- 01 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 พ.ค. 2561 ที่ทำการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้จัดกิจกรรม วันกรรมกรสากล ร่วมกับ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สาขาหาดใหญ่ สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ สาขาหาดใหญ่ , มูลนิธิพัฒนาแรงงานและอาชีพ , Migrant Worker Rights Network (MWRN) , Southern Seafood industry Workers Group (SSWG) และเครือข่ายภาคประชาสังคม และมีการเดินขบวนของแรงงานข้ามชาติ ไปตามถนนสาย หลักของตัวเมืองหาดใหญ่ เช่น ถนนธรรมนูนวิถี ถนนเสน่หาอนุสรณ์ ถนนนิพัสอุทิศ 1-3 และช่วงบ่ายจะมีการมอบหนังสือผ่านท่านผู้ว่าชารการส่งให้นายกรัฐมนตรี
และการจัดงานวันที่ 1 พฤษภาคม จะมีการจัดขึ้นหลายกลุ่ม หลายพื้นที่ จะมีการใช้ชื่อที่แตกต่างกัน คือ “วันแรงงานแห่งชาติ” ตามเงื่อนไขกฎเกณฑ์ของรัฐบาล และ“วันกรรมกรสากล”ที่กลุ่มคนงานพยายามยืนหยัดเชื่อมร้อยกับประวัติศาสตร์ทางสากล แต่ข้อเรียกร้อง ข้อเสนอต่อรัฐบาลและคณะทำงานวันกรรมกรสากล ขอเสนอข้อเรียกร้องและติดตามข้อเรียกร้องวันกรรมกรสากล เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
1. ธรรมาภิบาลในการบริหารงาน - รัฐต้องยกเลิกนโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจหรือการแปลงสภาพรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐต้องยกเลิกการออกกฎหมายที่เป็นเครื่องมือในการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ คือ ร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. และ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. ... ที่จะนำไปสู่การแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟ และ ล่าสุดกรณีรัฐบาลมีนโยบายในการจัดตั้งบริษัทโครงข่ายบรอดแบรนด์แห่งชาติ(NBN)ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัทโครงข่ายระหว่างประเทศและศูนย์ข้อมูลอินเตอร์เน็ต (NGDC)ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้การกำกับ ดูแล ของ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และจะถ่ายโอนทรัพย์สินของบริษัทแม่ไปยังบริษัทลูก และในอนาคตก็จะยกเลิก โดยให้เอกชนมาบริหารจัดการแทน
- รัฐต้องจัดสวัสดิการถ้วนหน้า เช่น ด้านสาธารณสุขด้านการศึกษา ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ไม่เลือกปฎิบัติ ที่มีคุณภาพและมีค่าใช้จ่าย – รัฐต้องยุติการทุจริตและคอรับชั่นทุกรูปแบบ - รัฐต้องมีมาตรการ ให้นายจ้างหยุดคุกคามและเคารพสิทธิแรงงานและสิทธิสตรี - รัฐต้องหยุด นโยบายที่ว่าด้วยการลดสวัสดิการพนักงานรัฐวิสาหกิจ เอกชนและครอบครัว - รัฐต้องให้มีศูนย์เด็ก 3-4 ปี ในชุมชนของแรงงานนอกระบบ อย่างสอดคล้องและเหมาะสม - รัฐต้องมีมาตรการในการควยคุมสินค้าอุปโภค บริโภค ในราคาที่เป็นธรรม
2. การรับรองและให้สัตยาบันทางสากล - รัฐต้องให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ILO) ฉบับที่87ว่าด้วยเสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัวกันและอนุสัญญาฯฉบับที่98ว่าด้วยการปฏิบัติตามหลักการแห่งสิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง และอนุสัญาที่ 183 ว่าด้วยการคุ้มครองความเป็นมารดา
3. การคุ้มครองสิทธิในระบบประกันสังคม - รัฐต้องจัดให้เกิดการปฏิรูประบบประกันสังคม ประกันสุขภาพคนทำงานถ้วนหน้า โครงสร้างการบริหารงานเป็นอิสระโปร่งใสตรวจสอบได้ โดยให้ผู้ประกันตน มาตรา 33,39,40 มีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางสังคม - เพิ่มสิทธิผู้ประกันตน มตรา40 ให้เท่ากับ มาตรา33 - รัฐต้องจัดสิทธิประโยชน์ในกรณีสงเคราะห์บุตร ในแรงงานในระบบและนอกระบบ ถ้วนหน้า
- ขยายกรอบเวลา การเข้าถึงสิทธิประโยชน์ในกองทุนเงินทดแทน จนสิ้นสุดการรักษา ตามคำวินิจฉัยของแพทย์
และ เพิ่มสิทธิประโยชน์ กรณีชราภาพ เป็น 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือนสุดท้าย
- รัฐต้องบริหารจัดจัดการให้แรงงานข้ามเข้าถึงสิทธิในประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงสิทธิชราภาพในประกันสังคม อย่างเร่งด่วน
4. รัฐต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุนโดยให้นายจ้างและรัฐบาลสมทบเงินเข้ากองทุนเพื่อเป็นหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เมื่อมีการเลิกจ้าง
ภาพ/ข่าว นภาลัย ชูศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สงขลา
