- 01 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 1 พ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.ต. รชต. วันอังคาร ร้อยเวร 20 หัวหน้า สายตรวจตำรวจท่องเที่ยวพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2561 เวลา20.00น. นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสสองผัวเมีย คือนางฮีโกโบโฟนโจฮาน่า อายุ 28 ปี อาชีพวิศวกร พร้อมด้วยสามี ซึ่งมาเช่าห้องพักอยู่ที่ พียู เกสท์เฮาส์ ต หอรัตน์ไชย ในเตเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจรถสายตรวจของตำรวจท่องเที่ยว พระนครศรีอยุธยา ว่าได้เข้ามาเที่ยวชมอยุธยาเมืองมรดกโลก ตามโบราณสถานต่างๆ เช่นองค์พระนอน วัดไชยวัฒนาราม และ สุดท้ายที่วัดพระศรีสรรเพชญ์ แล้วเที่ยวต่อที่วิหารพระมงคลบพิตรเวลา 17.00 น. ทั้งสองคนได้นั่งถอดรองเท้าเพื่อที่จะเข้าไปชมพระมงคลบพิตรในวิหาร ระว่างนั่งถอดรองเท้าอยู่ ได้วางกล้องถ่ายวีดีโอยี่ห้อ โกโปสีเทา พร้อมขาตั้ง ราคา ประมาณ 44,850 บาทไว้ด้วย ข้างนอก เพราะคิดว่าด้านในเขาจะมิให้บันทึกภาพ แล้วเดินเข้าไปชมภายในวิหาร หลังจากออกมาปรากฏว่า กล้องกับขาตั้งได้หายไปเรียบร้อย จึงเข้าแจ้งความกับสายตรวจตำรวจท่องเที่ยว
เมื่อรับแจ้งแล้ว ตำรวจท่องเที่ยว ได้นำผู้เสียหายไปลงบันทึกประวันไว้ที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา ทางสายตรวจ และ รายงานให้ พ.ต.ท.ศรุต ระยานนท์ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว พระนครศรีอยุธยา ทราบ พร้อมทั้งติดตามหากล้องดังกล่าวโดยบอกให้ทั้งสองสามีภรรยาพักค้างพระนครศรีอยุธยาอีกหนึ่งคืนก่อน พร้อมที่จะออกค่าใช้จ่ายค่าห้องพักให้เพราะหมายกำหนดการจะไป จ.กาญจนบุรี ทั้งสองก็ยินดีค้างเพื่อคอยกล้องที่ลืมไว้หรือหายไปเนื่องจากในกล้องมีภาพสำคัญทั้งนั้น
จนกระทั่ง เวลา 08.00 น.วันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ของวิหารพระมงคลบพิตรได้แจ้งมาว่า ได้มีนายขวัญ คงมี พนักเฝ้ารองเท้า ได้เก็บกล้องและขาตั้งไว้ให้แล้ว แล้วเอาไปมอบให้เจ้าหน้าที่ของวิหารเก็บรักษาไว้ เพื่อความปลอดภัยของกล้อง ซึ่งที่วิหารแห่งนี้ไม่ว่าจะเก็บสิ่งของอะไรของนักท่อเที่ยวได้ เราต้องคืนให้หมดเพราะเป็นการรักษาชื่อเสียงของจังหวัดไว้ ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้นำสองสามีภรรยา มารับกล้องที่หน้าวิหาร ซึ่งมีพนักงานของวิหารมายืนรอพร้อมที่จะมอบกล้องคืนให้เจ้าของ สองสามีภรรยาดีใจวิ่งเข้ามาไหว้ พร้อมดูภาพถ่ายในกล้องแล้วมอบเงินยูโร ให้คนที่เก็บไว้ แต่พนักงานคนนั้นไม่ยอมรับ เพราะถือว่าสิ่งที่เราเก็บได้ซึ่งมิใช่ของๆ เรา ต้องคืนเจ้าของเขา ทางสารวัตรตำรวจท่องเที่ยวจึงขอบคุณ และจะมอบหนังสือเชิดชูเกียรติให้ไว้เพื่อทุกคนจะได้ร่วมกันทำความดีต่อไป
ภาพ-ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าว ที นิวส์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
