- 05 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าวได้เข้าสัมภาษณ์นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนมังคุด ในเรื่องแนวทางของตลาดทุเรียนโลกโดยนายกสมาคมฯกล่าวว่า แค่ถามประเทศจีนประเทศเดียวตลาดขยายหมดแล้วทุกมณฑลสมาคมไปเดินมาหมดแล้ว ทุกมณฑลพร้อมที่จะรับสินค้าจากเราแต่ปัญหาของเราตอนนี้คือคุณภาพของเรายังไม่ได้ในขณะที่ยังไม่ได้เราก็ยังคงเป็นอันดับหนึ่งอันดับต้นต้นของโลกอยู่แล้ว แต่เราจะทำยังไงให้ตรงนี้อยู่กับประเทศไทยไปจนยาวนานทีนี้ก็ต้องการที่จะควบคุมคุณภาพให้ได้ต้องช่วยกันทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำเกษตรกรก็ต้องช่วยด้วยสายตัดก็ต้องช่วยด้วย ผู้ประกอบการตรงล้งก็ต้องช่วยกัน อย่าให้หลุดไปได้อย่าให้ผ่านไปถึงปลายทางได้ เพราะจีนเขาพูดแล้วว่า อีกสองปีให้หลังเขาจะไม่มีคนจนแล้ว เขาพร้อมที่จะกินสินค้าที่ราคาแพงได้แต่ต้องมีคุณภาพ แต่ตอนนี้ทุเรียนเราทุกวันนี้คุณภาพไม่ได้จริงๆ
ตอนนี้อยู่ที่ 70 - 80% ส่วน 90 - 100% ไม่มี ถ้าเราลองนึกภาพซื้อกินเองคุณไทยก็ไม่กินนะซื้อไปเขาก็ด่า แต่คนจีนยังกินอยู่เราต้องเห็นแก่ผู้บริโภคด้วย ให้ผู้ประกอบการทุกคน และเกษตรกรทุกคน สายงานตัดทุกคน พ่อค้าทุกคนให้คำนึงถึงตรงนี้ให้ได้ว่าเรื่องคุณภาพถ้าเราทำได้ราคามาแน่นอน และตลาดของเรากว้างใหญ่จีนรับไม่อั้นอยู่แล้ว และผมเองก็ได้นำเสนอท่านรัฐมนตรีไปแล้วว่าให้เปิดตลาดใหม่ที่อินเดียอีกประเทศหนึ่ง ให้พี่น้องเกษตรกรสบายใจได้เลยว่าต่อไปทุเรียนของเราไม่ต้องกลัวล้นตลาด ถ้าเราทำทุเรียนคุณภาพยังไงประเทศไทยก็ต้องเป็นหนึ่งได้ตลอด แต่ตอนนี้ กำลังเป็นรอง เท่าที่สำรวจมาเป็นรองมาเลเซียอยู่ และจะตามหลังเวียดนามในไม่ช้าถ้าเราไม่คิดจะแก้ไขไม่ปรับปรุงในอนาคตข้างหน้า เรื่องราคาเราอย่าเอาราคามาวัดกันมาก พี่น้องเกษตรกร คนตัด พ่อค้าเอาแต่ราคากันอย่างเดียวแต่ไม่คำนึงคุณภาพ ไม่ต้องกลัวว่าทุเรียนแก่แล้วจะราคาต่ำเพราะฟรีดดรายห้องเย็นต่อคิวค้ำประกันราคาที่ 60 บาท เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุเรียนราคาตกต่ำกว่า 60 บาท ห้องเย็นพร้อมรับทันที แน่นอนว่าพวกล้งและทำกล่องอยู่ไม่ได้ก็ต้องฉีดราคาขึ้น 70 - 80 บาท อยู่ในมือพี่น้องเกษตรกร 100% อยู่แล้ว ทุเรียนปีนี้ 70 - 100 บาท ไม่ต่ำกว่านี้แน่นอนผมการันตีให้
ในเรื่องของราคาชาวสวนอยู่ในระดับไหนถึงจะอยู่ได้
⁃ พี่น้องเกษตรกรผมเช็คมาแล้วในร้านยาและที่ต่างๆต้นทุนอยู่ที่ 30 บาทลองบวกให้อีก 30 บาทเป็น 60 บาทถ้าราคาต่ำกว่า 60 บาทพี่น้องเกษตรกรอยู่ได้ ไม่ขาดทุนแต่ถ้าเป็น 70 - 80 บาทนั้นก็คือกำไรของพี่น้องอีกทีตรงนี้เราคำนวณให้เสร็จเลยว่าพี่น้องเกษตรกรอยู่ได้แน่นอน 100% ราคาไม่ต่ำกว่า 60 บาท แน่นอน 60 บาทฟรีดดรายกำลังจ่อคิวแล้ว และทุเรียนปีนี้เราก็รู้อยู่ว่าทุเรียนลดลงไป 30 - 40% เรารีบทำงานกันเกินไปเรากลัวฟ้าฝนรีบตัดทำให้ได้ของไม่มีคุณภาพ ไปปลายทางก็ตำหนิเรามาว่าของไทยทำให้มีคุณภาพเลย เอาทุเรียนอ่อนให้เขากิน สมาคมของผมไปที่จีนทุกมณฑลของจีนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลย ทำไปเลยเอาของคุณภาพให้เขา เขาไม่กลัวราคาไปดูทุกที่ ทุกยี่ห้อไม่มีคุณภาพ ไม่ได้ 100% ทุเรียนได้แค่ 70% แค่นั้นถ่ายรูปกลับมาทุกยี่ห้อเพราะฉะนั้นผมขอร้องผู้ประกอบการทุกคน ให้ช่วยดูคุณภาพกันหน่อยเน้นนิดหนึ่ง พี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก ทุเรียนถ้ายังตัดไม่ได้อย่าพึ่งให้เค้าตัดเลยถ้าตัดไปฆ่าเราเองในวันข้างหน้าแน่นอน
สิ่งที่กังวลและสิ่งที่คาดหวัง
⁃ 1. เลยคือเรื่องคุณภาพ 2.เป็นเรื่องของปริมาณถ้าปริมาณมากเกินไปราคาก็อาจจะต่ำลงแต่ไม่ต่ำกว่า 60 บาท แน่นอนก็ถือว่าอยู่ได้ฉะนั้นก็อยากให้ช่วยกันคุมเรื่องคุณภาพด้วย
4.มุมมองตลาดทุเรียนในอนาคตของไทยจะเป็นอย่างไรบ้าง
⁃ ยังคงดีอยู่ ยังสดใสอยู่ จีนทุกมณฑลตลาดขยายเต็มที่ ก็พยายามดูคุณภาพให้ได้ทั้งผู้ประกอบการพี่น้องเกษตรกรทั้งระบบราชการทุกหน่วยงานพยายามทำให้ได้ ถ้าเราทำได้รับรองว่าทุเรียนไทยยังอยู่ได้อีกหลายปี
5.ในส่วนของคู่แข่งน่าเป็นห่วงหรือไม่
⁃ ในตรงนี้ก็น่าเป็นห่วงแต่การบริหารจัดการของเรายังดีกว่า แต่อย่าประมาทอย่าอยู่นิ่งต้องพัฒนา ตอนนี้คู่แข่งมีมาเลเซียและเวียดนาม ถ้าจัดอันดับคุณภาพทุเรียนไทยอันดับ 2 แต่ถ้าปริมาณเราเป็นอันดับ 1 ตอนนี้ไทยเรามีทุเรียนแทบทุกที่ไม่ใช่แค่ภาคตะวันออกกับใต้เท่านั้น ตอนนี้ปลูกกันทั่วไปอีสานก็มีเหนือก็มี มีทั่วประเทศแล้ว เพิ่มขึ้นเรื่อยๆพอมีมากเราก็ต้องพยายามหาตลาด เปิดตลาดใหม่ หาตลาดรองรับให้พี่น้องเกษตรกรคือสิ่งที่เราปรึกษาหารือกันอยู่ สมาคมก็บอกว่าอินเดียน่าเข้าไปเปิดตลาด ก็ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายๆส่วนให้ช่วยกันถึงจะทำตรงนี้ได้
⁃ สุดท้ายก็ขอฝากให้ดูเรื่องคุณภาพพี่น้องเกษตรกรให้ควบคุมเรื่องคุณภาพผมขอฝากตรงนี้ด้วย
ข่าว/ภาพ ไพโรจน์ อนุ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.จันทบุรี
