- 09 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ผู้สื่อข่าว ได้รับแจ้งจาก นาง นวลละออง กลึงกลางดอน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา รวมทั้งชาวบ้านว่า มีหญิงสูงวัยเป็นผู้พิการเป็นใบ้ อาศัยอยู่ที่หมู่ที่ 6 บ้านมาบค่าย ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา และเป็นผู้ยากไร้ ทราบชื่อภายหลังคือ นาง วันเพ็ญ สงวนยิ้ม อายุ 62 ปี โดยมีหลักฐานเป็นเพียงเอกสาร ที่ระบุว่า มารดาชื่อนาง วงศ์ บิดา ชื่อ นาย สง่า ที่อยู่ 105/3 หมู่ที่ 1 ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ แต่มาอาศัยอยู่ที่ ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา มานานหลายปีแล้ว และนางวันเพ็ญเองก็ไม่มีบัตรหรือเบี้ยเลี้ยงยังชีพหรือบัตรช่วยเหลือคนพิการจากภาครัฐแต่อย่างใด และไม่มีแม้กระทั่งบัตรประชาชน ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก แม้ว่านางวันเพ็ญจะเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านในพื้นที่แห่งนี้เพราะเป็นคนที่ชอบช่วยงานต่าง ๆ ในชุมชน
และเรื่องดังกล่าวนี้ทาง นาย สมเกียรติ กังศรานนท์ นายก อบต.ทัพรั้ง เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พยายามช่วยเหลือและหาทางช่วยเหลือเพื่อให้นาง วันเพ็ญ ผู้พิการเป็นใบ้ ให้ได้รับสิทธิ์ต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้มากนักเพราะนางวันเพ็ญเองไม่มีแม้แต่บัตรประชาชน ทำให้ไม่สามารถเข้ารับสิทธิ์ในการช่วยเหลือจากภาครัฐได้ โดยเรื่องดังกล่าวได้พยายามตามหาญาติมานานมากแล้ว กระทั่งมาพบญาติซึ่งเป็นหลานและอดีตสามีของนางวันเพ็ญในวันนี้ โดยนาง นางนวลละออง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 กล่าวว่า ในเบื้องต้นจะแจ้งไปยังอำเภอเพื่อให้ทำการสืบค้นข้อมูลเพื่อจะดำเนินการขอให้นางวันเพ็ญ ได้มีบัตรประชาชนก่อน เพื่อที่จะนำบัตรประชาชนและหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบในการช่วยเหลือ โดยเฉพาะนางวันเพ็ญ ซึ่งเป็นผู้พิการเป็นใบ้ และจะได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วย เพราะมาอาศัยอยู่ที่ ต.ทัพรั้งมานานกว่า 24 ปี แล้ว แต่หากทางอำเภอไม่เชื่อพยานหลักฐานที่ทางญาติของนางวันเพ็ญนำมาแสดงในครั้งนี้ ก็จะขอให้มีการดำเนินการตรวจดีเอ็นเอ ของพ่อแม่และนางวันเพ็ญ เพื่อขอทำบัตรประชาชนต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนในหมู่บ้านช่วยเหลือนางวันเพ็ญ อย่างเต็มที่
นาย ตุ๋ย พุ่มพวง อายุ 66 ปี อดีตสามีนางวันเพ็ญ ก่อนนั้นตนเองอาศัยอยู่กินเป็นสามีภรรยากับนาง วันเพ็ญ มา 20 กว่า ปี มีลูกด้วยกัน 3 คน ต่อมาได้แยกทางกันกับนางวันเพ็ญเนื่องจากนางวันเพ็ญได้หนีออกจากบ้านที่ ต.บางกรูด อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งตนเองก็ได้พยายามติดตามหานางวันเพ็ญผู้เป็นภรรยามาโดยตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี แต่ก็ไม่พบจึงเลิกติดตามหา โดยตนเองก็ไม่ได้มีการแจ้งความคนหายต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด กระทั่งกว่า 24 ปีผ่านไป ตนมาทราบเนื่องจากมีคนเอาภาพนางวันเพ็ญ ซึ่งมีการโพสต์ตามหาญาติในโลกโซเชียล กระทั่งตนเองเอารูปดังกล่าวมาถามบุตรชายว่าเป็นนางวันเพ็ญหรือไม่ ซึ่งบุตรชายก็บอกว่าใช่นางวันเพ็ญซึ่งเป็นอดีตภรรยา และแม่ที่หายไม่ได้ติดต่อกันมานานกว่า 24 ปี และต่อมาตนเองกับหลาน ๆ จึงได้เดินทางมาที่ ต.ทัพรั้ง อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา เพื่อมาหานายวันเพ็ญ โดยนายตุ๋ยยังเล่าอีกว่าผู้ที่เป็นพ่อแม่ของนางวันเพ็ญก็ยังมีชีวิตอยู่และยังอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งทั้งสองคนมีอายุเกือบจะ 80 ปีแล้ว
นาย เทพประสิทธิ์ นธิภิรมย์ นักพัฒนาชุมชน อบต.ทัพรั้ง กล่าวว่า สำหรับเรื่องของนางวันเพ็ญนั้น ในเบื้องตนตนเองได้รับทราบว่านาง วันเพ็ญซึ่งเป็นผู้พิการเป็นใบ้ เป็นบุคคลที่ไม่มีญาติโดยในเบื้องต้นนั้นตนเองได้มีการประสานไปยัง อบจ.ฉะเชิงเทรา และก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจาก นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา ด้วยการช่วยลงประกาศในเว็บไซค์ของ อบจ.ฉะเชิงเทรา และภายในคืนเดียวกันนั้นเองก็ได้มีบุคคลทราบชื่อภายหลังคือ นางสวาจินตนา เจริญสว่าง ซึ่งมาทราบภายหลังว่าเป็นหลานสาวของนางวันเพ็ญหญิงพิการเป็นใบ้ ได้โทรศัพท์เข้ามาและแจ้งและสอบถามนามสกุลของนางวันเพ็ญ กระทั่งนำมาสู่การค้นหาประวัติจนกระทั่งสามารถพบเจอลูกหลานญาติพี่น้อง รวมทั้งอดีตสามีของนางวันเพ็ญ สำหรับการช่วยเหลือ นาง วันเพ็ญ ผู้พิการเป็นใบ้ในเบื้องต้นนั้นจะให้เป็นหน้าที่ของทางอำเภอเพื่อทำการสืบต้นหาข้อมูลอีกครั้ง เนื่องจากข้อมูลที่มีนั้นนานมากแล้วดังนั้นต้องมีการนำสืบจากข้อมูลที่บ้านเกดิของนางวันเพ็ญด้วย ส่วนในเบื้องต้นในการช่วยเหลือในส่วนของ อบต.ทัพรั้ง นั้น ต้องดูที่ความต้องการของนางวันเพ็ญว่าต้องการจะกลับไปยังบ้านเกิดที่สมุทรปราการหรือไม่ หากนางวันเพ็ญไม่ยินยอมที่จะกลับทางพัฒนาชุมชน อบต.ทัพรั้ง ก็จะออกหมายเลขบัตรประชาชนให้แก่นางวันเพ็ญ ผู้พิการเป็นใบ้ ต่อไป
ภาพ/ข่าว ไพฑูรย์ ดาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
