- 14 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ (13 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า กลายเป็นประเด็นร้อนทั่วเน็ต “ผ้าป่าอลวน” วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่ง กรณี ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย เฟสบุ๊ก วิจารณ์ยับ หลังมีผู้โพสต์ภาพ และข้อความ ถามหาวัดที่นำครุถังผ้าป่า มาตั้งฝากเรี่ยไรบอกบุญ เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาหน้าเมรุ และปรับปรุงศาลาพระวิหารที่ชำรุด ทอด ณ.วัดปราสาทเทพนิมิตร บ้านปราสาท หมู่ที่ 2 ต.ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ วันที่ 26 สิงหาคม 2561 มีระบุ ( มารับวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ) ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความสงสัย และมีการออกมาตั้งข้อสังเกต ของชาวบ้าน ร้านค้า ในอำเภอต่างๆในพื้นที่ จ.สุรินทร์ เป็นอย่างมาก ทั้งที่มีเวลาอีกตั้ง 4 เดือน กว่าจะถึงเดือนสิงหาคม 2561
ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถาม นาย ประยุทธ์ อาจยาพวง ( กบ ) อีกหนึ่งคนที่มาขอผ้าป่า เปิดเผยว่า ตนรู้จักกับนายเกรียงเดช ทำบุญ ( ปั้น ) บอกว่า อยากจะหาผ้าป่ามาช่วยพัฒนาวัด จึงไปพากันไปขอให้ทางวัดปราสาทเทพนิมิตร ทำหนังสือรับรองให้ และได้ให้ตราวัดมาทำผ้าป่าสามัคคี ตนขอยืนยันว่า เป็นการทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ สามารถตรวจสอบได้ ส่วนพระ ที่ชื่อพระสุรัตน์ สุชิโต เป็นพระมาจาก จ.นครราชสีมา อ้างเป็นพระลูกวัด วัดปราสาทเทพนิมิตร ตนไม่ทราบ และไม่รู้จัก ให้ไปถามทางวัดเอาเอง
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่อีกครั้ง ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน บ้านปราสาท ม.2 ต.ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พบชาวบ้านกว่า 20 คน กำลังรวมกลุ่มประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับข่าวฉาว ของวัดปราสาทเทพนิมิตร แต่ละคนก็พึ่งที่ทราบข่าวว่า ที่วัดจัดทำผ้าป่าสามัคคี ซึ่งต่างก็ไม่เป็นที่น่าพอใยอย่างยิ่ง จึงเกิดปากเสียงกันในกลุ่ม เถียงกันไป เถียงกันมา เรื่องที่มาที่ไปของลายเซ็นในใบอนุญาต โดยที่ คุณตาวัย 84 ปี ซึ่งมีรายชื่อเป็นคณะกรรมการ แต่ไม่ได้ลงมือชื่อเอง ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงชื่อให้
นางจงกลณี เหลี่ยมดี อายุ 57 ปี (อดีตภรรยาเจ้าอาวาสวัด) อยู่บ้านเลขที่ 26 หมู่2 ต.ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องลายเซ็นตนไม่รู้ รู้แต่ว่าใบฎีกา ตนเป็นคนไปพิมพ์ให้พระจริงๆ พิมพ์เสร็จก็เอาให้ ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นกรรมการวัดเป็นคนเซ็นชื่อ และส่งมอบให้เจ้าอาวาสวัดดำเนินการต่อ ส่วนคนที่มาเอาในอนุญาต และใบฎีกา ตนเองก็ไม่ทราบ และไม่เคยเห็นเลย ตนเองก็รู้สึกเห็นใจเพราะ เจ้าอาวาสรูปนี้เป็นนักพัฒนา สร้างวัดมาก็เยอะ ส่วนเจ้าอาวาสวัด อดีตก็เคยเป็นคู่ชีวิต แต่ตอนนี้แยกกันอยู่ไม่เกี่ยวข้องกันมา 6 ปีแล้ว ส่วนเรื่องงานบุญต่างๆ ท่านไม่เคยเจียดเงินมาให้ตนเลย และตนก็ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวในส่วนนี้ ส่วนที่ตนจัดพิมพ์ใบฎีกาในครั้งนี้ ทางเจ้าอาวาสเองก็มาขอร้องให้ตนช่วยทำให้ เพราะบุคคลดังกล่าว เข้ามาขอเจ้าอาวาส 2-3 รอบแล้ว คือบุคคลดังกล่าวก็อยากจะช่วยซ่อมบำรุงศาลา และอื่นๆ ส่วนพระที่มีนักข่าวถ่ายรูปมาได้ คือตนเองก็ไม่รู้จักเลย
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดปราสาทเทพนิมิตร พร้อมชาวบ้านอีกกว่า 10 คน พบกับ พระอธิการวิจริตรุ จิรสุโถ เจ้าอาวาสวัดปราสาทเทพนิมิตร ผู้สื่อข่าวจึงเปิดภาพถ่ายใบสุทธิ ของพระที่มาแอบอ้างให้ดูความแต่ต่างเมื่อเทียบกับใบสุทธิของเจ้าอาวาสวัดเอง
จากการสอบถาม พระอธิการวิจริตรุ จิรสุโถ เจ้าอาวาสวัดปราสาทเทพนิมิตร กล่าวว่า ใบสุทธิ ตนเองก็บอกไม่ได้ว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม ตนต้องดูข้างในว่า พระอุปัชฌาย์รูปไหนเป็นคนเซ็น และพระอุปัชฌาย์รูปไหนเป็นคนสวด ส่วนเรื่องพระที่มาแอบอ้างว่าเป็นพระลูกวัดของตน มันไม่เป็นความจริง ตนไม่เคยรู้จักมาก่อน ซึ่งก่อนหน้าที่ มีคนชื่อปั่น และชื่อกบ ซึ่งรู้จักตนมาหลายปีแล้ว และได้มาขอทำผ้าป่า ตั้มกับกบ ถามตนว่า หลวงพ่อต้องการอะไร ตนก็ชี้ไปที่หลังคาศาลาที่ต้องการ ตนเลยถามว่า หลวงพ่อต้องยุ่งหรือต้องทำอะไรไหม ปั่นกับกบ บอกว่า หลวงพ่อไม่ต้องยุ่งอะไร เดี๋ยวผมจัดการเอง ได้เงินเท่าไหร่ก็จะเอามาให้หลวงพ่อ ส่วนจะหักค่าใช้จ่ายอะไรบ้างก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะว่าไหนจะค่าพิมพ์ซอง ค่าครุ ถัง ฯลฯ
และต่อมา พระอธิการวิจริตรุ จิรสุโถ เจ้าอาวาสวัดปราสาทเทพนิมิต ได้โทรศัพท์ไปหา นายเกรียงเดช ทำบุญ ( ปั้น ) โยมที่มาขอผ้าป่า และพาพระต่างถิ่นตระเวนแจกครุผ้าป่า จนสังคมโซเซียลพากันสงสัยและรุมจวกยับ พร้อมกับเปิดลำโพง เพื่อให้ผู้สื่อข่าว และได้ฟังกันทุกคน จากการพูดคุย พอจับใจความได้ว่า เป็นการสอบถามว่าจะเข้ามาที่วัดตอนไหน นายปั่นก็อ้างว่าจะเอาถังผ้าป่ามาใช้ช่วงเย็น จะเอาเป็นปัจจัยมาถวาย คณะกรรมการวัดมารองรับ และขอให้มาแสดงเจตนาบริสุทธิ์ในการของทอดผ้าป่า และนายปั่นก็ของดการทอดผ้าป่าในครั้งนี้ เพราะกลายเป็นข่าวดัง และมีปัญหาเยอะแล้ว
ด้านนางชนิดา พวงจำปา รองนายก อบต.ปราสาททนง กล่าวว่า ถึงขนาดนี้แล้ว ชาวบ้านไม่เชื่อใครหรอก เขาสามารถติดต่อกันได้เขาก็คุยกันเอง ว่าจะเข้ามาหรือไม่เข้ามาก็ได้ ไม่เชื่อหรอกพวกนี้ มันเป็นแก๊งเดียวกัน สื่อสารกันทุกวันมันคุยกันได้ว่าเป็นยังงัย ว่าจะเข้ามา ไม่มา บอกยกเลิกผ้าป่า เมื่อมันเกิดเรื่อง เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ชาวบ้านคนมนชุมชนที่ประชุมกันในวันนี้ ตนในฐานะคนกลาง ชาวบ้านมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ต้องการให้พระสึก และออกจากพื้นที่ไปก่อน เพื่อให้ชุมชนเกิดความสงบเรียบร้อย ไม่งั้นก็ให้พระไปจำพรรษาที่อื่น เพราะชาวบ้านต้องการทำบุญแบบสบายใจ ชาวบ้านไปสอบถามพระหลายๆรูปต้องการมาจำพรรษาที่วัดนี้ แต่พระนี้ออกไปก่อนถึงจะมาอยู่ ส่วนในวัดมีความไม่โปร่งใส หลายๆเรื่อง ยกตัวอย่างเช่น การซื้อเก้าอี้ เจ้าภาพก็มีซื้อให้ แต่ทำไมต้องมาเอาเงินกองกลางไปซื้อเก้าอี้อีก ชาวบ้านก็ไม่เข้าใจ พระก็ไม่อธิบาย ไม่มาพูดให้ชุมชนรอบๆ วัดเข้าใจ แต่จะมาเอาแต่เงินกองกลางนี้ไป เพื่ออะไร ในเมื่อเจ้าภาพเขาจะซื้อเก้าอี้อยู่แล้ว เขาก็ต้องจ่ายทำไมต้องเอาเงินกองกลางตรงนี้ วัดไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เป็นของชุมชน พอชาวบ้านไปยืมเก้าอี้วัด ก็ต้องคิดค่าเช่าตัวละ 3 บาท พระเป็นคนเก็บเงินเอง ในเมื่อกรรมการวัดมีแต่งตั้งไว้เพื่ออะไร และทุกๆ เช้าจะเห็นขับรถยนต์เอง ชาวบ้านต่างถามกันว่าเหมาะสมกับสมณะเพศบรรซิตหรือไหม.
เรียบเรียง / สุทธิศักดิ์ สอนกล้า ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
