- 11 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ. 0212/3325 ลงวันที่ 9 พฤษภาคม 2561 แจ้งให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเร่งรัดตรวจสอบและแก้ปัญหากรณีบริษัทเอกชนแอบอ้างว่าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ให้เงินทุนกู้ยืมแก่เกษตรกร ช้าราชการ และนักธุรกิจรายละ 1-15 ล้านบาท ซึ่งมีประชาชนสมัครเป็นสมาชิกกับบริษัทดังกล่าวจำนวนกว่า 60,000 ราย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้แจ้งเตือนขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเป็นเหยื่อบริษัทดังกล่าวนั้น
นายสมร ทิพบุญชู เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย เปิดเผยทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดเลย มีเกษตรกรที่หลงเชื่อขบวนการของบริษัทนี้จำนวนมาก ซึ่งบางส่วนมาในรูปแบบให้เกษตรกรเข้าร่วมกลุ่มปลูกกล้วยหอมทอง โดยอ้างว่าได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมจากสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดเลย และหน่วยราชการหลายแห่งก็โดนแอบอ้างด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยขณะนี้ได้แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้แล้ว นอกจากนี้ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งก็ไปแจ้งความดำเนินคดีฐานฉ้อโกงด้วยเช่นกัน กลุ่มคนเหล่านี้ยังแสดงพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล มีการข่มขู่ตนที่ออกมาเปิดโปงและต่อสู้เรื่องนี้ ซึ่งทางผู้ใหญ่ในกระทรวงก็รับรู้มาโดยตลอด แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ตนหวาดกลัวแต่อย่างใด พร้อมจะเดินหน้าตรวจสอบต่อไป โดยมีการร่วมกันทำเป็นขบวนการ มีชื่อหลายบริษัท แต่วิธีการคล้ายกัน
ด้านผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ได้รับการชักชวนจากญาติผู้ใหญ่ให้นำเอกสารไปเข้าร่วมโครงการกับบริษัทดังกล่าวที่จังหวัดขอนแก่น เดินทางจากจังหวัดเลยไป 2 กลุ่มๆละ 15 คน รวมเป็น 30 คน ในประชุมกันในร้านอาหารประเภทชาบู พร้อมรวบรวเอกสารประกอบด้วยสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาหนังสือเดินทางอย่างละ 3 ชุด ทุกแผ่นห้ามขีดคร่อม
โดยผู้แทนของบริษัทได้ชักชวนให้เข้าโครงการเกษตรแบบพันธะสัญญา ด้วยการเลี้ยงแพะ มีกรมปศุสัตว์เป็นผู้รับรอง มีผู้รับซื้อผลผลิตร้อยเปอร์เซนต์ เพื่อส่งไปโครงการอาหารโลก โดยจะให้เงินทุนสำหรับเริ่มต้นเลี้ยงแพะจำนวน 15 ล้านบาท แบ่งจ่ายเป็น 3 งวด งวดแรก 5 ล้านบาท สำหรับซื้อที่ดิน และใช้หนี้สินเก่าต่างๆให้หมด งวดที่ 2 จำนวน 5 ล้าน สำหรับการก่อสร้างฟาร์มแพะ ซื้อพันธุ์แพะ และ 5 ล้านสุดท้าย สำหรับใช้จ่ายทั่วไปในการทำฟาร์ม นัดจ่ายเงินงวดแรกก่อนสงกรานต์ จนกระทั่งป่านนี้ก็ยังไม่มีเงินเข้ามาแต่อย่างใด
“ในวันนั้นสมาชิกทั้ง 30 คน ต้องจ่ายเงินให้คณะกรรมการรวบรวมเอกสาร จำนวน 1,700 บาท เพื่อเป็นค่าตัดชุดทีม และจ่ายอีกคนละ 300 บาท เป็นค่าเลี้ยงอาหารชาบูให้ด้วย ส่วนเงินงวดแรกที่บอกว่าจะได้ก่อนสงกรานต์ สมาชิกทวงถามไปในกลุ่มไลน์ กรรมการก็บอกว่า กำลังตรวจสอบเอกสาร นัดมาจ่ายเดือนพฤษภาคม ก็บ่ายเบี่ยงอีกว่าตรวจเอกสารยังไม่ครบทุกคน
จนกระทั่งทวงถามไปครั้งสุดท้าย ก็บอกว่าบริษัทมีปัญหา ไม่สามารถจ่ายเงินได้ หลังจากนั้นก็รู้สึกเอะใจ จึงเข้าไปตรวจสอบข้อมูลตามสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ก็เชื่อแน่ว่าเป็นขบวนการหลอกลวงแน่ๆ จึงติดต่อขอเอกสารคืน เพราะกลัวว่าเขาจะนำเอาเอกสารต่างๆไปสร้างความเสียหายให้แก่ตนเอง แต่กลับไม่ได้รับคืน ในเร็วๆนี้ตนจะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ใครนำเอกสารตนไปใช้อย่างอื่น อยากให้ทางหน่วยงานราชการ หรือองค์การสหประชาชาติออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการเหล่านี้ให้ชัดเจนเสียที ไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่ออีกแล้ว” แหล่งข่าวกล่าว
ภัทราวุธ บุญประเสริฐ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.เลย
