- 09 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.61) มีผู้โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าว่ากำลังจะมีการตัดต้นสักภายในโรงเรียนเชียงคาน ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาประจำอำเภอเชียงคาน เพื่อปรับพื้นที่เตรียมก่อสร้างอาคารหอประชุมหลังใหม่ พร้อมให้ข้อมูลว่า ต้นสักดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ เติบโตมาตั้งแต่สมัยพระยาศรีอัคฮาด เจ้าเมืองเชียงคานคนแรก เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว และเป็นต้นสักพระราชทาน ซึ่งบางคนได้โพสต์ภาพต้นสักริมถนนด้านข้างโรงเรียน จึงมีผู้เข้าใจผิดเป็นว่าจะมีการตัดต้นไม้บริเวณนี้ด้วยนั้น ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่แสดงความคิดเห็นคัดค้าน และตำหนิผู้บริหารโรงเรียนอย่างรุนแรง
ความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ ( 9 พ.ค.2561 ) ที่ห้องประชุมโรงเรียนเชียงคาน นายสุเมธ ปานะถึก ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงคาน ได้เชิญผู้นำชุมชน นายกสมาคมครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา และคณะครู พร้อมด้วยนายณัฐภณ ดวงท้าวเศษ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19 (เลย – หนองบัวลำภู) ผู้แทนจากสำนักงานธนารักษ์ จ.เลย และผู้แทนนายอำเภอเชียงคาน เข้าร่วมประชุม
นายสุเมธ กล่าวว่า สืบเนื่องจากโรงเรียนเชียงคานได้รับอนุมัติงบประมาณการก่อสร้างโรงอาหาร หอประชุม แบบ 101 ล/27 (พิเศษ) จากสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นที่ (สพฐ.) จำนวน 12 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีเอกชนผู้รับเหมาก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว โดยตามแบบแปลนเดิมตั้งอยู่บริเวณด้านหลังสนามฟุตบอล ประตูฝั่งริมแม่น้ำโขง ขนาดความกว้าง 22 เมตร ยาว 47 เมตร ซึ่งเป็นอาคารแบบสองชั้น ชั้นบนสุดเป็นสนามกีฬาในร่ม เอนกประสงค์ ชั้นล่างเป็นหอประชุม และชั้นใต้ถุน เป็นโรงอาหารที่สามารถรองรับจำนวนนักเรียน 1,600 คน
ซึ่งพื้นที่โรงเรียนเชียงคานคับแคบ บริเวณโรงอาหารเดิมมีพื้นที่ไม่พอก่อสร้าง จึงจำเป็นต้องใช้บริเวณนี้ และจำเป็นต้องขอตัดต้นสัก 4 ต้น โดยการขออนุญาตได้ทำเรื่องไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์เจ้าของที่ดินราชพัสดุ กรมป่าไม้ อำเภอเชียงคาน และผู้ว่าราชการจังหวัด ครบถ้วนตามกระบวนการขั้นตอน แต่เมื่อทราบว่า มีศิษย์เก่า ประชาชน และครูอาจารย์ บางส่วนที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งตนก็เข้าใจความรู้สึกนี้ดี เพราะต้นสักในโรงเรียนมีคุณค่าทั้งทางจิตใจ และทางสิ่งแวดล้อม
ดังนั้น เมื่อวานนี้ ตนจึงได้เชิญคณะครูเข้าร่วมปรึกษาหาทางออกปัญหานี้ร่วมกัน ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ขยับพื้นที่ก่อสร้างเข้าไปในสนามฟุตบอล เพื่อจะได้ไม่ต้องตัดต้นไม้ ทางผู้รับเหมาก็ยินดีที่จะดำเนินการแก้ไขแบบแปลนตามนี้ ทำให้พื้นที่สนามฟุตบอลเหลือน้อยลง จึงจำเป็นต้องปรับปรับสนามฟุตซอลอีกฝั่งหลังประตู ทุบ รื้อออกแล้วปลูกหญ้า เพื่อให้พื้นที่สนามฟุตบอลได้มาตรฐานดังเดิม จึงถือเป็นโอกาสดีที่ทางโรงเรียนจะได้ทั้งโรงอาหาร หอประชุม สนามกีฬาใหม่ ต้องขอขอบคุณศิษย์เก่า และประชาชนที่แสดงความห่วงใย
ด้านนายณัฐภณ ดวงท้าวเศษ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 19 กล่าวว่า โรงเรียนมีนักเรียนจำนวนกว่า 1,600 คน จึงเข้าตามหลักเกณฑ์ของ สพฐ.ให้สามารถของบประมาณในการก่อสร้างหอประชุมแบบ 101 ล/27 (พิเศษ) ได้ ซึ่งทางโรงเรียนเชียงคานเป็น 1 ใน 3 โรงเรียนในสังกัด สพม.19 ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณในปี 2561 นี้ ประกอบด้วยโรงเรียนท่าลี่วิทยา จ.เลย โรงเรียนโนนสังวิทยาคาร จ.หนองบัวลำภู และโรงเรียนเชียงคาน โดยโรงเรียนเชียงคานอยู่ในลำดับที่ 1 เนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากหอประชุมและโรงอาหารเดิมมีความคับแคบ นักเรียนต้องผลัดเปลี่ยนกันเข้ามานั่งรับประทานอาหาร ขณะเดียวกัน อำเภอเชียงคานเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด แต่ไม่มีหอประชุมรองรับคนจำนวน 300 คน ได้ หากโรงอาหาร หอประชุมนี้สร้างเสร็จ ก็จะมีหน่วยงานต่างๆที่เข้ามาใช้บริการหอประชุมจัดอบรมสัมมนาได้ด้วย นายณัฐภณกล่าว
ทั้งนี้ ภายหลังการชี้แจง ที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันให้ก่อสร้างได้โดยให้ยึดถือตามมติของคณะครู ไม่มีการตัดต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น ทำให้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย.
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
