- 05 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 5 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีที่ นางพวงเพ็ญ ตันเก่ง ชาวบ้านผู้ประกอบการร้านอาหารบริเวณชายหาดคึกคัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา นำ นายสรรเพชร ทิพมนเฑียน ทนายความของชาวบ้าน ถือคำพิพากษาศาลฎีกาให้โรงแรมหรูย่านเขาหลักรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากทางสาธารณะประโยชน์ ไปร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพังงาถึงความเดือดร้อนหลังไม่มีหน่วยงานได้เข้ามาช่วยเหลือให้สามารถเข้าออกและปรับสภาพให้กลับมาเป็นเส้นทางได้ ก่อนที่ทีมทนายความของประชาชนจะร่วมกับผู้แทนผ่ายโรงแรมและผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เข้าตรวจสอบแนวเขต ซึ่งพบว่า บริษัทเจ้าของโรงแรมได้อยู่ระหว่าง การแบ่งแยกทางออกมาตามคำสั่งศาลโดยไม่ได้มีกำแพงปิดกั้นบริเวณดังกล่าวแล้ว แต่ยังคงความเป็นสนามหญ้าสวยงาม มีการติดป้าย เฉพาะลูกค้า ซึ่งทำให้ชาวบ้านยังคงมองว่า บริเวณดังกล่าวยังเป็นส่วนควบของโรงแรม มิได้เป็นทางสาธารณะเหมือนที่ศาลสั่ง
ล่าสุด นางพวงเพ็ญ ตันเก่ง ได้นำ นายสรรเพชร ทิพมนเฑียน ทนายความ เข้าดูเครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่จำนวน 2 เครื่องที่ใช้สำหรับปั่นไฟภายใช้ภายในร้านอาหาร หลังจากถูกโรงแรมในบริเวณดังกล่าวปิดเส้นทางสาธารณะทำให้ไม่สามารถขยายเขตไฟฟ้าได้จนได้รับความเดือดร้อน แม้ว่าทางศาลฎีกาพิพากษาให้ทางโรงแรมเปิดเส้นทางสาธารณะผ่านบริเวณหน้าโรงแรมมานานกว่า 3 ปี
โดยนางพวงเพ็ญ ตันเก่ง ชาวบ้านผู้ประกอบการร้านอาหารบริเวณชายหาดคึกคัก ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เปิดเผยว่า หลังจากศาลฎีกาได้มีคำพิพากษา เรื่องราวดังกล่าวก็ยังคงยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปี ซึ่งการยื่นขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อตนเองเท่านั่น แต่ก็ทำไปเพื่อต้องการให้ชาวบ้านที่เข้ามาหาหอย หาปลา และประชาชนทุกคน สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ ตนเองจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเข้ามาช่วยเหลือประชาชน ส่วนที่ดิน นสล. ทางนายเฉลิม ตันเก่ง พ่อของตนเองได้มอบให้หมู่บ้านเพื่อใช้สาธารณประโยชน์ เดิมเป็นที่ดินว่างเปล่าและจับจอง พ่อของตนเองได้ปลูกมะพร้าวกระทั่งในช่วงปี 2526 พ่อตนเองได้มอบให้เป็นที่ดิน นสล. สำหรับที่ดินทางสาธารณะที่ผ่านหน้าโรงแรมทางชาวบ้านไม่กล้าเข้าออกเนื่องจากทางโรงแรมเขียนระบุว่าเฉพาะในโรงแรม พื้นที่เป็นสนามหญ้าและสภาพเอื้อต่อกิจการในโรงแรม ซึ่งทางโรงแรมอ้างว่าเปิดให้ชาวบ้านใช้ได้แล้วแต่สภาพเป็นจริงทางชาวบ้านไม่กล้าที่ใช้เส้นทางดังกล่าวได้เนื่องจากสภาพเป็นสนามหญ้ากับทางเท้าของโรงแรม
ด้านนายสีทอง สงวนนาม ผู้ใหญ่บ้านคึกคัก หมู่ 3 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา กล่าวว่า กรณีนางพวงเพ็ญ ร้องเรียนว่าโรงแรมดังกล่าวมีการปิดทางเข้าออก อยากให้สื่อพิจารณาเองว่ามีการปิดกั้นทางสาธารณะหรือไม่ ส่วนตัวตนเองมองว่าไม่ได้มีการปิดกั้นแต่อย่างได ไม่มีกำแพงหรือแนวรั้วที่ปิดกั้น ซึ่งผู้สื่อข่าวก็คงเห็นแล้วว่าเขาปิดหรือไม่ปิด ส่วนที่จะปรับสภาพให้ชาวบ้านกล้าที่จะเข้าใช้เส้นทางนั้นเป็นเรื่องของทางเทศบาลตำบลคึกคักที่จะร่วมกับหมู่บ้าน ซึ่งอำนาจหน้าที่หรือกฎหมายใดที่เกี่ยวข้องกับหมู่บ้านอย่างไรตนเองจะศึกษาและพร้อมที่จะร่วมกับทางเทศบาล ที่จะพัฒนาหรือปรับปรุงให้สภาพเป็นอย่างไรต่อไปเพื่อให้ชาวบ้านสามารถเข้าออกได้ตามอำนาจหน้าที่ของเทศบาลฯ ส่วนประเด็นโครงการป้องกันการบุกรุกที่ดิน นสล. ซึ่งถูกอ้างว่าโครงการดังกล่าวจะปิดกั้นเส้นทางเข้าออกของร้านอาหารของผู้ร้องนั้น โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการไทยนิยมยั่งยืนตามคำสั่งของรัฐบาล โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ต้องผ่านการทำประชาคม มีการประชุมหาความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งทางหมู่บ้านทำตามระเบียบขั้นตอนทุกอย่างมีการประชุมมีการเสนอ มีความเหมาะสม มีความสำคัญ พบว่าที่ผ่านมาที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน มีการบุกรุกที่ดินสาธารณะอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ นสล.42611 ทางหมู่บ้านจึงมีโครงการทำกำแพงในที่สาธารณะ ไม่ได้ทำในที่ดินส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นกำแพงสูงจนน่าเกียด เป็นกำแพงรั้วสูงเพียงอิฐ 2 ก้อน ตนเองมองว่าที่ชาวบ้านยกประเด็นมาเนื่องจากปัจจุบันมีการบุกรุกกันอย่างต่อเนื่อง
ภาพ/ข่าว วรรณศิริ โพธิ์พันธ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.พังงา
