- 19 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีที่ รมว.มหาดไทย ได้มีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า นายพงษ์พันธ์ ยมมาศ นายอำเภอสัตหีบ ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ว่าการ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี และสั่งให้ นาย อนุชา อินทศร มาเป็นผู้รักษาราชการแทนนายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี เพราะมีหลักฐานว่าได้มีการอนุมัติให้ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ บุคคลทั่วไป จำนวนมากโดยไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองจาก ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และปลัดอำเภอที่เกี่ยวข้อง โดยมีบุคคลภายนอก รู้เห็นกับพนักงานราชการบางคนเป็นผู้ดำเนินการให้ จนเป็นเหตุให้ผู้ตรวจราชการพบความผิดปกติเกี่ยวกับการซื้อปืนสวัสดิการ หรือปืนหลวง และมีข้อมูลความจริง จึงได้มีคำสั่งย้าย นายพงษ์พันธ์ ยมมาศ ออกนอกพื้นเพื่อความสะดวก ความโปร่งใสในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการตรวจสอบที่ได้แต่งตั้ง จนในที่สุดพบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีฐานความผิดทั้งวินัย และคดีอาญา ที่จะต้องรวบรวมหลักฐานส่งดำเนินคดีจำนวนมาก และพบอีกว่ามีประชาชนจำนวนมากได้รับการอนุมัติซื้อปืนโดยไม่ผ่านขบวนการตรวจสวบ และพิจารณาตามกฎหมาย
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ (19 พ.ค.61) นายอนุชา อินทศร ผู้รักษาราชการแทน นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานว่าผู้ที่ถูกสงสัยว่ากระทำความผิดแน่ชัดในเรื่องของการปลอมแปลงเอกสารสวมสิทธิ์ จำนวนมากมาขอซื้ออาวุธปืน ก็คือ นายดนุพล ยมพงศ์ หรือ เบล แสมสาร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/23 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี กำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมเอกสาร เพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับ แต่เจ้าตัวไหวตัวทัน ล่าสุดได้รับรายงานว่าขณะนี้ได้หนีข้ามไปซุกอยู่บ้านเกาะแห่งหนึ่งแนวชายแดนตะวันออก ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.61 ซึ่งรายนี้หลักฐานแน่ชัดแล้วว่า มีการสวมสิทธิ์โดยใช้ชื่อ พ่อ แม่ ญาติ เพื่อน มาขอซื้อ ซึ่งสอบถาม นายบรรเจิด จันทน์เทศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.แสมสาร แล้ว ยืนยันว่าไม่เคยออกใบรับรองให้ลูกบ้านในการซื้ออาวุธปืนแต่อย่างใด โดยเฉพาะครอบครัวของ นายดนุพล หรือ เบล จึงสามารถขอออกหมายจับได้เป็นรายแรก ส่วนรายต่อๆ ไป กำลังรวบรวมเอกสารผู้เกี่ยวข้องในการกระทำความผิดทั้งหมดโดยไม่มีการยกเว้นอย่างแน่นอน
และกล่าวอีก สำหรับการย้ายสับเปลี่ยนงานของพนักงานราชการสาว 2 คนนั้น เป็นความจริง เพราะขณะที่ทางด้าน นายปรัตรวีร์ วิจบ ปลัดอาวุโส ทำการแทนนายอำเภอ ก่อนผมมารับตำแหน่งนั้น ได้พบความผิดปกติมาก่อนหน้านี้แล้ว เรืองเจ้าหน้าที่ทะเบียนปืน ได้มีพฤติกรรมอำนวยความสะดวก ในด้านการทำ การยื่นเสนอเอกสารให้กับ นายอำเภอคนเก่า โดยไม่มีการผ่านการกลั่นกลองตามลำชั้น ตามระเบียบปฏิบัติ โดยเฉพาะนายดนุพล ยมพงศ์ หรือ เบล จะได้รับสิทธิพิเศษในการดำเนินการขอซื้ออาวุธปืน ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ผู้บังคับบัญชามีอำนาจในการสับเปลี่ยนหน้าที่ เพื่อให้งานราชการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ยุติธรรม ส่วนเรื่องที่ตรวจสอบหลักฐานว่ามีพนักงานราชการที่เป็นหญิงซื้ออาวุธปืนสั้นขนาดต่างถึง จำนวน 13 กระบอกนั้น เป็นความจริง ซึ่งจะต้องดำเนินการเรียกปืนมาตรวจสอบว่าปืนทั้งหมดที่ซื้อไปนั้นไปทำอะไร ขายต่อให้ใคร เพราะยังครอบครองไม่ถึง 5 ปี ถ้าปืนไม่สามารถนำมาตรวจสอบได้ ก็ต้องดำเนินการเรื่อง วินัย และกฎหมาย ต่อไป
ส่วนทางด้าน นายบรรเจิด จันทร์เทศ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 ต.แสมสาร กล่าวว่า ตกใจเหมือนกันเมื่อทราบข่าวว่า ลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่ที่ 1 มีการขอซื้อปืนจำนวนมาก มีบางครอบครัวซื้อยอดร้อยกระบอก ซึ่งได้ยืนยันกับทางคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงไปแล้วว่าไม่รับรองการซื้อปืนให้ใคร และบุคคลที่มีชื่อซื้อปืน และมีส่วนเกี่ยวข้องในข้อความผิดในการปลอดแปลงเอกสารสวมสิทธิ์ ตามที่ทางอำเภอกำลังออกหมายจับนั้นก็เช่นกัน ทราบมาว่าได้ย้ายทะเบียนบ้านมาจาก อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีการกระทำฐานความผิดยิ่งใหญ่ หรือกระทำมาก่อนหน้าที่จะย้ายมาอยู่ในความรับผิดชอบหรือเปล่าอีกด้วย ส่วนตัวเองยืนยันว่าได้เคยรับรองความประพฤติให้ นายดนุพล หรือ เบล อย่างเด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทั้งใน และนอกพื้นที่ จ.ชลบุรี มีการโจทย์ขานกันอย่างกว้างขวาง เรื่องการซื้ออาวุธปืนหลวงของอำเภอสัตหีบ ว่าเรื่องนี้เป็นขบวนการ ทำกันมานานแล้ว มีการสวมสิทธิ์ และมีนายหน้าในการหาบัตรประชาชน บัตรข้าราชการ มาขอซื้อปืนโดยได้ค่านายหน้ากระบอกละ 5.000 บาท โดยไม่รู้ตัวเลยว่าผู้ที่นำมาทำเอกสารซื้อ นำไปขายต่อในราคาที่สูงกว่า มีกำไรกระบอกละหลายพันบาท บางส่วนอาจถูกส่งขายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ในราคากระบอกละ กว่าแสนบาท ถึง 2 แสนบาท โดยเฉพาะอาวุธปืนที่ถูกสวมสิทธิ์ ปลอมแปลงเอกสารโดยเจ้าของเอกสารไม่รู้ตัว และจะต้องถูกเรียกปืนมาตรวจสอบ ถ้าไม่มีปืนก็ต้องถูกดำเนินคดี หรือตรวจสอบได้ว่าถูกปลอมแปลงเอกสารก็ต้องไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุด ได้รับรายงานว่า นายปรัตรวีร์ วิจบ ปลัดอาวุโส ได้รายงานให้ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ทราบว่า ได้มีโทรศัพท์ลึกลับโทรเข้ามือถือบอกว่าปลัดทราบไหมว่าที่บ้านถูกยิง จึงได้มีการตรวจสอบกันปรากฎว่าได้สอบถามประชาชนบริเวณใกล้เคียงแล้วไม่มีใครได้ยินเสียงปืนแต่อย่างใด จึงสันนิษฐานได้ว่าขณะนี้ได้มีผู้ที่เสียผลประโยชน์ หรือถูกสอบสวนพัวพันในการซื้อปืนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ไม่พอใจเพราะคิดว่าปลัดอาวุโสเป็นผู้ดำเนินการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องการซื้อปืนของอำเภอสัตหีบในขณะนี้อย่างแน่นอน
ภาพ/ข่าว พัชรพล ปานรักษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
รายงานจาก ศูนย์ข่าวทีนิวส์ภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
