- 20 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 20 เมษายน ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงาน ได้มีเฟซบุ๊กจากผู้ใช้ชื่อว่า “เจ้าหญิง เจ้าชาย” โพสภาพผู้ป่วยนอนสวมท่ออ๊อกซิเจน ไม่ได้สติอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในประเทศไต้หวัน ตามร่างกายมีสายไฟที่ใช้ทางการแพทย์ระโยงระยางทั่วร่างกาย และภาพบัญชีธนาคารที่เป็นแม่ของแรงงานคนดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “คนไทยด้วยกัน ช่วยกัน คนงานไทยในไทหนาน เขตชินหยิงกินอาหารเป็นพิษ นอนหมดสติรับการรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ฉีแหม๋..เหลียวหยิง นานเกือบสองเดือนแล้วค่ะ ซึ่งการเจ็บป่วยของคนงานคนนี้ไม่ได้เกิดในเวลางาน
การรักษาของประกันสังคมจึงมีขีดจำกัด ค่ารักษาพระยาบาล ค่าหมอ ค่ายา บางส่วนคนไข้ต้องจ่ายเอง และค่าตั๋วเครื่องบินที่จะพาคนป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่เมืองไทยเราไม่มีเงินพอค่ะ พ่อแม่คนป่วยก็แค่ชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีเงินจะรับลูกชายกลับได้ จึงใคร่ขอความเมตตาจากผู้ใจบุญมานะที่นี้ค่ะ เราคนไทยด้วยกันช่วยกันนะค่ะ หากผู้มีจิตรศรัทธาร่วมบริจาคกับน้องได้ที่ โรงพยาบาล ฉีแหม๋ แผนกสงเคราะห์ หรือกรมแรงงานช่วยเหลือคนงานไทยค่ะ ขอบคุณค่ะ” โดยมีผู้แชร์เพจดังกล่าวไปแล้วหลายครั้ง โดยผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยัง ที่บ้านเลขที่ 125 หมู่ 12 บ้านเทื่อมน้อย ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ บ้าน ของแรงงานไทยที่ป่วยที่ไต้หวัน คนดังกล่าว ทราบชื่อว่า นายฉัตรชัย ขุริดี อายุ33ปี พบ นายประยงค์ ขุริดี อายุ 59 ปี นางทองวัน ขุริดี อายุ 55 ปี ทั้งคู่เป็นพ่อแม่ และ น.ส.อภิญญา เยาวลักษณ์ อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นภรรยา ของ นายฉัตรชัยฯ อยู่ในอาการไม่สบายใจ ได้แต่เอารูปถ่ายของ นายฉัตรชัยฯ มาดู ขอให้เกิดสิ่งปาฏิหาริย์ ขึ้นมา เนื่องจากตอนนี้นายฉัตรชัย ฯ เหมือนกลายเป็นเจ้าชายนิทราไม่รู้สึกตัวและต้องการอยากนำตัวมายังรักษา ที่บ้านเกิด จ.อุดรฯ
น.ส.อภิญญา เยาวลักษณ์ เปิดเผยว่า หลังสามีไปทำงานโรงงานที่ไต้หวัน จะติดต่อพูดคุยกันทางไลน์ทุกวัน จนกระทั่งเดือนมีนาคม สามีโทรมาบอกว่า ปวดท้อง และปวดหัว เนื่องจากในวันหยุดสามีและเพื่อนคนงานไทย รวมทั้งหมด 9 คน ออกไปหาเก็บหอยคล้ายกับหอยเชอรี่ในคลองน้ำ นำมาทำก้อยกินกัน ทั้งที่หัวหน้างานเคย แจ้งแรงงานไทยแล้วว่า อย่ากินปลาและหอยในคลองธรรมชาติ เพราะมีสารเคมีเยอะ ซึ่งคนไต้หวันจะไม่กินกัน หลังจากนั้น 2 วัน สามีและเพื่อน อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงพากันไปหาหมอของโรงงาน ได้ยามากินประมาณ 1 สัปดาห์ อาการยังไม่หาย จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาล ซึ่งได้สอบถามรู้ว่า พากัน เก็บหอยในคลองมากินกัน หมอจึงให้นอนโรงพยาบาลทั้งหมด ขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาลยัง ติดต่อไลน์กันได้อยู่ โดยตนบอกสามี ให้ขอนายจ้างกับบ้าน แต่นายจ้างยังไม่อนุญาต หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้
ต่อมามีเพื่อนคนงานไทย โทรศัพท์มาบอกว่า สามีหมดสติไม่รู้สึกตัว รักษาตัวในห้องไอซียู ส่วนเพื่อนคนงานอีก 8 คน ก็อาการหนักแต่ไม่เท่าสามี ทางพ่อแม่เป็นห่วง จึงยืมเงินกู้นอกระบบ 5 หมื่นบาท เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่ากินอยู่ ให้ไปดูอาการสามีที่ไต้หวัน เมื่อไปถึงพบว่าสามี นอนไม่ได้สติในห้องไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เจาะคอให้อาการทางสายยาง หมอบอกว่าสามีกินหอยดิบทำให้พยาธิเข้าไปในร่างกาย เส้นเลือด และขึ้นสมองไปแล้ว พยาธิได้กัดกินสมองไปแล้วบางส่วน ไม่มีโอกาสฟื้น แต่ยังไม่ตาย ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา แพทย์บอกให้ตนและพ่อแม่ทำใจ ตนได้อยู่ดูแล สามี เป็นเวลา 1 เดือนวีซ่าหมดอายุ จึงต้องเดินทางกลับ
น.ส.อภิญญาฯ กล่าวว่า ส่วนเพื่อนสามีอีก 8 คน อาการดีขึ้น เพราะกินหอยสุก หมอให้ออกจากโรงพยาบาล นายจ้างอนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านในไทย เมื่อหายดี ถึงจะให้กลับไปทำงาน แต่ทั้งหมดยังมีอาการขาอ่อนแรง ส่วนสามีของตนกินหอยดิบอาการจึงหนักมาก หมอบอกว่าหากไม่ต้องการให้ทรมาน ก็สามารถดึงออกซิเจนออก แต่ตนรักสามี อีกทั้งพ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ อยากจะนำตัวกลับมารักษาที่บ้าน ถึงจะเป็นเจ้าชายนิทราก็จะดูแลกันเอง ซึ่งค่าเดินใช้จ่าย ในการนำตัวสามีเดินทางกลับมาแบบคนป่วย ต้องเช่าเหมาลำเครื่องบิน ในราคา 5 แสนบาท ซึ่งก็ยังมีค่ารักษาพยาบาล อีกจำนวนหนึ่งด้วย
โดยสามีและเพื่อนแรงด้วยกัน ก็รู้ว่าเขาไม่ให้กินหอยกินปลาในคลอง แต่ก็ต้องกิน เพราะต้องการประหยัดเงินค่าอาหาร เพื่อจะได้มีเงินส่งกลับมาใช้หนี้ทางบ้าน เงินเดือนรวมกับโอทีด้วย เดือนละ 2.2 หมื่นบาท ที่ไปนั้น เห็นว่าได้เงินดีกว่าอยู่ที่บ้าน ที่ต้องไปหารับจ้างรายวัน จึงต้องประหยัดทุกทาง ที่เขากินหอย เพราะก็มีคนงานไทยเคยกินอยู่ แต่ไม่เป็นอะไร สามีพร้อมเพื่อนจึงหากินกันบ้าง จนต้องป่วยเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้สิทธิในการรักษาตัวจากโรงงานก็หมดแล้ว แต่ยังมีมูลนิธิแรงงานไทยที่ไต้หวัน และกลุ่มแรงงานไทยได้บริจาคเงินช่วยเหลือมาบ้าง ซึ่งเงินส่วนเกินจากการประกันสังคมที่นั่น เราต้องจ่ายเอง จึงอยากวอนรัฐบาล ผู้ใจบุญช่วยเหลือ ช่วยเหลือนำสามีกลับมารักษาตัวที่บ้าน
นายประยงค์ ขุริดี กล่าวว่า ตนมีลูกชายทั้งหมด 3 คน โดยนายฉัตรชัย ฯ เป็นลูกคนที่สอง มีอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้ไม่แน่นอน ต้องการให้ลูกมีเงินก้อน เอาไว้ตั้งตัว เวลาอายุมาก จึงให้เขาไปทำงานที่โรงงานประเทศไต้หวัน เสียค่าใช้จ่ายและตั๋วเครื่องบิน เป็นเงิน 8 หมื่นบาท ซึ่งต้องไปกู้เงินมา ไปทำงานได้เพียงแค่3เดือน ลูกชายต้องกลายมาเป็นเจ้าชายนิทรา ไม่รู้สึกตัว เนื่องจากไปกินหอย ที่เก็บมาจากคลองน้ำ ในตอนนี้เพียงต้องการให้ลูกชาย กลับมารักษาตัวอยู่ที่ประเทศไทยบ้านเกิด เท่านั้นเอง ให้ พ่อแม่ และ ภรรยาของเขา ได้ดูแลกันอย่างใกล้ชิด ในครั้งสุดท้าย
วอนผู้ใจบุญที่มีจิตเป็นกุศล ต้องการช่วยเหลือนำตัว นายฉัตรชัยฯ แรงงานไทยรายนี้ กลับมารักษาตัวที่บ้าน สามารถบริจาคเงินช่วยเหลือได้ โดยบริจาคทางบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านผือ ชื่อบัญชี นางทองวัน ขุริดี เลขที่บัญชี 431-0-51259-3 ดังกล่าว
กฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
