- 11 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประธานศูนย์ต้านโกงเบตง ว่ามีอาคารถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง ภายในมีทั้งสระน้ำ อ่างจากุซซี่ ห้องนวด ห้องอบ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบสถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพการนวดเพื่อสุขภาพ ซึ่งอยู่ติดกับสวนสาธารณะเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา และหลังโรงแรมชื่อดังระดับ 5 ดาว ภายในมีอาคารอยู่หลายหลัง ต้นไม้ ต้นหญ้า ขึ้นปกคลุมหนาแน่น จนแทบมองไม่เห็นตัวอาคารบางอาคาร แบ่งเป็นโซนๆถึง 9 โซน มีทั้งอาคารสำนักงาน สระน้ำ ห้องนวด ห้องอบสมุนไพร ห้องอบเซาว์น่า และห้องอ่างจากุซซี่ ในห้องต่างๆข้าวของเครื่องใช้ส่วนใหญ่แตกหักได้รับความเสียหาย พังกระจัดกระจายเกือบหมดแล้ว ทั้งฝ่าเพดาน ประตู ก๊อกน้ำ อ่างล้างหน้า และเครื่องปรับอากาศ ไม่มีผู้ดูแลและพักอาศัยอยู่ จากสภาพคาดว่าน่าจะถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง ไม่ได้ใช้งานมานานมากแล้ว
จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของ "ทีมข่าว" ได้ความว่า นายสุชาติ ชายมัน ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการท่องเที่ยวและกีฬา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา และเป็นผู้ที่รับรู้รายละเอียดของโครงการก่อสร้าง "ศูนย์ส่งเสริมอาชีพการนวดเพื่อสุขภาพ" เป็นอย่างดี ทีมข่าวฯจึงติดต่อขอสัมภาษณ์นายสุชาติทางโทรศัพท์
นายสุชาติ ชี้แจงว่า ช่วงปี 2554 ตนดำรงตำแหน่งนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา โดยมี นายบรรเจิด พัฒนสาร ดำรงตำแหน่ง "ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา" การก่อสร้าง "ศูนย์ส่งเสริมอาชีพการนวดเพื่อสุขภาพ" เริ่มขึ้นในช่วงนั้น จนถึงปี 2555 แต่ตนได้ถูกย้ายไปทำหน้าที่ที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปัตตานี จึงไม่ได้ดำเนินการโครงการนี้ต่อ แต่ตนก็ยังติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง
นายสุชาติ ชี้แจงด้วยว่า โครงการนี้ใช้งบประมาณ 16 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ งบการดำเนินงาน ประมาณ 10 ล้านบาท ประกอบด้วย การฝึกอบรมการนวดเท้า 60 ชั่วโมง, หลักสูตรผู้ช่วยแพทย์แผนไทย 375 ชั่วโมง และหลักสูตรผู้ให้บริการสปา 500 ชั่วโมง อีกส่วนหนึ่งเป็นงบก่อสร้าง จำนวน 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ใช้ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ, เตียงนวด, จอโปรเจคเตอร์ และอีกหลายรายการ แต่การรับมอบโครงการที่ไม่ได้ดำเนินการต่อ ทำให้คุรุภัณฑ์เหล่านี้ถูกโจรมาแอบลักขโมยไป จึงกลายเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทางเทศบาลใช้เป็นเหตุผลในการไม่ยอมรับมอบศูนย์ส่งเสริมอาชีพการนวดเพื่อสุขภาพแห่งนี้
ด้าน นายอัครพล ยี่ตระกูล อดีตประธานศูนย์เบตงต้านโกง ได้เดินทางไปที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดยะลา เพื่อสอบถามความคืบหน้าการส่งมอบ "ศูนย์ส่งเสริมอาชีพการนวดเพื่อสุขภาพ" เพื่อให้เทศบาลดูแลต่อ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ
นายอัครพล กล่าวว่า จากข้อมูลที่ตรวจสอบได้ งบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ 16 ล้านบาท แยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก คือ งบประมาณด้านการดำเนินโครงการ จำนวน 8,400,000 บาท ส่วนใหญ่ใช้เป็นค่าก่อสร้าง ส่วนที่สอง คือ งบลงทุน จำนวน 7 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่ดิน 6 ล้านบาท และ "ค่าครุภัณฑ์" ที่ใช้ในการตกแต่งศูนย์ฯ เช่น เตียงนวด, อ่างน้ำ, โน้ตบุ๊คประมวลผล และคอมพิวเตอร์สำนักงาน แต่จากการตรวจสอบของศูนย์เบตงต้านโกง พบว่า ครุภัณฑ์ที่ระบุอยู่ในเอกสารโครงการทั้งหมด ไม่ได้อยู่ในศูนย์ฯแห่งนี้ จึงไม่ทราบว่าข้าวของทั้งหมดหายไปได้อย่างไร จึงต้องมายื่นหนังสือให้ทางสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดยะลา เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด
ทั้งนี้ก็ได้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างแพร่หลาย กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ จนทำให้เกิดมีข้อสงสัยว่าสถานที่ดังกล่าวหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบดูแล จึงมีการร้องเรียนผ่านสื่อมวนชน ให้ช่วยนำเสนอข่าวเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาตรวจสอบดำเนินการแก้ไข ไม่ใช่ปล่อยทิ้งร้าง และยังทำให้ประชาชนเสียประโยชน์แทนที่จะได้ใช้เป็นสถานที่ฝึกเป็นอาชีพตามป้ายชื่อโครงการ หากไม่ดำเนินโครงการต่อ ก็ควรปรับปรุงภูมิทัศน์นำสถานที่ไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น เพราะสถานที่แห่งนี้ก่อสร้างมาได้อย่างสวยสดงดงามและคงใช้งบประมาณในการก่อสร้างหลายล้านบาท ปล่อยทิ้งร้างไว้ก็เป็นที่เสียดาย และอีกประเด็นที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากในกลุ่มชาวบ้านคือ งบประมาณที่นำมาก่อสร้างหรือทำโครงการแต่ละอย่างของหน่วยงานภาครัฐก็ได้มาจากเงินภาษีของประชาชน ดังนั้นในการใช้เงินภาษีประชาชน ก็ควรดำเนินการให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด ไม่ใช่ก่อสร้างมาแล้วปล่อยทิ้งร้างไว้แบบนี้
ภาพ/ข่าว ธานินทร์ โพธิทัพพะ
เรียบเรียงโดยอนูวา ลือแบซา ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ยะลา
