ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

 วันที่ 28 เม.ย. 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีชาวบ้านในพื้นที่และต่างจังหวัดรวมทั้งชาวไทยที่อยู่ต่างประเทศ และชอบศึกษาประวัติศาสตร์ ได้เดินทางไปที่วัดกุฎีทอง ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เพื่อชมของล้ำค่า และขอพรกราบไหว้ยานมาศ (เสลี่ยงนั่ง) ที่พระเพทราชาถวายให้กับวัดกุฎีทอง เมื่อราว 300 ปีที่แล้ว โดยพระมหาไพรัตน์ ขันติสาโร เจ้าอาวาสกล่าวว่า ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส มีตัวละครที่สำคัญมากมาย  สมเด็จพระเพทราชา  นั้นถือว่ามีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ส่วนยานมาศที่พบอยู่ภายในวัดกูฎีทอง นั้น ได้รับการพิสูจน์จาก"กรมศิลปากร"ว่าเป็นของจริง ได้รักษาไว้ จากรุ่นสู่รุ่นจนมาถึงยุคปัจจุบัน สมัยของตน ที่เห็นอยู่เป็น”ยานมาศ”หรือ“เสลี่ยงแบบห้อยขา”  โครงสร้างของเดิม เกือบทั้งหมด "ที่ซ่อมแซมใหม่ คือ ส่วนที่ประทับนั่ง" เพราะไม้ผุพัง แต่ได้จัดสร้างใหม่ โดยช่างฝีมือคนจีน เมื่อปี 2500 ส่วนของเดิมยังเก็บรักษาไว้ในห้องกระจกของวัดรวมกับของมีค่าอื่นๆในสมัย ร.3 และ ร.5 อีกหลายรายการ

ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

พระมหาไพรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับยานมาศดังกล่าว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตามหลักฐานทางนักประวัติศาสตร์ที่เคยเข้ามาดู เป็นระยะรวมทั้งคณะจากมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกและมหาวิทยาลัยต่างๆ ระบุว่าตรงกันว่า เป็นยานมาศของพระราชา เนื่องจากดูลักษณะการแกะสลักแล้วเรียกว่ายานมาศแน่นอน ซึ่งมีอยู่ 6 ตัว แต่ถ้าเป็นเสลี่ยงทั่วๆไปที่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่รองจากพระราชา ในประเทศไทยมีอยู่ 10 ตัว แต่แยกเป็นยานมาศ สำหรับพระราชาจริงๆที่อยู่ในชนบทมีอยู่ 6 ตัว เป็นที่สำหรับใช้ของพระราชาเสด็จพระราชดำเนินตามหัวเมืองต่างๆ และส่วนมากจะพระราชทานไว้ตามหัวเมืองที่ท่านเสด็จไป และตัวที่พบในวัดกุฎีทอง ถือว่าเป็นตัวที่สมบูรณ์ที่สุดที่นักประวัติศาสตร์เข้ามาดู ซึ่งกลุ่มนักประวัติศาสตร์และมหาวิทยาลัยต่างๆ บอกว่าตามหามาทั่วประเทศ และมาเจอที่วัดกูฎีทอง


ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ส่วนประวัติความเป็นมาที่ ยานมาศ มาอยู่ที่นี้นั้น ที่วัดกุฎีทองมีอยู่ 2 อย่างคือ มียานมาศ ที่เป็นของใช้ที่พระราชาใช้เสด็จตามหัวเมืองในชนบท และรอบอุโบสถของวัดกุฎีทองมีใบเสมาคู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอุโบสถที่พระมหากษัตริย์สร้าง หรือบูรณะ เข้าจะเรียกว่าพระอุโบสถ จึงเป็นหลักฐานว่ามีกษัตริย์มาอยู่ที่นี้ เมื่อย้อนมาว่ากษัตริย์องค์นั้นคือใคร ที่เล่ากันตามแบบปู่ย่าตายายเล่าต่อๆกันมาว่า เดิมทีพระเพทราชา เป็นลูกนางสนม ที่เป็นชาว ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี และมีโอกาสเป็นนางสนมรับใช้พระนารายณ์มหาราช และด้วยเป็นสนมบ้านนอกบทบาทก็ไม่มีอะไรมากมาย และเกิดตั้งครรภ์โดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะถ้ามีใครรู้ลูกจะต้องเสียชีวิต แต่ถ้าเป็นลูกชายมีโอกาสรอดส่วนแม่อาจจะเสียชีวิต พอรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์จึงหนีมาอยู่บ้านนอก คือ จ.สุพรรณบุรี และเมื่อพระเพทราชาออกจากครรภ์มารดาจนเติบใหญ่ เรื่องภายในที่แม่จะบอกว่าเป็นใครยังไงเราไม่ทราบ เรามาทราบว่าว่าพระเพทราชาเติบใหญ่ และถึงเวลาที่จะต้องไปเป็นทหารหมู่ และมีการคัดเลือกผู้นำของแต่ละหมู่บ้านในจังหวัดสุพรรณบุรี ก็ต้องเอาจำนวนชายฉกรรจ์ไปส่งอยุธยา จนกระทั่งเป็นทหาร และเป็นพระเพทราชาดังกล่าว

ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ทางด้าน นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผวจ.สุพรรณบุรี กล่าวว่าเมื่อได้รับทราบข่าวนี้รู้สึกตื่นเต้นและดีใจเป็นอย่างมาก ที่ของสำคัญ ที่พระมหากษัตริย์ทรงใช้ตั้งแต่เมื่อ 300 ปีที่แล้ว มาอยู่ที่วัดกูฎีทอง แห่งนี้ จึงมอบหมายให้นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี เข้าไปศึกษาหาข้อมูล ได้ความว่า หน้าวัดติดแม่น้ำ ในบริเวณวัดมีความสะอาด สวยงาม ร่มรื่น เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งที่มีพระแค่ 2 รูป มีเนื้อที่ 30 กว่าไร่ บนศาลา วิหาร โบสถ์สะอาดสวยงาม รอบโบสถ์มีใบเสมาคู่ซ้อนกัน 2 ใบ เป็นสัญลักษณ์วัดหลวง มีอายุหลายร้อยปี พระสงฆ์เจ้าอาวาสในอดีตที่เป็นที่รู้จักคือหลวงพ่อเจิม

มีสิ่งที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์คือยานมาศพระเพทราชา ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์หนึ่ง ต่อจากสมัยพระนารายณ์ ซึ่งเป็นชาวสุพรรณบุรี อยู่ที่บ้านพลูหลวง ก่อนที่จะไปเป็นทหารในวังได้มานอนพักอยู่ที่วัดนี้ แล้วได้ตั้งจิตว่าหากภายหน้าได้เจริญก้าวหน้าจะมาพัฒนาวัดนี้ให้เจริญ ครั้นต่อมาได้เป็นกษัตริย์จึงได้เสด็จมาที่วัดนี้ได้สร้างเป็นวัดหลวงและได้มอบยานมาศนี้ไว้ที่วัดแห่งนี้

(อ้างอิงจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี  สมเด็จพระเพทราชา เป็นชาวบ้านพลูหลวง แขวงเมืองสุพรรณบุรี (ปัจจุบันคือบ้านพลูหลวง ตั้งอยู่ใน ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี) เป็นบุตรของพระนมเปรม และมีพระขนิษฐาคือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) พระสนมเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ต่อมาได้รับราชการจนมีบรรดาศักดิ์เป็นพระเพทราชา ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมพระคชบาล มีกำลังพลในสังกัดหลายพันคนฯลฯ

ชาวสุพรรณบุรีแห่ชมยานมาศพระเพทราชาของจริง อายุ กว่า 300 ปี ที่พระราชาใช้ประทับเสด็จตามหัวเมืองในชนบท (ชมคลิป)

ภาพ-ข่าว  เฉลียว อินยิ้ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุพรรณบุรี