอยู่ 3 เครื่องคาดว่าคนร้ายคงเอาไปไม่หมด โดยคนร้ายก่อเหตุขณะที่ตนนอนหลับอยู่ในห้องทำงานด้านล่างติดกับ ร้านขายโทรศัพท์ ซึ่งเก็บอุปกรณ์
นายวันชัย เล่าต่อด้วยความคับแค้นใจอีกว่าสำหรับร้านของตนที่ผ่านมาถูกคนร้ายเข้ามายกเค้าหลายครั้งทั้งที่แจ้งความและไม่ได้แจ้งความแต่ละครั้งมูลค่าความเสียหายหลายแสน รวมถึงครั้งนี้รวมมูลค่าความเสียหายนับล้านบาท แต่ละครั้งเจ้าหน้าที่ยังจับคนร้ายไม่ได้ ทั้งที่มีภาพจากกล้องวงจรปิดที่จับภาพคนร้ายไว้ได้อย่างชัดเจน ตนจึงวิงวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งรัดติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากผู้ประกอบการที่สุจริต จะอยู่ไม่ได้แล้วโดยเฉพาะร้านของตนถูกคนร้ายก่อเหตุซ้ำซากทั้งที่อยู่ห่างจากป้อมยามตำรวจเพียง 300 เมตรแต่ยังจับตัวคนร้ายไม่ได้ ตนและกลุ่มผู้ประกอบการรายอื่นๆต้องอยู่อย่างหวาดผวาไม่รู้ว่าเจ้าโจร จะเข้ามาก่อเหตุอีกเมื่อไหร่ เศรษฐกิจก็ไม่ดียังมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก
ภาพข่าว/ อรพิน พรมพัก ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุพรรณบุรี (ชมคลิป)
