- 14 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อ 30 ปีก่อน เหล่าคอสุราทั้งหลายใครที่ไม่รู้จักและได้ยินเพลง “ วันไหน ๆ พี่ไทยก็เมา ” ถือว่าเชยยิ่งนัก ด้วยผลงานเพลงที่โด่งดังในอดีตของ “ ดาวใต้ เมืองตรัง ” นักร้องรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทานโด่งดังในเพลง “ สาวใต้ไร้คู่ ” ปัจจุบันใช้ชีวิตเป็นนักจัดรายการวิทยุท้องถิ่นอยู่จังหวัดราชบุรี ยามว่างช่วงวันหยุดได้ปิ๊งไอเดีย นำทุเรียนกวนมาทำขนมเปี๊ยะทุเรียนมีรสชาติกลิ่นหอม อร่อย สอนให้กับผู้สูงอายุ เด็ก ๆ ที่สนใจช่วงปิดเทอม และส่งขายตามร้านอาหารเป็นความสุขในบั้นปลายชีวิต
นางสาวพวงพิศ ทองทิพย์ อายุ 58 ปี หรือ ที่รู้จักกันในนาม “ ดาวใต้ เมืองตรัง ” อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เจ้าของผลงานเพลง “ วันไหน ๆ พี่ไทยก็เมา ” “ สาวใต้ไร้คู่ ” ปัจจุบันอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 12 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็นชาว อ.เมือง จ.ตรัง ได้มาใช้ชีวิตปักหลักทำงานเป็นผู้อำนวยการคลื่นสถานีวิทยุชุมชนคนเมืองราช คลื่น 98.50 MHz ด้วยใจรักในเสียงเพลง หลังจากที่ตนเองเคยโด่งดังมีผลงานเพลงเป็นที่รู้จักของวงการเพลงมานานเมื่อครั้งในอดีต ปัจจุบันได้เป็นนักจัดรายการวิทยุ ช่วงเวลาประมาณ 10.00-12.00น. รายการ “ บันไดเพลง ” แต่ละวันหลังจากจัดรายการเสร็จก็จะมีเวลาว่างชอบเย็บปักถักร้อย ทำงานประดิษฐ์ต่าง ๆ มาตกแต่งบ้านเรือนเพื่อให้เกิดความสวยงาม และล่าสุดก็มีความคิดไอเดียแปลกใหม่ ช่วงที่ฤดูการของทุเรียนมีขายอยู่ตามท้องตลาด จึงนำเนื้อทุเรียนมาทำเป็นขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียน ไว้รับประทานเอง บางวันทำมากหน่อยก็จะนำไปแจกให้เพื่อน ๆได้รับประทาน จนต่อมา มีผู้รับประทานแล้วบอกอร่อย จึงคิดทำขนมเปี๊ยะทุเรียนส่งขายตามร้านอาหาร และร้านขนม ยังส่งขายตามออนไลน์ด้วย ส่วนขนมเปี๊ยะทุเรียนนี้จะมีรูปร่างแปลกไม่เหมือนขนมเปี๊ยะทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะกลมแบนมีจีบ แต่ส่วนขนมเปี๊ยะสูตรนี้จะมีรูปร่างเหมือนเนื้อทุเรียนที่อยู่ด้านในลักษณะเป็นพูยังไงก็อย่างงั้น แถมเมื่อรับประทานไส้ขนมที่อยู่ด้านในแล้ว จะรู้สึกถึงรสชาติกลิ่นหอมของเนื้อทุเรียนเลยทีเดียว
นางสาวพวงพิศ ทองทิพย์ หรือ ดาวใต้ เมืองตรัง เปิดเผยว่า ขนมเปี๊ยะโดยสูตรทั่วไปเป็นไส้ถั่วอยู่ข้างใน แต่มาดัดแปลงเป็นใส้ทุเรียน ปั้นให้คล้าย ๆ กับพูทุเรียนให้ดูน่ากิน ซึ่งช่วงนี้เป็นหน้าทุเรียน จึงมีแนวคิดนำทุเรียนกวนมาผสมกับถั่วเหลืองกวนให้เข้ากัน ก็เลยทำเป็นขนมเปี๊ยะไส้ถั่วทุเรียนรวมกัน มีการเตรียมถั่วเหลือง ทุเรียนกวนมาผสมให้เข้ากัน และมาปั้นทำเป็นไส้จะมีสีเหลืองนวลและยังมีกลิ่นหอมของทุเรียน สาเหตุที่ทำขนมรูปร่างเป็นพูทุเรียนนั้น เนื่องจากตามปกติทั่วไปจะเห็นแต่ขนมเปี๊ยะที่มีรูปร่างกลมแบน หรือรูปดอกกุหลาบ แต่ด้วยตัวเองได้ไปพบเห็นทางเน็ตในการทำลูกชุบที่ทำมาจากเนื้อทุเรียนขึ้น จึงมีแนวคิดอยากทำขนมเปี๊ยะในรูปแบบของพูทุเรียนดูบ้าง
ตอนนี้ได้ทำขนมเปี๊ยะทุเรียนนำไปวางขายที่ร้านก๋วยเตี๋ยวไข่คุณแหม่มราชบุรี เยื้อง ๆ กับหอนาฬิกา และยังมีส่งขายผ่านทางเน็ต และเฟซบุ๊ค ชื่อ ดาวใต้ เมืองตรัง โดยขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนจะขายชิ้นละ 15 บาท ขนมอาลัวดอกกุหลาบ ขายชิ้นละ 10 บาท โดยลูกค้าบางคนจะมีงบประมาณตั้งมาให้ เช่น ราคา 300 - 500 บาท เพื่อนำไปทำบุญ หรือนำไปเป็นของฝาก ของที่ระลึกแก่ผู้ใหญ่หรือเพื่อน ๆ ก็ยินดีจัดบริการให้ใส่กล่องที่สวยงาม เป็นความสุขอยู่กับการทำขนมใช้ชีวิตอยู่กับบ้านอย่างมีความสุข โดยแต่อย่างที่ออกมาจะต้องผ่านการเรียนรู้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราทำได้ อย่างขนม อาลัว ซึ่งมีรูปร่างลักษณะเป็นดอกกุหลาบหลากสีที่สวยงาม เป็นขนมโบราณในสมัยก่อนที่กว่าจะบีบแป้งให้ออกมาคล้ายดอกกุหลาบจริง ๆ จะต้องใช้ความพยายามอยู่นานมาก ในสมัยก่อนจะใช้แป้งหยอดเป็นหยดออกมารูปร่างเป็นหยดน้ำ แต่ก็ได้คิดค้นประดิษฐ์เพื่อให้มีความแตกต่างออกไป แต่รสชาติก็ยังคงเดิม เพื่อเป็นการเปลี่ยนรูปลักษณ์และช่วยเพิ่มมูลค่าของตัวสินค้า เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ยังคงมีความชอบในขนมไทยโบราณอยู่
สำหรับขั้นตอนการทำขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียนนั้น มีวิธีง่าย ๆ คือ นำถั่วเหลือไปล้างให้สะอาดแล้วนำไปแช่น้ำ จากนั้นนำมากวนรวมกับกะทิ น้ำตาล เกลือเป็นส่วนผสม หลังจากนั้นเตรียมแป้งด้านนอกจะมีแป้งสาลี น้ำมันพืช น้ำ น้ำตาล เกลือ ส่วนแป้งในจะเป็นแป้งสาลี และน้ำมัน ส่วนไส้ขนมเปี๊ยะนั้นจะมีไส้ไข่เค็ม ซึ่งบางคนถ้าชอบไส้ถั่วเราจะไม่ใส่ไข่เค็มเข้าไป อยู่ที่ลูกค้าสั่งเข้ามาว่าจะรับประทานแบบไหน มีอุปกรณ์เป็นลูกกลิ้ง ถาด เริ่มต้นก็จะปั้นไส้ขนมเอาไว้เป็นก้อน ๆ จะทำรูปแบบไหนก็ปั้นตามที่ต้องการ หลังจากผสมแป้งนอกแล้วก็จะพักไว้ประมาณ 15 - 20 นาที หลังจากนั้นจะมาแบ่งแป้งเอาแป้งนอกห่อแป้งในตามสัดส่วนที่เราต้องการ ว่าจะใช้สัดส่วนมากน้อยแค่ไหนนำมาปั้น ลูกค้าบางคนชอบกินแป้งที่ห่อไส้มากกว่ากินไส้ก็จะใช้แป้งห่อที่หนากว่าไส้ เสร็จแล้วก็เอามาวางแล้วรีดแป้งขึ้นรูปนำมาปั้นลักษณะคล้ายพูทุเรียน เมื่อปั้นเสร็จแล้วก็จะนำไข่มาทาที่บริเวณขนมเปี๊ยะทุเรียน โดยการปั้นขนมเปี๊ยะทุเรียนให้คล้ายทุเรียนนั้น จะมีเทคนิคคือ ให้เหลือแป้งไว้บริเวณช่วงขอบของแป้ง จากนั้นให้ตลบแป้งขึ้นไปทับ ซึ่งมีลักษณะคล้ายยวงทุเรียนแล้วใช้มือตบบีบแป้งให้มีลักษณะเรียวเล็กช่วงหัวท้าย จากนั้นนำไข่มาทาให้มีสีเหลืองเป็นธรรมชาติของเนื้อทุเรียน เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็จะนำเข้าเตาอบไว้ประมาณ 20 นาที จึงนำออกมาพักไว้ให้เย็น ออกมาก็จะกลายเป็นขนมเปี๊ยะทุเรียนที่ส่งกลิ่นหอมมีรสชาติอร่อยจากเนื้อทุเรียนผสมกับถั่วเหลืองเวลากัดเข้าไปจะรู้สึกว่าได้กินทุเรียนจริง ๆ
ส่วนเด็ก ๆ ที่อยู่ในช่วงระหว่างปิดภาคเรียน หรือช่วงวันหยุดเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ หากสนใจที่จะมาเรียนรู้การทำขนมไทยโบราณหรือขนมเปี๊ยะไส้ทุเรียน ก็ยินดีสอนให้ฟรี ให้เด็ก ๆได้เกิดการเรียนรู้และยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ยามว่างเด็ก ๆ สามารถชวนพ่อ แม่ มาทำขนมรับประทานได้ ซึ่งยังทำให้เกิดความสุขในครอบครัวในช่วงวันหยุด หรือหากมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่สนใจอยากให้ช่วยไปสอนผู้สูงอายุที่อยู่กับบ้านหรือมีลูกหลานออกไปทำงานนอกบ้าน อยากทำขนมไว้รับประทานเองเพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ หรือจะนำไปขายเป็นอาชีพเสริมรายได้ให้แก่ครอบครัวก็ยินดีที่จะสอนให้ฟรี มีการพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันก็จะทำให้ชีวิตมีความสุข
สำหรับนางสาวพวงพิศ ทองทิพย์ หรือ “ ดาวใต้ เมืองตรัง ” ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังในอดีต “ วันไหน ๆ พี่ไทยก็เมา ” “ สาวใต้ไร้คู่ ” “ ผ้าขี้ริ้วห่อทอง ” “ คอยพี่กลับบ้านนา ” “ แฟนพี่อยู่ตรัง ” และอีกหลายเพลง ช่วงเข้าสู่วัยรุ่นได้เคยประกวดตามเวทีต่าง ๆ จากทั่วประเทศ จนเจ้าของบริษัทกว้างไพศาล ได้ติดต่อว่าจ้างให้ ครูชลธี ธารทอง “ เทวดาเพลง ” มาแต่งเพลงให้เธอร้องถึง 2 เพลง คือ “ อาลัยนักรบ ” และ “ สาวใต้ไร้คู่ ” แค่สองเพลงแรกที่อัดแผ่นเสียง ใช้เวลาไม่นานัก ก็กลายเป็นนักร้องที่โด่งดังมาแรงในสมัยนั้น มีการทยอยบันทึกแผ่นเสียงตามมาไม่ขาดสาย ด้วยบทประพันธ์นักแต่เพลงชื่อดัง อย่างครู ชลธี ธารทอง อาจารย์ประจวบ วงศ์วิชา กิ่ง กรกฎ สุชาติ เทียนทอง เป็นต้น แล้วความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของของ ดาวใต้ เมืองตรัง คือ การได้รับรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทาน จากเพลง “ สาวใต้ไร้คู่ ” จากบทประพันธ์ของครูชลธี ธารทอง จากการจัดของสถานีวิทยุกระจายเสียงสามยอด เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ในฐานะนักร้องหญิงดีเด่น จนนั้นไม่นานนัก “ ดาวใต้ เมืองตรัง ” ได้ค้นพบชีวิตใหม่ และหันหลังให้กับนักร้องลูกทุ่ง จนมาปัจจุบันได้ปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เป็นเจ้าของสถานีและนักจัดรายการอยู่ที่วิทยุชุมชนคนเมืองราช คลื่น 98.50 MHz เปิดเพลงให้กับประชาชนได้เพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงของศิลปินดังทั้งในอดีตและปัจจุบัน หลังจากช่วงเวลาว่างก็ได้สนุกกับการสอนทำขนมไทยให้กับเด็ก ๆ และผู้ที่สนใจ ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความสุข
ภาพ-ข่าว ภัทรพงศ์ คำเปรม ผู้สื่อข่าวภูิมภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จังหวัดราชบุรี
