- 19 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากเหตุการณ์ที่ชาวบ้าน จำนวนร่วม 100 คน เดินทางเข้าโรงพยาบาลพังงา พร้อมชูป้ายเรียกร้องให้ทางโรงพยาบาลพังงาออกมารับผิดชอบ ซึ่งที่ผ่านมา นายสุรเชษฐ์ เพ็ชรเกิด อายุ 22 ปี อาชีพค้าขาย อยู่เลขที่ 31 หมู่ 10 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้นำ นางเบญจพร กลิ่นเกล้า อายุ 20 ปี อยู่เลขที่ 16 หมู่ 2 ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ผู้เป็นภรรยาเดินทาง เข้ารับการผ่าตัดคลอดบุตรที่ โรงพยาบาลพังงา ในช่วง 22.00 น. ของวันที่ 5 เมษายน 2561 จนกระทั่งเวลา 05.00 น. ของวันที่ 6 เมษายน 2561 แพทย์ผู้ทำคลอดภรรยา ได้แจ้งว่าเด็กในครรภ์เสียชีวิตลง ทำให้นายสุรเชษฐ์ และทางญาติๆ ตั้งข้อสงสัยว่าสาเหตุจากความผิดพลาดหรือระยะเวลาของแพทย์ที่เข้าทำการผ่าตัดและรักษา ผู้เข้ารับการผ่าตัดคลอดในครั้งนี้หรือไม่อย่างไร
นอกจากนั้นยังพบว่า นางบุญภา ตั้งสุรัตน์ อายุ 52 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นอีก 1 คน ที่ได้เดินทางมาเรียกร้องความรับผิดชอบ โดยการนำใบมรณะบัตรของ ด.ญ.นลินนิภา ชีพเหล็ก ซึ่งเป็นหลานที่มาคลอด ณ โรงพยาบาลพังงา เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2661 ที่ผ่านมา โดยแพทย์ได้ลงความเห็นว่าติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง ทำให้ญาติ ๆ เกิดความสงสัยสาเหตุการเสียชีวิตทั้งที่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล จึงเป็นสาเหตุให้ประชาชนรวมตัวกันมาเรียกร้องความรับผิดชอบ
ล่าสุด วันที่ 19 เม.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา พร้อมด้วย นายวิชัช ไตรรัตน์ นายกอบต.กะไหล และนายกสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย เข้ารับฟังปัญหาจากตัวแทนกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาชูป้ายแสดงความไม่พอใจหลังเข้ารับการคลอดเด็กที่โรงพยาบาลแต่กลับเสียชีวิต ซึ่งผลการรับฟังปัญหาของสาธารณสุขจังหวัดพังงา พบว่า กลุ่มผู้เรียกร้องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องการให้ทางโรงพยาบาลพังงาออกมาชี้แจงสาเหตุว่าเด็กที่เสียชีวิตทั้ง 2 ราย สาเหตุข้อเท็จจริงเป็นเพราะอะไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผิดพลาดในขั้นตอนใดหรือไม่อย่างไร การใช้คำพูดและกิริยาของเจ้าหน้าที่มีความเหมาะสมหรือไม่ และจะมีการปรับปรุงระบบในการรักษาหรือไม่อย่างไร
(((เสียง))) นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพังงา กล่าวว่า กรณีเกิดเหตุความไม่เข้าใจระหว่างผู้เข้ารับบริการกับโรงพยาบาลพังงา ซึ่งได้มีการพบปะพูดคุยกัน 2-3 ครั้ง และยังไม่สามารถเข้าใจกันได้ สาธารณสุขจังหวัดพังงาจึงเข้าพบผู้เข้ารับบริการและญาติฯ เพื่อรับทราบข้อเท็จจริง พร้อมสอบถามความเป็นอยู่ของผู้เสียหาย พบว่าทางผู้เสียหาย ต้องการทราบเรื่องความกระจ่างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ส่วนที่สอง ต้องการให้ปรับปรุงระบบการให้บริการของโรงพยาบาลพังงาให้ดีขึ้น ไม่อยากให้มีกรณีเช่นนี้อีก ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา ได้รับติดตามให้ พร้อมได้ตั้งทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หลังจากทางศูนย์ดำรงธรรมได้ประสานมาตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาก่อนหน้านี้ จึงต้องให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดำเนินการ เบื้องต้นทางสาธารณสุขจังหวัดพังงาเข้ารับฟังปัญหาและจะไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา
