- 12 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้(12 พ.ค.61) พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาค ผกก.สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง เปิดเผยว่า วันนี้ นายพยอม แสงวันดี อายุ 32 ปี น.ส.หทัยรัตน์ สมถวิล อายุ 35 ปีและนายอิทธิพล สมถวิล อายุ 18 ปี พ่อแม่และลูก เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับตำรวจ สภ.มาบตาพุด ในข้อหาดูหมิ่นและต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่ ขณะปฎิบัติหน้าที่ แต่ทั้ง 3 คนปฎิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำ หลังปรากฎในคลิปเถียงตำรวจจราจร ขณะไปจับกุมกระทำผิดตาม พรบ.จราจร ริมถนนสุขุมวิทหน้า บ.เอสซีจีฯ เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปดังกล่าว มีการชี้หน้า และด่าทอตำรวจ ด้วยคำที่หยาบคาย จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงพฤติกรรมดังกล่าว และระหว่างแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงพิมพ์ลายนิ้วมือ น.ส.หทัยรัตน์ ยังบอกกับผู้สื่อข่าวอีกว่าตอนเองก็มีคลิปเด็ดที่ตำรวจนั้นได้กระทำกับตัวเองก่อนก่อนที่จะเป็นเรื่องเป็นราวและจะขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
ด้านนายอิทธิพล สมถวิล อายุ18 ปี หนุ่มเลือดร้อน ลูกชายนายพยอม และน.ส.หทัยรัตน์ กล่าวกับทีมข่าวว่า เหตุการที่เกิดขึ้นเกิดจากบันดาลโทษะ ในขณะที่เกิดการชุลมุน เป็นห่วงแม่ที่กำลังท้องได้ 3 เดือน จึงไปผลักเจ้าหน้าหน้าที่ออกให้ห่างจากแม่ เท่านั้นก็เลยเกิดการกระทบกระทั้งกันตามคลิปที่เห็น
ขณะเดียวกัน นายพายัพ แสงวันดี อายุ 23 ปี ที่อยู่ 118/1 มา.9 ต.ตลิ่งชันอ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย หนุ่มที่นั่งมาด้วยในรถกระบะคันดังกล่าว ได้เผยอีกว่า สื่งที่เกิดขึ้นถ้าย้อนเวลาได้ก็ไม่อยากให้เกิด ณ ตอนนี้ก็ต้องตกงาน เนื่องจากพอเกิดเหตุคลิปหลุดกระหึ่มโซเชียลทางบริษัทต้นสังกัดได้สั่งให้หยุดงานในทันทีโดยแจ้งว่านำชุดพนักงานที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไปก่อเหตุทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหายขอระงับการจ้างงานไว้ก่อน ทุกวันนี้เดือดร้อนหนักมากสำหรับเรื่องการข่มขู่ป้าจ่อยผู้ก่อเหตุทั้งหมดให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหานี้
ด้าน พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ ระบุว่า การดำเนินคดีตาม พรบ.จราจร ตำรวจ สภ.มาบตาพุด ดำเนินการในทุกข้อหา เนื่องจาก จ.ระยอง มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงในพื้นที่มาหลายปี ทางจังหวัดฯ จึงได้กำหนดเป็นวาระเร่งด่วน และมอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัด สั่งทุก สภ.ให้กวดขันจริงจัง
นอกจากนี้ยังมีรองนายกเทศมนตรีมาบตาพุดพร้อมด้วยหน่วยงานข้าราชการชาวบ้านจำนวนมากนำดอกกุหลาบมามอบให้กับผู้บังคับบัญชาและให้กำลังใจ และชื่นชมตำรวจทุกนาย ที่อดทนต่อการยั่วยุ และไม่ตอบโต้ ส่วนเรื่องคดีผู้บังคับบัญชา สั่งให้ดำเนินการตามหลักฐานที่ปรากฎ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและทวงศักดิ์ศรีตำรวจคืน
ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์จ.ระยอง
