- 08 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ที่พักขยะ ขอรอผลหารือประชาคม 9 พ.ค.ก่อนสรุปฉันทามติ เผยเข้าใจเป็นที่กรรมสิทธิ์รัฐแต่หากไม่ฟังเสียงชาวบ้านก็พร้อมรวบ รวมหลักฐานร้องศาลปกครอง......!!!!!! นายบุญมา ฝังรักษ์ ประธานชุมชนบ้านโรงไม้ขีด เปิดเผยถึงกรณีที่คัดค้านการใช้พื้นที่โรงพักขยะซอยสุขุมวิท 3 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนทำให้การเสนอของบประมาณกว่า 1,084 ล้านบาทของฝายบริหารสู่สภาเมืองพัทยาเพื่อว่าจ้างภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการเก็บขน บริหารโรงพักขยะ และขนถ่ายไปกำจัดต้องระงับลง แม้มีแผนการขนตรงสู่จุดฝังกลบแต่ก็ใช้งบประมาณที่สูงขึ้นกว่า 1,300 กว่าล้านบาท ทำให้ต้องมีการถอนญัตติดังกล่าวเพื่อให้ฝ่ายบริหารไปทบทวนและทำประชาคมชาวบ้านในพื้นที่ก่อนนั้น โดยกรณีนี้ชาว บ้านรู้สึกเห็นใจและเข้าใจรัฐเป็นอย่างดีว่าไม่มีที่พักเพื่อรอการขนถ่ายขยะ แต่รัฐเองก็ต้องเข้าใจและเห็นใจชาวบ้านด้วยเช่นกัน เพราะชาวบ้าน 2 ชุมชนจำนวนรวมกันกว่า 1,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน ทุกข์ทรมานจากมลพิษทั้งทางกลิ่น น้ำเสีย เชื้อโรค และเรื่องอื่นๆมานานนับสิบปีแล้ว ซึ่งหากที่ผ่านมามีการบริหารจัดการที่ดีชาวบ้านก็คงไม่ได้ต่อต้านหรือคัดค้านอะไร แต่ที่ผ่านมาทุกอย่างเกิดความเสียหายและสร้างผลกระทบรุนแรงทั้งสิ้น
ก่อนหน้านี้เมืองพัทยาเคยเข้ามาเจรจาเพื่อขอใช้พื้นที่ใหม่ โดยแจ้งว่าจะมีการคุมเข้มเรื่องของการจัด TOR mชัดเจนและจะไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก ชุมชนจึงได้ตั้งข้อแม้ไป 8 ข้อ ได้แก่ 1.ขยะต้องไม่ตกค้าง 2.น้ำเสียต้องไม่ปล่อยทิ้งลงท่อระบายน้ำชุมชน 3.มีการอบรมพนักงานขับรถอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มีวินัยในการขับขี่ 4.หากเกิดความเดือดร้อนรำคาญต้องเร่งเข้ามาแก้ไขทันที 5.รักษาความสะอาด ด้วยการเก็บกวาดล้างถนนสาธารณะ และโรงพักขยะเป็นประจำ 6.ตั้งกองทุน เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาจำนวน 5 ล้านบาท โดยจะมีการจัดตั้งกรรมการซึ่งมีตัวแทนชุมชน เมืองพัทยาเข้ามากำกับดูแล 7.ให้ตัวแทนชุมชนจำนวน 10 คนเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาตรฐานของการใช้โรงพักขยะ และ 8.โรงพักขยะต้องมีการจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียที่มีคุณภาพ นายบุญมา กล่าวต่อไปว่าจากการเจรจาพบว่าเมืองพัทยารับปากว่าจะดำเนินการให้ทุกอย่าง แต่ร้องให้มีการทำประชาพิจารณ์ชาวบ้านด่วนใน 2 วันซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจัดทำได้ทัน จึงแจ้งมาให้รวบรวมบัตรประชาชนของชาวบ้านและเซ็นยินยอม แต่สุดท้ายก็ไม่มีความชัดเจนหรือความจริงใจใดๆที่ทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องของเงินเยียวยาให้กับชาวบ้าน
โดยระบุกรณีนี้ว่าอาจไม่เข้าข่ายตามระเบียบที่ถูกต้อง อีกทั้งก็ไม่ยินยอนให้ชาวบ้านเข้าไปเป็นกรรมการในตรวจสอบมาตรฐานโรงงาน โดยอ้างว่าอาจทำให้การปฏิบัติงานไม่สะดวกจึงไม่กล้าที่จะรับปากและปฏิเสธการใช้พื้นที่ดังกล่าวไปโดยในวันที่ 9 พ.ค.นี้เมืองพัทยาจะมีการประชุมประชาคมชุมชนทั้งหมด เพื่อหารือในกรณีดังกล่าวที่เมืองพัทยาแต่ส่วนตัวมองว่าปัญหาโรงพักขยะเป็นเรื่องของชุมชนใกล้เคียง ชุมชนอื่นจึงไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ก็คงจะต้องรอฟังผลสรุปอีกครั้ง อย่างไรก็ตามการที่เมืองพัทยาออกมาระบุว่าพื้นที่โรงพักขยะเป็นสิทธิ์ของเมืองพัทยาดังนั้นแม้การประชาคมจะไม่ผ่านความเห็นชอบก็สามารถใช้พื้นที่นี้ได้ เรื่องนี้ได้หารือกับทนายความและผู้เกี่ยวข้องแล้ว จนมีผลสรุปว่าสุดท้ายหากเมืองพัทยาจะยังคงใช้พื้นที่นี้อยู่ก็จะรวบรวมหลักฐานร้องศาลปกครองเพื่อขอให้ระงับการใช้พื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากประชาชนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงแน่นอน
ภาพ/ข่าว กนิษา บุญช่วยเหลือ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ รายงานจากศูนย์ข่าวทีนิวส์ภาคตะวันออก สวนนงนุช พัทยา ชลบุรี
