- 12 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
นายวราวุฒิ พึ่งกุศล นายช่างโยธาเทศบาลเมืองท่าบ่อ เปิดเผยต่อข้อซักถามของสื่อมวลชน กรณี พ.ต.ต.เนติพงษ์ จำนงนิตย์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ท่าบ่อ ครอบครองที่ดินซึ่งอยู่ในเขต ส.ป.ก.โครงการปฏิรูปที่ดินสาธารณประโยชน์โคกใหญ่ ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยก่อนหน้าได้มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบกองไม้ และไม้แผ่นแปรรูปภายในแปลงที่ดินที่ 88 และ 89 ระวางที่ 5544IV4272-9 เนื้อที่ 1 งาน 60 ตารางวา และเนื้อที่ 1 ไร่ 21 ตารางวา โดยเฉพาะแปลงที่ 89 ที่ นายตำรวจคนดังกล่าว กำลังเตรียมสร้างบ้านและมีกองไม้ที่ถูกตรวจสอบรวมอยู่ด้วย
นายวราวุฒิ กล่าวว่า การจะสร้างสิ่งปลูกสร้างในเขตเทศบาลนั้น ก่อนอื่นต้องมีสถาปนิกและวิศวกรทำการออกแบบและเขียนแบบให้ จากนั้นจะต้องไปขอเอกสารการยื่นขออนุญาตจากทางเทศบาล แล้วนำมากรอกให้ครบถ้วน ประกอบด้วย เอกสารคำขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ดัดแปลงอาคารหรือรื้อถอนอาคาร (ข.1), แบบแปลนแผนผัง จำนวน 5 ชุด, หนังสือรับรองว่าเป็นผู้ออกแบบ สถาปนิก และวิศวกร พร้อมสำเนาใบอนุญาต, สำเนาโฉนดที่ดินที่จะก่อสร้าง (ส.ค.1, นส.3 และ ส.ป.ก.4-01ช) , สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือทะเบียนบ้านเจ้าของอาคาร ในกรณีเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียน
จากนั้นยื่นเอกสารทั้งหมดต่อเทศบาลซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ ภายใน 45 วัน ต้องได้รับแจ้งว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่อนุญาตจะต้องแก้ไขอะไรบ้าง เมื่อแก้ไขแล้วก็ควรจะได้รับอนุญาต และเสียค่าธรรมเนียมต่อทางเทศบาล
สำหรับ พื้นที่ ส.ป.ก.ในเขตเทศบาลเมืองท่าบ่อ มีแห่งเดียวคือชุมชนป่าตาล หมู่ 6 ตำบลท่าบ่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย และเมื่อตรวจสอบกับ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จ.หนองคาย (ส.ป.ก.) พบว่า ได้มีการจัดที่ดินแปลงชุมชนในปีงบประมาณ ปี พ.ศ.2559 ส.ป.ก.หนองคาย ได้ออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินที่อยู่อาศัย (ส.ป.ก.4-01 ช) ให้เกษตรกร จำนวน 725 ราย รวม 847 แปลง ซึ่งไม่ปรากฏชื่อของ พ.ต.ต.เนติพงษ์ จำนงนิตย์ เช่นเดียวกัน เนื่องจากไม่อยู่ในเกณฑ์การพิจารณา เพราะไม่มีเอกสารรับรองการได้มาซึ่งที่ดิน หรือ นายตำรวจคนดังกล่าวไม่เข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบสิทธิ
อย่างไรก็แล้วแต่จากการสอบถามไปยัง ส.ป.ก.หนองคาย แล้วทราบว่า ที่ดินในเขตส.ป.ก.โครงการปฏิรูปที่ดินสาธารณประโยชน์โคกใหญ่ ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พื้นที่จำนวน 1,809 ไร่ จะต้องได้รับการจัดสรรให้แก่เกษตรกร หรือ คนจน ตามสิทธิ์อย่างแน่นอน ซึ่งตอนนี้ ได้ออกหนังสืออนุญาตให้แล้วจำนวน 847 แปลง และส่วนที่เหลือคาดว่าอีกประมาณ 200 แปลงเศษๆ ก็จะได้เข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบสิทธิในโอกาสต่อไป
ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าว ประชาชนในพื้นที่ได้ตั้งคำถามว่านายตำรวจคนนี้ เข้ามาครอบครองที่ดินทั้ง 2 ผืน ได้อย่างไร ทั้งที่ไม่ใช้คนในพื้นที่ อ.ท่าบ่อ และอาชีพก็ไม่ใช่ “เกษตรกร” เพราะมีรายได้จากเงินเดือนประจำ อีกทั้งยังจะเตรียมสร้างบ้าน ทั้งๆที่ไม่มีเอกสารรับรองการได้มาซึ่งที่ดิน มีเงินซื้อไม้หลายชนิด รวมทั้งไม้แปรรูปมากองไว้อวดชาวบ้านจำนวนมาก คงไม่ใช่ “คนจน” อย่างแน่นอน มิหนำซ้ำพฤติกรรมยังมีการซุกที่โดยอ้างสิทธิให้บุตรชาย เพราะทราบว่าตนเองนั้นไม่มีสิทธิครอบครอง เมื่อกระบวนการได้มาของที่ดินมันมิชอบแล้ว กระบวนการต่อไปโดยเฉพาะการตรวจสอบสิทธิในที่ดินจะถูกต้องหรือไม่ และใครจะเป็นผู้เห็นชอบให้สิทธิแก่นายตำรวจคนนี้ เกษตรกรตัวจริง คนจนจริงๆ จะคิดเห็นเป็นประการใด ที่สำคัญผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจคนนี้ ท่านทราบหรือเปล่าว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม (โดยตั้งใจหรือไม่) ท่านควรจะมาตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านเสียก่อนและโดยเร็ว ก่อนที่หน่วยงานข้างเคียงจะมาตรวจสอบก่อนท่าน ไม่อายกันบ้างหรือผู้บังคับใช้กฎหมายกระทำการเสียเอง.
ข่าว/ภาพ ภัทรวินทร์ ลีปาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดหนองคาย
