- 20 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณีเกิดประเด็นคลิปเดือดในโลกโซเชี่ยลหนุ่มลูกชายเจ้าของโครงการทีอยู่อาศัย ย่าน อมตะชิตี้ จ.ระยอง โต้เถียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เหตุไม่มั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลโดยไม่ได้ขออนุญาตและทำการขอตรวจค้นแรงงานของโครงการที่กำลังปฏิบัติงานซึ่งตนเป็นหัวหน้าคุมงานดังกล่าวและอยู่ในพื้นที่ของโครงการที่อยู่อาศัยดังกล่าวจนเป็นประเด็นให้โต้เถียงกันทั้งสองฝ่ายและต่างฝ่ายก็ได้ยกเหตุผลมากล่าวอ้างต่อกันจนเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง ซึ่งทางด้านลูกชายเจ้าของโครงการดังกล่าวได้โต้เถียงในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทำไมไม่มีหมายตรวจค้นมาแสดงให้ตนดูก่อนเพราะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่มีการขออนุญาตตนก่อนถึงได้ทำอะไรโดยพละการเช่นนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่าเป็นเหตุซึ่งหน้าไม่จำเป็นต้องมีหมายค้นสามารถขอตรวจค้นได้เลยซึ่งเจ้าหน้าที่มีอำนาจในจุดนั้นแต่สุดท้ายทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันไปกันมาอย่างที่เห็นในคลิปวีดีโอดังกล่าว
ล่าสุด วันที่ (19 พ.ค. 61) เวลา 19.00น.ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์คลิปวีดีโอดังกล่าวและได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 549/5 ม.1 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้พบกับ นายศิวะ หงษ์วิหก อายุ 30ปี ซึ่งเป็นผู้โพสต์คลิปวีดีโอคนดังกล่าวโดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงข้อเท็จจริงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดย นายศิวะ ได้เล่าว่า ตนได้พาลูกน้องของตนไปทำงานก่อสร้างต่อเติมโครงการที่อยู่อาศัย ย่าน "ฟรีโซน" อยู่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม อมตะชิตี้ จ.ระยอง ซึ่งเป็นโครงการของพ่อตน ขณะที่ตนกำลังคุมงานคนงานของตนอยู่นั้นก็ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจำนวน3นายเข้าจู่โจมขอตรวจค้นแรงงานของโครงการโดยมิได้ทำการบอกกล่าวใดๆกับตนก่อนซึ่งเป็นหัวหน้าคุมงานและเป็นพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลอีกด้วย และลูกน้องแรงงานของตนก็มีอาการหวาดกลัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมากและตนขอยืนยันว่าแรงงานของโครงการทุกคนมีเอกสารยืนยันว่าเป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการและตนก็ได้กำชับแรงงานของตนทุกคนต้องพกเอกสารที่แสดงตนว่าเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายติดตัวทุกครั้งในเวลาที่ปฏิบัติงาน
ทางด้าน นายศิวะ หงษ์วิหก ยังกล่าวอีกว่าตนรู้สึกเคลือบแคลงใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้ว่าควรที่จะแสดงเจตนารมณ์ให้แน่ชัดในการตรวจค้นให้เป็นไปตามครรลองตามกฎหมายและให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่ามิได้มีเจตนาอย่างอื่นอย่างใดแอบแฝง ตนเพียงแค่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้อยู่ในขอบเขตของกฎหมายเพียงเท่านั้นมิได้มีเจตนาต่อต้านในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นแต่อย่างใด ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวตนอยากฝากไปถึงผู้บังคับบัญชาอยากให้ออกมาชี้แจงถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง3นายว่าได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขอบเขตของกฎหมายหรือไม่ เพราะตนเป็นประชาชนคนหนึ่งย่อมมีสิทธิ์ปกป้องสิทธิของตนอย่างชอบธรรม
ภาพ/ข่าว สิงห์ทอง นามมาลา ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ชลบุรี
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
