- 19 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตามที่ พ.ต.อ.สุจินต์ นาวาเรือน ผู้กำกับการ สภ.วังสะพุง จ.เลย ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ นางพรทิพย์ หงชัย, นางวิรอน รุจิไชยวัฒน์, นางมล คุณนา, นางระนอง กองแสน, นางสุพัฒน์ คุณนา, นางบุญแรง ศรีทอง, และนางลำเพลิน เรืองฤทธิ์ โดยกล่าวหาว่า เป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และทั้ง 7 ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันชุมนุมสาธารณะกีดขวางทางเข้าออกและรบกวนการปฏิบัติงานสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ ซึ่งต่อมาพนักงานอัยการจ.เลยได้พิจารณาส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดเลย เป็นคดีอาญาหมายเลขคดีดำที่ 2858/2560
คำบรรยายฟ้องระบุว่า ด้วยประธานองค์การบริหารส่วนตำบลได้นัดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ครั้งที่ 4 เรื่อง การให้ความเห็นชอบต่อการต่ออายุหนังสือขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติโคกภูเหล็ก เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำ และเรื่องการยื่นขอใช้ประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด โดยนัดประชุมในวันที่ 16 พ.ย. 2559 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง อันเป็นสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ จำเลยที่ 1 ได้เป็นผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะคัดค้านไม่ให้มีการจัดการประชุมดังกล่าว โดยเชิญชวนนัดหมายจำเลยที่ 2-7 และชาวบ้านหลายร้อยคนเข้าร่วมชุมนุมสาธารณะ บริเวณรอบอาคารห้องประชุมฯ โดยจำเลยที่ 1 ไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้งการชุมนุมก่อนเริ่มการชุมนุมไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
คำฟ้องระบุต่อไปว่า จำเลยทั้ง 7 ได้ร่วมกันข่มขืนใจ นายศักดิ์โชติ เรียนยศ ผู้เสียหายที่ 1, นายวัชรพงศ์ บัวบานบุตร ผู้เสียหายที่ 2, นายทะนงศักดิ์ พรหมศรี ผู้เสียหายที่ 3, นายสุรศักดิ์ ดวงจำปา ผู้เสียหายที่ 4, นายนิกร ศรีโนนสุข ผู้เสียที่ 5, นายวีระพล กัตติยะ ผู้เสียหายที่ 6, นายแตง ตองหว้าน ผู้เสียหายที่ 7, นายขุนเที่ยง มหาพรม ผู้เสียหายที่ 8, นายปัญเทา สิงมะทาพรม ผู้เสียหายที่ 9, นายวิษณุ บัวบานบุตร ผู้เสียหายที่ 10, นายอ๊อด บุตรศรี ผู้เสียหายที่ 11, นายกิตติพงษ์ นิพวงลา ผู้เสียหายที่ 12, นางกรรติการ มูลทา ผู้เสียหายที่ 13, นายทรงวุฒิ บัวระพันธ์ ผู้เสียหายที่ 14, นายปัดใจ ศรีทุมสุข ผู้เสียหายที่ 15 และนายรวยล้น สอนสุภาพ ผู้เสียหายที่ 16 ซึ่งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง ไม่ให้เข้าร่วมประชุมดังกล่าว โดยร่วมกันพูดปราศรัย ชักชวน โน้มน้าว ให้ชาวบ้านกว่า 100 คน ที่มาเข้าร่วมชุมนุมสาธารณะ ปิดล้อมขวางทางเข้าห้องประชุม พร้อมปลุกระดมชาวบ้านให้โห่ร้อง และต่อต้านขัดขวาง ไม่ให้ผู้เสียหายทั้ง 16 คน เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว อันเป็นการกีดขวางทางเข้าออกและรบกวนการปฏิบัติงานสถานที่ทำการหน่วยงานของรัฐ และเป็นการทำให้ผู้เสียหายทั้ง 16 คน ซึ่งมีความประสงค์จะเข้าประชุม เกิดความกลัวว่า จะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ของผู้เสียหายทั้ง 16 คน จนผู้เสียหายทั้ง 16 คน ต้องจำยอมไม่เข้าร่วมทำการประชุมดังกล่าว
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2561 ศาลจังหวัดเลยได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยจำเลยหญิงทั้ง 7 คน ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา พร้อมด้วยนายธีรพันธุ์ พันธุ์คีรี ทนายความ และชาวบ้านกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิดมาให้กำลังใจกว่า 50 คน ซึ่งศาลจังหวัดเลยได้ศาลจังหวัดเลยพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 7 คน เนื่องจากเห็นว่า วันเกิดเหตุสภาอบต.เขาหลวงได้จัดการประชุมเพื่อพิจารณาวาระการขอต่อใบอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้และสปก.เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำของ บ.ทุ่งคำ จำกัด โดยอบต.ได้มีหนังสือเชิญชาวบ้านในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังการประชุมด้วย การที่จำเลยทั้ง 7 และชาวบ้านเดินทางไปชุมนุมกันที่อบต.และอยู่ในบริเวณที่อบต.จัดไว้ เป็นส่วนหนึ่งของการร่วมรับฟังการประชุมที่จัดขึ้นโดยทางราชการ มิใช่จำเลยจัดการชุมนุมและร่วมชุมนุมสาธารณะ การประชุมของอบต.เป็นการประชุมที่จัดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ไม่อยู่ในบังคับพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ การที่จำเลยทั้ง 7 เข้าร่วมรับฟังการประชุมไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย
ส่วนข้อหาข่มขืนใจสมาชิกอบต.ให้เกิดความหวาดกลัว ศาลเห็นว่า เหตุการณ์ร่วมรับฟังการประชุมเป็นไปโดยสงบ ไม่ปรากฏว่ามีการขู่เข็ญหรือใช้ความรุนแรง การที่จำเลยซึ่งอยู่ในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ปราศรัยเรียกร้องให้อบต.เลื่อนการประชุม เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต อันเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ การกระทำของจำเลยทั้งเจ็ดไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง
ภายหลังการรับฟังคำพิพากษา จำเลยทั้ง 7 คน ได้เดินลงมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มีชาวบ้าน และญาติโผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ.
ภาพ/ข่าว ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
