ชาวบ้านลุกฮือปกป้อง "พระนักพัฒนา" หลังถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลเล่นหนัก ใส่ร้ายป้ายสีเป็นหัวโจกรีดไถ ค่าออกเอกสารสิทธิ์กับชาวบ้าน!? (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

เมื่อเวลา  06.00 น วันที่ 1 พ.ค. 2561 ที่วัดปางมะโอ ตำบลแม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่  ชาวบ้านปางมะโอมีการประชุมหารือเพื่อออกมาปกป้องพระฐาปนพงษ์ ฐานิสสโร รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ ต.แม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ ว่าเป็นผู้ที่ลงมือเรียกเก็บเงินชาวบ้านเพื่อแลกกับการออกเอกสารสิทธิ์ การร้องเรียนดังกล่าวส่งไปยังหน่วยงานราชการในจังหวัดแพร่   ในเรื่องนี่ทางพระ แกนนำชาวบ้านฯ มีผลักดันแก้ปัญหาแนวเขตป่าไม้ทับที่ดิน สปก. 4-01นับ 1,000 ไร่  ซึ่งได้รับการแก้ไขจากทางราชการอยู่ในขณะนี้  นอกจากนี้ทางชาวบ้านปางมะโอมีการประชุมหารือและหยุดใช้สารเคมีและเดินหน้าทำการเกษตรแบบอินทรีย์ซึ่งการพัฒนากำลังก้าวเดินไปอย่างน่าสนใจ  และเมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมามี  เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.วังชิ้น พร้อมด้วยตำรวจสันติบาลแพร่ เดินทางมาที่วัดปางมะโอเข้าสอบสวนพระฐาปนพงษ์ ฐานิสสโร  รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ อ.วังชิ้น จ.แพร่  เข้าไปติดตามหาข้อเท็จจริงตามเบาะแสการร้องเรียนดังกล่าว  เมื่อชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างออกมาปกป้อง ในขณะเดียวกันชุดสืบสวนยังไม่สามารถดำเนินคดีกับพระฐาปนพงษ์ฯ ได้เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานใดๆ

 

 

ทางนายวิชัย  ศิริพงษ์พาณิชย์  อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 /1 หมู่ 12 บ้านปางมะโอ หนึ่งในคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินบ้านปางมะโอกล่าวว่า  ปัญหาที่ดินที่เกิดขึ้น  มาจากความเดือดร้อนของชาวบ้านในการเรียกร้องสิทธิในที่ทำกินไม่ใช่เกิดจากพระ เมื่อพระอาสาเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหามานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันก็ทำให้เห็นทางไปสู่ความสำเร็จเร็วขึ้น โดยเฉพาะการสอบสวนสิทธิ์ในที่ดินเพื่อให้ถูกกฎหมายระหว่างแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ และ แนวเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งถ้าแนวเขตชัดเจนการทำการเกษตรก็จะสะดวกขึ้นโดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกสวนป่าไม้สักจะสามารถตัดจำหน่ายได้ตามกฎหมาย   พระยังชวนชาวบ้านที่เข้าร่วมโครงการหยุดใช้สารเคมีและเข้าสู่การทำเกษตรอินทรีย์   ไม่เห็นว่าพระจะหาผลประโยชน์จากชาวบ้านตรงไหนที่ดินของพระก็ไม่มี  ส่วนการเรียกเก็บเงิน คณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดินได้หารือกันว่า การแก้ปัญหาต้องเดินทางไปติดต่อในหลายแห่งต้องใช้เงิน มีหน่วยราชการผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาในหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องช่วยชาวบ้านแก้ปัญหาโดยเฉพาะข้าราชการที่เข้ามาทำงาน ชาวบ้านต้องให้การต้อนรับ จึงได้คิดเรี่ยไรเงินเพื่อไว้เป็นค้าใช้จ่ายลำพังวัดคงไม่มีเงินพอรับรองผู้คนที่เข้ามาช่วยจำนวนมากและใช้เวลายาวนาน  มติของคณะกรรมการมีข้อเสนอให้เก็บเงินจากเจ้าของที่ดินที่เข้ามาสู่การแก้ปัญหา โดยมีการเก็บเงินจากเจ้าของที่ดินผู้เข้าร่วมโครงการแปลงละ 100 บาท  ไว้เป็นทุนในการดำเนินงานต่อสู้และดูแลข้าราชการที่เข้ามาช่วย ส่วนใหญ่เป็นค่าอาหาร เมื่อเงินหมดก็จะทำการช่วยกันอีก เพราะทุกคนไม่มีทุนในการดำเนินงานแม้แต่วัดเองก็ไม่มีเงินที่จะบริการประชาชนจำนวนมากได้

 

 

พระฐาปนพงษ์ ฐานิสสโร  พระนักพัฒนา กล่าวว่า  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคงเป็นการกรุข่าว และร้องเรียนเพื่อดิสเครดิตกระบวนการทำงานในหมู่บ้านโดยเฉพาะพระและกรรมการแก้ปัญหาที่ดินที่กำลังทำงานร่วมกับทางราชการอยู่ในขณะนี้  ซึ่งมาจากกลุ่มที่ไม่หวังดี  กลุ่มที่เสียประโยชน์ รวมทั้งกลุ่มข้าราชการที่ต้องการผลงาน ทั้งฝ่ายราชการอาจรวมไปถึงกลุ่มการเมืองบางพรรคที่ไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับการแก้ปัญหาโดยปราศจากนักการเมืองเข้ามาร่วม  ในการเปิดข้อมูลเท็จดังกล่าวคณะกรรมการได้สืบสวนแล้วพบว่าเป็นคนในหมู่บ้านที่เป็นสายของกลุ่มผู้มีอิทธิพลเป็นผู้สร้างสถานการณ์ขึ้นมา ในเรื่องนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเข้าใจดีจึงเข้ามาช่วยปกป้องอาตมา  และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นการแก้ปัญหาบ้านปางมะโอเมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็จะเป็นอานิสงฆ์เป็นตัวอย่างให้กับการแก้ปัญหากับเกษตรกรทั้งประเทศด้วย  สำหรับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะปัญหาที่ดินทับซ้อนที่ทำกินและที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ  ปัญหาการทำสวนป่าแล้วไม่สามารถตัดได้ตามกฎหมาย   การฟื้นฟูป่าไม้ต้นน้ำของชุมชน  พร้อมทั้งการทำการเกษตรที่ไม่มีตลาด  โดยได้รับการช่วยเหลือจากนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร (อาจารย์ยักษ์) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยมีกำหนดเดินทางมาดูผลงานความคืบหน้าการฟื้นฟูเกษตรอินทรีย์และแก้ปัญหาที่ดินให้กับชาวปางมะโอด้วยตัวเองในเดือนกันยายนนี้ พร้อมทั้งนำสินค้าผลไม้อินทรีย์ของหมู่บ้านเข้าสู่ตลาดอินทรีย์ในจังหวัดอุดรธานีต่อไป

 

 

ภาพ/ข่าว ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดแพร่