- 07 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 7 พ.ค.2561 .ที่ เพนียดคล้องช้าง ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับ นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด นายสมศักดิ์ เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอพระนครศรีอยุธยา ตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ข้าราชการกรมศิลปากร ประชาชน ร่วม จัดพิธีบวงสรวงการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาเพนียดคล้องช้าง หลังกรมศิลปากรอนุมัติงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาท ในการบูรณะเพนียดหลวงคล้องช้าง โดยมีพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพราหมณ์หลวง สำนักพระราชวัง เป็นประธานอ่านโองการบวงสรวง เทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา พร้อมกันนี้ ได้มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ที่ชำนาญด้านพระเวทย์ จากนั้นร่วมสวดถอนอาถรรพ์ตามความเชื่อของคนเลี้ยงช้าง ต่อหน้าศาลปะกำ และช้างศึกกว่า 10 เชือก ทำการยกเสาตะลุงขึ้นจากหลุม เพื่อบูรณะตามขั้นตอนของกรมศิลปากร
นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี กล่าวว่า กรมศิลปากรได้จัดสรรงบประมาณดังกล่าว เพื่อเตรียมบูรณะเพนียดคล้องช้าง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย บนพื้นที่มรดกโลก ซึ่งปัจจุบันขึ้นทะเบียนโบราณสถานกับกรมศิลปากรเรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการซ่อมแซมพลับพลาที่ประทับ ศาลปะกำ และเสาตะลุงรอบเพนียดคล้องช้าง จำนวนกว่า 800 ต้น โดยใช้ช่างที่มีฝีมือเฉพาะด้าน เบื้องต้นได้เริ่มสำรวจสภาพของไม้ว่ามีความชำรุดเสียหายขนาดไหน แล้วจึงจะมาเริ่มวางแผนซ่อมแซม ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาบูรณะประมาณ 300 วัน จึงจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ก่อนการบูรณะจะต้องทำพิธีแบบโบราณพระราชประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะพิธีอ่านโองการบวงสรวง เทพยดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ซึ่งได้มีหมอช้างพื้นบ้านจากจังหวัดสุรินทร์ ชัยภูมิ และพระนครศรีอยุธยา มาร่วมทำพิธีอย่างยิ่งใหญ่
นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ ประธานมูลนิธิพระคชบาล เปิดเผยว่า “รัฐบาล และกรมศิลปากร ได้จัดส่งงบประมาณประจำปี 2561 จำนวน 30 ล้านบาท มาให้สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนา เพนียดหลวงคล้องช้าง ตำบลสวนพริก อำเภอพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นงบประมาณก้อนใหญ่มาก มาเพื่อบูรณะครั้งใหญ่ กับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติไทย ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันขึ้นทะเบียนโบราณสถานกับกรมศิลปากรแล้ว และพื้นที่ติดกัน ยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านช้างอยุธยา ซึ่งถือเป็นสถานที่เพาะและขยายพันธุ์ช้าง ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะสายพันธุ์ช้างไทยแท้ ให้ตรงกับตำรา “คชลักษณ์” วันนี้ จึงได้จัดพิธีบวงสรวง สวดถอน ถอนอาถรรพ์ โดยพระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพราหมณ์หลวง จากสำนักพระราชวัง เป็นประธานอ่านโองการบวงสรวงบุรณะปฎิสังขรณ์ โบราณสถาน เพนียดคล้องช้าง เพื่อขออนุญาตสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บูรพมหากษัตราธิราชเจ้า เจ้ากรมคชบาล เหล่าทหารกล้า และวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์
ภาพ-ข่าว เกียรติยศ ศรีสกุล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวที นิวส์ จ.พระนครศรีอยุธยา
