- 24 เม.ย. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
รอง ผบ.ตร.นำหมายศาลเข้าตรวจค้นโรงงานต้องสงสัย ถอนรากถอนโคนโยงใยเครือข่ายแหล่งผลิตเครื่องสำอางเมจิกสกิน ชี้พบ ศิลปิน ดารา นักร้อง และเน็ตไอดอล 56 คน เอี่ยวผลิตภัณฑ์ปลอม คาดพรุ่งนี้เตรียมเปิดเผยรายชื่อ และเรียกให้มาชี้แจง หากพบผิดจริงต้องโทษจำและปรับ เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคม
เมื่อเวลาประมาณ 14.30 น. ของวันที่ 24 เมษายน 2561 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.ได้นำหมายศาลจังหวัดสมุทรสาครและคณะ เข้าตรวจค้นโกดังเช่าแห่งหนึ่ง ซึ่งที่หน้าบริษัทติดป้ายชื่อไว้ว่า “POS Cosmetics (Thailand) Co.,Ltd.” รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอาง ตั้งอยู่เลขที่ 88/17 หมู่ที่ 4 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยเมื่อเข้าไปถึงที่ด้านหน้าบริษัทมีกระดาษติดไว้ที่ประตูกระจกว่า ขออภัยปิดปรับปรุง ขณะที่ประตูบานเลื่อนด้านหน้าที่มีลักษณะเป็นกระจกนั้น ก็มีภาพต่างๆ ติดอยู่ เพื่อการสื่อสารให้เกิดความน่าเชื่อถือทั้ง เรื่องของการตรวจสอบเวชสำอางในเชิงวิทยาศาสตร์ มีป้าย อย. ป้ายมาตรฐาน GMP และป้าย FDA ติดไว้ด้านล่าง สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่บุคคลภายนอกที่พบเห็น ทั้งนี้ขณะที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.เข้าตรวจสอบนั้น ก็ไม่พบบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของหรือผู้ดูแลบริษัทดังกล่าว มีเพียงคนงาน 4 คน ที่รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากเจ้าของโรงงานที่อยู่กรุงเทพฯ ให้มาทำงานที่นี่เท่านั้น ดังนั้นจึงได้แสดงหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาครต่อ กำนันตำบลสวนหลวง ซึ่งถือเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบพื้นที่แทน แล้วก็เข้าไปตรวจสอบภายใน ซึ่งก็พบกับสารประกอบที่ใช้ในกระบวนการผลิตเครื่องสำอาง หรือเวชสำอางจำนวนมาก แต่ทั้งหมดกลับมีกระดาษขาวที่เขียนด้วยปากกา แปะติดไว้ว่า “พื้นที่สินค้าหมดอายุ รอทำลาย” ทั้งๆ ที่สภาพ
ของบรรจุภัณฑ์แต่ละอย่างก็ยังคงใหม่เอี่ยม ส่วนเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ที่พบอยู่ภายในก็ยังคงอยู่ในสภาพใหม่ เหมือนใช้งานมาไม่นาน แต่ก็มีกระดาษเขียนติดไว้เช่นเดียวกันว่า “ชำรุด” ซึ่งสิ่งที่พบอยู่ภายในทั้งหมดนั้น ทางด้านของ รอง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ยึดไว้เพื่อการตรวจสอบ ส่วนคนงานทั้ง 4 คน ที่อ้างว่าได้รับการว่าจ้างให้มาทำงานในบริษัทฯ นี้นานเกือบ 1 ปี ก็ให้นำตัวไปสอบปากคำ เพื่อหาความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่าง บริษัทที่ตั้งอยู่ ณ ที่แห่งนี้ กับ เครื่องสำอางเมจิกสกิน ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ แต่เบื้องต้นนั้นทางคนงานได้ให้การยอมรับว่า มีเจ้าของบริษัทมาว่าจ้างให้พวกตนมาทำงานที่นี่ โดยทำหน้าที่ในการบรรจุภัณฑ์เท่านั้น ไม่เคยผลิตแต่อย่างใดทั้งสิ้น และเมื่อบรรจุภัณฑ์หรือบรรจุหีบห่อเสร็จแล้วก็จะมีคนมาเอาไป นอกจากนี้ทางด้านของ รอง ผบ.ตร.ก็ได้ให้คนงานทั้ง 4 คน ดูภาพว่าเจ้าของบริษัทฯ ที่มาว่าจ้างนั้น เป็นคนๆ เดียวกันกับผู้ที่ตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้หรือไม่ ซึ่งคนงานก็ยอมรับว่าใช่
โดยหลังจากที่ รอง ผบ.ตร.ได้ตรวจสอบทุกห้องแล้ว ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า การเข้ามาตรวจสอบโรงงานหรือโกดังแห่งนี้ ก็เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจสอบเส้นทางการผลิตและการขอจดตั้งบริษัทฯ ของเมจิกสกิน แล้วพบว่าสถานที่แห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายบริษัทเมจิกสกิน โดยใช้เป็นสถานที่ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบตั้งแต่ภาพถ่ายและคลิปวีดีโอที่ปรากฎในโซเชียล ก็ไม่ตรงกับสภาพของสถานที่จริง เครื่องจักรที่แสดงไว้เพื่อการโฆษณาก็ไม่มีจริง และที่สำคัญคือสถานที่ที่ขออนุญาตและระบุไว้บนผลิตภัณฑ์นั้น อยู่ที่จังหวัดนนทบุรี แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้วกลับพบเป็นเพียงแค่ที่ดินรกร้างเท่านั้น และพอตรวจสอบชื่อตามที่ระบุไว้คือ POS กลับเจอว่ามีสถานที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลสวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร หรือก็คือสถานที่แห่งนี้ จึงได้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งก็เจอของกลางหลายอย่าง ทั้งเครื่องจักรภายใน และ ผลิตภัณฑ์หรือสารประกอบที่ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ทั้งนี้จึงได้ยึดเอาไปตรวจสอบทั้งหมดเพื่อหาว่า ส่วนประกอบเหล่านี้มีสารอะไรบ้างที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการแพ้ และมีสารรกแกะจริงอย่างที่โฆษณาไว้หรือไม่ เป็นต้น โดยหลังจากนี้เมื่อได้ทราบผลเป็นที่ชัดเจน
แล้ว ก็จะได้ร่วมกับทาง อย. ตั้งข้อกล่าวหาต่อไป
ขณะที่ในส่วนของศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดงและเน็ตไอดอล ที่จากการตรวจสอบในขณะนี้พบว่ามีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องกับการรีวิวสินค้าของเมจิกสกรีนนั้น มีทั้งหมด 56 คน โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ ( 25 เม.ย.61) จะสามารถเปิดเผยรายชื่อได้ และเรียกตัวมาสอบข้อเท็จจริง ส่วนข้อหาที่จะใช้กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้เบื้องต้นก็คือ โทษตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 มาตรา 41 การโฆษณาเครื่องสำอางที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมหรือส่วนรวม และโฆษณาอันเป็นเท็จ หรือโฆษณาเกินจริง เป็นความผิดตามมาตรา 84 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนในเรื่องของโฆษณาคุณประโยชน์ สรรพคุณ หรือคุณภาพของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวง ให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ต้องโทษตาม พ.ร.บ.อาหารและยา พ.ศ.2522 มาตรา 40 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า การเข้าตรวจในครั้งนี้ ก็เพื่อต้องการถอนรากถอนโคนผู้ที่ลักลอบผลิตเครื่องสำอางผิดกฎหมายและไม่ได้รับอนุญาตจากทาง อย. หรือใช้เครื่องหมาย อย.ปลอม ซึ่งทุกวันนี้มีมากในสังคม แล้วส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายทั้งต่อร่างกายและจิตใจของผู้บริโภค ดังนั้นทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จึงได้สั่งการให้ ผบ.ตร.ดำเนินการปราบปรามผู้ที่กระทำสิ่งเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ก็ได้ตั้งให้ตนเป็นหัวหน้าคณะสอบสวนฯ และทำการตรวจค้นจับกุมผู้ที่กระทำความผิด เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างในสังคมไม่ให้ใครนำไปปฏิบัติได้อีก พร้อมกันนี้ก็ฝากเตือนถึงศิลปิน ดารา นักร้อง และเน็ตไอดอลทั้งหลายว่า เนื่องจากเป็นบุคคลสาธารณะ จึงขอให้มีการตรวจสอบสินค้าทุกชนิดก่อนทำการโฆษณาว่าเป็นสินค้าได้มาตรฐานหรือถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะหากเกิดกรณีเช่นนี้จะมาบอกว่าไม่รู้ ไม่ทราบไม่ได้ อย่างไรเสียก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องและได้รับความผิดตามกฎหมายไปด้วย ขณะที่ผู้บริโภคก็ขอให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่จะใช้ว่า อย.เหล่านั้นเป็นของจริงหรือไม่ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ที่เว็บไซด์ของ อย.
นายชูชาติ / ภาพ นางสาวชุติมา / ข่าว ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดสมุทรสาคร
