- 10 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายธนัช ชลิตมงคลกุล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน กรณีที่มีชาวบ้านชุมชนป่าตาลในเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ ร้องเรียนให้หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบกองไม้ท่อนและไม้แปรรูปกองใหญ่ภายในบริเวณที่ดินที่มี เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ต.นายหนึ่งสังกัด สภ.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย อ้างสิทธิ์ครอบครองในที่ดินผืนดังกล่าว จนนำมาสู่การพิสูจน์สิทธิ พบว่าที่ดินที่ พ.ต.ต. คนดังกล่าวอ้างนั้นเป็นที่ดินของ ส.ป.ก.โครงการปฏิรูปที่ดินสาธารณประโยชน์โคกใหญ่ ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จึงนำมาสู่คำถามที่สื่อมวลชนสงสัย เพื่อจะตอบข้อสงสัยดังกล่าวสู่สาธารณชนได้รับทราบ
นายธนัช ชลิตมงคลกุล ปฏิรูปที่ดินจังหวัด หนองคาย กล่าวว่า ส.ป.ก. มีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 กล่าวคือ หน้าที่ในการปรับปรุงเกี่ยวกับสิทธิและการถือครอง ในที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม รวมตลอดถึง การจัดที่อยู่อาศัย ในที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น ให้แก่เกษตรกร โดยมีภารกิจหลัก 3 ประการคืองานจัดที่ดิน งานพัฒนา และงานเพิ่มรายได้
ในส่วนของงานจัดที่ดิน ดำเนินการทั้งในที่ดินของรัฐที่ได้รับมอบ โดยการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) และในส่วนที่ดินเอกชน ที่ ส.ป.ก. จัดซื้อมา ก็จะให้เกษตรกรเช่า หรือ เช่าซื้อ
ผู้สื่อข่าวได้ถาม ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ว่า ใครสามารถเข้าอยู่อาศัย ครอบครองทำกินในพื้นที่ ส.ป.ก. ได้บ้าง อย่างไร
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ที่ดินที่ ส.ป.ก. นำมาจัดให้เกษตรกร มีหลายประเภท เช่น ที่ดินที่ ส.ป.ก. จัดซื้อมา ที่ดินที่ได้รับมอบจากกรมป่าไม้ ที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนเลือกใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว ดังนั้น การได้มาซึ่งพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน กรณีรับมอบพื้นที่ป่าไม้จากกรมป่าไม้ หรือ กรณีที่สาธารณประโยชน์ ส.ป.ก. จะได้รับมอบมา ทั้งพื้นที่และคนที่เข้าครอบครองอยู่เดิม ซึ่งมีมากมายหลายอาชีพ
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า เมื่อเป็นพื้นที่ ส.ป.ก.แล้ว ส.ป.ก. จะดำเนินการอย่างไร กับผู้ที่อยู่อาศัย หรือ ทำกิน อย่างถูกต้อง และ ไม่ถูกต้อง อย่างไร
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า เมื่อ ส.ป.ก. รับมอบพื้นที่มากรณีเป็นพื้นที่ที่มีบุคคลครอบครองอยู่ ส.ป.ก. ก็จะดำเนินการจัดที่ดินให้ เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ โดยการสำรวจรังวัด และจัดที่ดินให้กับผู้ครอบครอง ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น “เกษตรกร” ตามความหมายที่ ส.ป.ก. กำหนด ส่วนผู้ครอบครองที่ไม่มีคุณสมบัติ หรือ ไม่เข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. ก็ได้เร่งรัดดำเนินการกับผู้ครอบครองกลุ่มนี้มาโดยตลอด และในปัจจุบัน ได้มีคำสั่ง คสช. ให้ดำเนินการ กับผู้ครอบครองกลุ่มนี้ ในการยึดคืนพื้นที่ และอยู่ในระหว่างดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จากการสำรวจรังวัดจัดที่ดิน เมื่อปี พ.ศ.2558 มีชื่อของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ หรือไม่ สาเหตุที่ไม่มีชื่อในฐานข้อมูลการจัดที่ดินของ ส.ป.ก. เพราะเหตุใด
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ข้อมูลการสำรวจรังวัดเมื่อปี พ.ศ. 2558 ไม่มีชื่อของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ จำนงนิตย์ ในที่ดินแปลงใด มีเพียงระบุเป็นที่ดินของนายเสฎฐวุฒิ จำนงนิตย์ (บุตรชาย) จำนวน 2 แปลงคือ 1 ที่ดินชุมชนแปลงเลขที่ 89 ระวางที่ 5544 IV4272-9 เนื้อที่ 1 ไร่ 21 ตารางวา, 2 ที่ดินชุมชนแปลงเลขที่ 88 ระวางที่ 5544 IV4272-9 เนื้อที่ 1 งาน 61 ตารางวา ซึ่งที่ดินทั้งสองแปลง ตั้งอยู่ในเขตชุมชนป่าตาล หมู่ 6 ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย “ปัจจุบันยังไม่ได้จัดที่ดินและออกหนังสืออนุญาต ให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อยู่อาศัย หรือ (สปก 4-01ช) แต่อย่างใด” การบันทึกข้อมูลในฐานข้อมูลที่ดินของ ส.ป.ก. มีเพียงระบุชื่อ นายเสฎฐวุฒิ จำนงนิตย์ ตามผลการรังวัด
ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า กรณีที่ พ.ต.ต.เนติพงษ์ ยกที่ดินทั้ง 2 แปลงให้กับนายเสฎฐวุฒิ ซึ่งเป็นบุตร สามารถทำได้หรือไม่ เพราะ พ.ต.ต.เนติพงษ์ เป็น ตำรวจ ไม่ใช่ เกษตรกร ไม่มีสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 2 แปลง เพราะไม่ทราบถึงการได้มาของที่ดิน
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า การดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ในเขตปฏิรูปที่ดินแปลงดังกล่าว คือ โครงการปฏิรูปที่ดิน ที่สาธารณประโยชน์โคกใหญ่ ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เนื้อที่ประมาณ 1,809 ไร่ ส.ป.ก. ได้รับมอบพื้นที่มาดำเนินการปฏิรูปที่ดินตามมติของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) ครั้งที่ 3/2560 เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2542 และ ส.ป.ก.หนองคาย เข้าดำเนินการจัดที่ดินชุมชนในเขตโครงการดังกล่าว ในปีงบประมาณ 2559 ดังนั้นผู้ครอบครองที่ดินในเขตโครงการดังกล่าว ก่อนที่ ส.ป.ก. จะเข้าดำเนินการ จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้ครอบครองกันหรือไม่อย่างไร ส.ป.ก.หนองคายไม่มีข้อมูลในส่วนนี้ จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ และกรณีของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ จำนงนิตย์ ก็เช่นเดียวกัน แต่หลังจาก ส.ป.ก.หนองคาย เข้าดำเนินการจัดที่ดิน โดยสำรวจรังวัดและออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว เกษตรกรที่ได้รับหนังสืออนุญาตไม่สามารถโอนหรือซื้อขายที่ดินได้ การโอนสิทธิ์หรือรับมรดกสิทธิ์ในที่ดิน ส.ป.ก. ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ ส.ป.ก.กำหนด และในกรณีของนายเสฎฐวุฒิ จำนงนิตย์ ซึ่ง ส.ป.ก.หนองคาย สำรวจรังวัดแปลงที่ดินไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดที่ดิน นายเสฎฐวุฒิ จำนงนิตย์ จะได้รับการจัดที่ดินหรือไม่ ก็จะต้องพิจารณาตามคุณสมบัติว่า เป็นไปตามระเบียบที่ ส.ป.ก. กำหนดหรือไม่
จากการกล่าวอ้างของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ ทราบว่า ได้เข้าครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูป เมื่อประมาณ พ.ศ.2550 จำนวน 2 แปลง และเมื่อปี พ.ศ.2556 ได้มอบที่ดินทั้ง 2 แปลง ให้แก่บุตรชาย คือ นายเสฎฐวุฒิ จำนงนิตย์ แต่ไม่มีเอกสารรับรองจากทางราชการ และเมื่อราวปี พ.ศ.2550 พ.ต.ต.เนติพงษ์ มารับราชการในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ แต่ไม่ใช่เป็นคนพื้นที่อำเภอท่าบ่อแต่อย่างใด (จ.มหาสารคาม) การได้มาซึ่งที่ดินเขตปฏิรูป ได้มาอย่างไร การที่ พ.ต.ต.เนติพงษ์ อ้างว่าได้มอบที่ดินทั้ง 2 แปลง ให้บุตรชาย (เพราะตัวเองไม่มีสิทธิ ใช่หรือไม่) เมื่อปี พ.ศ.2556 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2558 ส.ป.ก.ได้เข้าทำการสำรวจรังวัด เพื่อที่จะออกหนังสืออนุญาต (ส.ป.ก. 4-01ช หรือ ชุมชนที่อยู่อาศัย) ให้ ทำไม พ.ต.ต.เนติพงษ์ ไม่เข้าทำการสอบสิทธิ หรือรู้ตัวเองว่าไม่มีสิทธิในที่ดินทั้ง 2 ผืน จึงโอนให้บุตรชายจนกว่าบุตรชายจะบรรลุนิติภาวะหรืออายุ 20 ปี จึงจะให้บุตรชายเข้าตรวจสอบสิทธิ ทั้งนี้บุตรชายของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ จะเป็นเกษตรกรหรือไม่ เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมหรือไม่ก็ไม่ทราบ กระทั่งมีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องไม้ที่กองในที่ดิน ส.ป.ก. เรื่องจึงกระจ่างว่า พ.ต.ต.เนติพงษ์ ครอบครองที่ตรงนี้เอาไว้โดยมิชอบ ทั้งที่ไม่ใช่เกษตรกร ไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่มีถิ่นฐานดั้งเดิมเป็นชาวอำเภอท่าบ่อ หรือชุมชนป่าตาลแต่อย่างใด แต่มีที่ดินในเขตปฏิรูปจนมาถึงปัจจุบันซึ่งเป็นที่ดิน ส.ป.ก. แล้ว ขณะเดียวกัน พ.ต.ต.เนติพงษ์ ยังจะยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 2 ผืน ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐให้บุตรหรือใครต่อใครได้หรือไม่ แทนที่รัฐจะเข้ามาจัดสรรให้แก่เกษตรกร คนยากจนในพื้นที่ ซึ่งเป็นชาว อ.ท่าบ่อ โดยกำเนิด.
ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
