สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th

(17 พ.ค.) ที่ฌาปนสถานวัดเกาะจาก หมู่ 2 ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช  น.ส.สมฤดี มัลลิกากาญจน์  ภรรยาของนายสมพร รักหวาน นักจัดรายการและนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่รู้จักกันในวงการสื่อมวลชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคไตวายเฉียบพลัน พร้อมลูก 4 คน ประกอบด้วยนายมติ รักหวาน นายคีตวิทย์ รักหวาน นายวิสัยทัศน์ รักหวาน และนายเป็นไท รักหวาน ได้เดินทางไปประกอบพิธีดับธาตุและเก็บอัฐิ ของนายสมพร รักหวาน  หลังจากได้นำศพนายสมพร มาฌาปนกิจเมื่อเย็นวานนี้ ( 15 พ.ค.)

                โดยช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่นายสมพร รักหวาน ได้เคยสั่งเยกับลูกเมียว่าหากเขาเสียชีวิตให้นำศพกลับมาเผาที่วัดเกาะจาก บ้านเกิด ลูกเมียพร้อมด้วยญาติ ๆ จึงปฏิบัติตามคำสั่งเสียของนายสมพร หลังประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดส่วนป่าน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชรวม 9 วัน 9 คืน จึงนำร่างไร้วิญญาณมาเผาที่วัดเกาะจาก ท่ามกลางญาติพี่น้อง พรรคพวกเพื่อนฝูงโดยเฉพาะกลุ่มศิลปินนักร้อง นักแสดง นำโดยเอกชัย ศรีวิชัย หนังโขน อ้ายลูกหมี หนังตะลุงชื่อดังภาคใต้  คณะสื่อมวลชนทุกแขนง เดินทางมาร่วมเผาศพนายสมพร เป็นจำนวนมาก

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าผู้ที่มาร่วมเผาศพนายสมพร ต่างให้ความสนใจกุฏิหลังหลังภายในวัดเกาะจาก ที่ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงาม แปลกตา โดยเป็นกุฏิ 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่แปลกไปกว่ากุฏิทั่ว ๆ ไปก็คือชั้นล่างก่อเป็นเสาอิฐขนาดใหญ่จำนวน 5 เสา  ภายในเสาแต่ละเสาโล่งเป็นห้อง 1 ห้อง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 เมตร มีประตูทางเข้า และหน้าต่าง 2 บาน  แต่ละเสาหรือแต่ละห้องใช้เป็นที่เก็บของรวมทั้งเป็นที่พำนักของพระภิกษุหรือสามเณรของวัดเกาะจาก

                สำหรับกุฏิหลังดังกล่าวเป็นการก่อสร้างเพื่อเป็นกุฏิอนุสรณ์ 60 ปี พระราชสุมนต์มุนี (แบน อุปกลิ่น) หรือ พระธรรมวราจารย์หลวงปู่นักพัฒนาและนักสังคมสงเคราะห์ ท่านมีนามเดิมว่า แบน นามสกุล อุปกลิ่น เกิด ณ บ้านเกาะจาก ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ปี พ.ศ. 2471
โดยท่านเขียนเล่าประวัติไว้น่าสนใจว่าเรียนจบชั้นประถมแล้ว อยากเรียนต่อแต่ไม่มีโอกาส จนกระทั่งอายุ 20 บวชพระ ที่วัดเกาะจาก เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ปี พ.ศ. 2491 จึงได้ศึกษาพระปริยัติธรรมตามหลักสูตรนักธรรมชั้นตรี และสอบได้ในปีนั้น ท่านเล่าว่าการเดินทางใน พ.ศ. นั้นแสนลำบาก แม้กระทั่งเดินทางไปสอบนักธรรมชั้นตรีที่สนามสอบรวมที่ อ.ปากพนัง ต้องแจวเรือไป 6 ชั่วโมง

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

ท่านมีความคิดว่าจะไปศึกษาต่อ ณ กรุงเทพมหานคร โดยเลือกเอา วัดบวรนิเวศวิหาร แต่ท่านอาจารย์บอกว่า วัดบวรนิเวศวิหารระเบียบจัด จะต้องท่องพระปาฏิโมกข์กับสวดมนต์อีกหลายสิบสูตร จึงไปหาหนังสือพระปาฏิโมกข์เอามาท่อง ปรากฏว่าท่องจบภายใน 1 เดือน จึงท่องสวดมนต์ได้อีกหลายสูตร 7 วัน 7 คืนถึงกรุงเทพฯ  โดยท่านเล่าถึงการเดินทางมากรุงเทพฯ พ.ศ. 2492 ว่าหลังจากพบและลาพระอาจารย์วันรุ่งขึ้นเดินทางโดยทางเรือกลไฟ ค่าโดยสารพร้อมอาหาร 45 บาท ใช้เวลาเดินทาง 7 วัน 7 คืน เรือชื่อ “มังกรทอง 2” มีกัปปิยภัณฑ์ติดตัวมาจำนวน 467 บาท โดยมีนายจรูญ แก้วจันทร์ เป็นลูกศิษย์นำทาง ขึ้นเรือที่ท่าสวัสดี กรุงเทพฯ วันที่ 20 พ.ค. ปี 2492 นั่งรถ 3 ล้อ ไปวัดบวรนิเวศวิหาร เข้าไปกราบพระมหาจับ อุคฺคเสโน พักกับท่านได้ 7 วัน ถึงวันที่ 27 พ.ค. ปี พ.ศ. 2492 เป็นวันที่รัฐบาลได้อัญเชิญพระบรมอัฐิรัชกาลที่ 7 ประดิษฐาน ณ ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร ท้องพระโรง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และได้อาราธนาพระภิกษุวัดบวรนิเวศวิหาร ไปสดับปกรณ์ ขณะนั้นเป็นอาคันตุกะ แต่ได้รับอาราธนาไปด้วย เนื่องจากพระสงฆ์ไม่พอกับจำนวน  เห็นพระบรมมหาราชวังครั้งแรกรู้สึกงงงวย ทึ่งในความงาม และกาลล่วงมาถึงวันที่ 12 ส.ค. ปี พ.ศ. 2511 ได้รับอาราธนาไปในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 36 พรรษา นั่งอันดับที่ 37 ขณะนั้นได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นสามัญที่พระโศภน คณาภรณ์ วันที่ 5 ธ.ค. ปี พ. ศ. 2510 อาวุโสอันดับ 2 ในวัดบวร ฯรองจาก พระเทพสารเวที (บุญยนต์ ปุญญาคโม) ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเท่านั้น

                “สิ่งภูมิใจคือการสร้างวัดสิรินธรเทพรัตนาราม ในพระราชูปถัมภ์ เริ่มก่อสร้างมาแต่ปี พ.ศ. 2533  ถึงปี พ.ศ. 2549 มีหอพักสำหรับพระภิกษุสามเณร 200 ห้องนอน มีกุฏิจำนวน 28 หลัง มีอาคารเรียนขนาดใหญ่ 2 หลัง มีห้องสมุดเฉลิมพระเกียรติขนาดใหญ่ 1 หลัง กลุ่มอาคารศูนย์เด็กเล็ก 6 หลัง และตึกหอพัก 84 ห้องนอน เป็นอาคารคอนกรีต 3 ชั้น 1 หลัง รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 18 ปี สิ้น ค่าก่อสร้างโดยประมาณ 161 ล้านบาทเศษ”

               ส่วนสมณศักดิ์ที่ได้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเลื่อนมาตามลำดับ จากพระครูปลัดสุวัฑฒนพรหมจริยคุณ ฐานานุกรมในพระพรหมมุนี (ผิน) เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระโศภนคณาภรณ์ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ปี พ.ศ. 2510 พระราชสุมนต์มุนี วันที่ 5 ธ.ค. ปี พ.ศ. 2520 พระเทพวราจารย์ วันที่ 5 ธ.ค. ปี พ.ศ. 2531 พระธรรมวราจารย์ วันที 5 ธ.ค. ปี พ.ศ. 2537 ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร และอื่นๆ อีกหลายตำแหน่ง และยังทำงานพัฒนาและสงเคราะห์ตลอดเวลาแม้ว่าจะอายุ 88 ปี แล้วก็ตาม

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

สุดทึ่ง!! กุฏิพระในเสาปูน นำศพ“สมพร รักหวาน”เผาวัดบ้านเกิด  สุดทึ่งเสาอาคารวัด“เกาะจาก”เป็นกุฏิพระสร้างเป็นอนุสรณ์เจ้าคุณ“แบน อุปกลิ่น”

 

 

ขอบคุณข้อมูล/เฟซบุ๊คประวัติศาสตร์

ภาพ/ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  สำนักข่าวทีนิวส์  จ.นครศรีธรรมราช