- 15 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันที่ 15 เมษายน เวลา 10.30 น. ที่หน้ากองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภจ.อุดรธานี พ.ต.อ.สรรธาน อินทรจักร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ,พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าว ในการจับกุมคนร้ายก่อเหตุ "ชิงทรัพย์" ประกอบด้วย นายศราวุฒิ หรือเบล ทีภูเวียง อายุ 30 ปี อยู่ 214 ม.4 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี และ นายอนุรักษ์ หรืออุ้ม ปุระธะนัง อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.10 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานีชาว ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี
พร้อมของกลาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ลงมือก่อเหตุ ,จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1กถ-404 อุดรธานี ,เสื้อผ้า-กางเกง ที่ใช้ก่อเหตุที่ใช้ในการก่อเหตุ และภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิด CCTV ชุมชน เทศบาลนครอุดรธานี โดยผู้เสียหายได้นำช่อดอกไม้มามอบให้ตำรวจ ที่สามารถจับโจรไว้ได้
สืบเนื่องจาก วันที่ 30 เมษายน เวลา 04.30 น. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วีรชัย ไกรวาปี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ไปตรวจสอบ มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดอยู่หน้าร้านขายของชำ เลขที่ 55/4 ถ.ชุมชนวัดโพธิวราราม ต.หมากแข้ง เขตเทศบาลนครอุดรธานี แล้วใช้อุบายมาสั่งซื้อเบียร์ จำนวน6 ขวด ก่อนลงมือก่อเหตุกระชากกระเป๋าคาดเอว ของนางทองแดง อารีญาติ อายุ 63 ปี เจ้าของร้าน ได้เงินสดไปจำนวน 25,000 บาท
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตำรวจได้เร่งติดตามแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้ายจากกล้อง CCTV ชุมชน ของสำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งสามารถบันทึกภาพตำหนิรูปพรรณ ยานพาหนะคนร้ายขณะก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ซึ่งคนร้ายใช้เวลาก่อเหตุเพียง 1.30 นาที ทำให้รู้ตัวคนร้ายไปใคร ก่อนที่นำกำลังไปทำการจับกุมตัวทั้งสองคนที่บ้านพักพร้อมของกลาง แล้วนำตัวไปทำการชี้จุดทำแผนประกอบรับสารภาพ ซึ่งทั้งสองคนได้ก้มลงกราบผู้เสียหาย สำนึกในความผิดที่ตนเองทำลงไป ซึ่งเจ้าของร้าน ได้อโหสิกรรม ถ้ายากได้เงินมาขอดีๆ ก็ได้คงจะให้
จากการสอบสวน นายศราวุฒิ หรือเบล ทีภูเวียง คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุเป็นคนลงไปกระชากกระเป๋าเงินของผู้เสียหายภายในร้านขายของชำ ให้รับสารภาพว่า ตนติดเสพยาบ้าอย่างหนัก ไม่มีงานทำ หลังเดินทางไปหาแม่และทำงานที่ร้านอาหารไทยในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร้านอาหารของแม่ ได้เงินกลับมาหลายแสนบาท แต่ใช้เงินทั้งหมดเที่ยวเตร่ ซื้อยาบ้าเสพจนหมดตัว จึงชักชวนนายอนุรักษ์ หรืออุ้ม ไปก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านขายของชำ ได้เงินมาแบ่งกัน เอาไปซื้อยาบ้ามาเสพและเที่ยวเตร่
ส่วนนายอนุรักษ์ หรืออุ้ม ปุระธะนัง ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ รับสารภาพว่า เคยถูกตำรวจจับเข้าสถานพินิจ ตั้งแต่เป็นเยาวชน ในข้อหาลักทรัพย์ พ้นโทษออกมาไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และติดเสพยาบ้าเกือบทุกวัน ซึ่งเมื่อ 5 ปี ที่ผ่านมา ตนเคยร่วมกันกับ นายศราวุฒิฯ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ เป็นกระเป๋าสะพายแบบหญิง ขณะผู้เสียหายนั่งกินข้าวต้มที่ ถ.โพศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี กับสามีชาวต่างประเทศ ที่โต๊ะตั้งอยู่บนฟุตบาทหน้าร้าน แต่ไม่ได้เงิน มีแต่บัตรเครดิตเอกสารต่างๆ เท่านั้น
โดยก่อนที่ นายศราวุฒิฯ จะเดินทางไปทำงานกับแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วกลับมา ซึ่งทั้ง 2 เหตุ นายศราวุฒิฯ เป็นคนลงมือก่อเหตุ ส่วนตนจะทำหน้าเป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหา ทั้งสองคน ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์ ก่อนนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ภูมิภาค สำนักข่าว ทีนิวส์
ภาพ/ข่าว นายกฤษดา จันทร์ดวง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.อุดรธานี
