- 21 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากกรณี ”น้องมาร์ค”เจ้าของวลีเด็ด”พี่ตูนสูญ”ได้ร่ายกลอนหนังตะลุงผ่านสื่อขอความอนุเคราะห์จากพ่อเมืองสุราษฎร์ธานีและผู้ใจบุญช่วยเหลือครูของตนที่ป่วยเป็นมะเร็งร้ายที่ต้องใช้เงินทำเคมีบำบัดกว่า3แสนบาท แต่เบิกค่ารักษาพยาบาลจากต้นสังกัดได้ประมาณปีละ 100,000 บาท ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานียื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้วด้าน ผอ.โรงพยาบาลยันการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษเป็นเคสความกตัญญูของเด็กผู้ชายที่ชื่อน้อง มาร์ค เจ้าของวลีเด็ด
จากกรณีเมื่อวันนี้(4 พ.ค.61)ที่ผ่านมา ด.ช.ปรเมศวร์ พุ่มพร หรือน้องมาร์ค อายุ 12 ปี เจ้าของวลีเด็ด “พี่ตูนสูญ” จนกลายเป็นข่าวโด่งดังในช่วงที่ นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้แสลม วิ่งระดมทุนตามโครงการวิ่งเพื่อการกุศล “ก้าวคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” จาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปจนถึง อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ร่ายกลอนสดผ่านผู้สื่อข่าวเพื่อขอความอนุเคราะห์ขอความช่วยเหลือจาก นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยผู้มีจิตศัทธาและเมตตา ที่จะช่วยรักษาพยาบาลนางรัตนา เพชรรักษ์ อายุ 41 ปี ครูสอนภาษาไทยและเป็นครูประจำชั้นของน้องมาร์ค ขณะเรียนอยู่ชั้น ป.4โรงเรียนยุวศึกษา ต.บางกุ้ง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากครูของตนป่วยเป็นมะเร็ง้าย และต้องใช้เงินทำเคมีบำบัดกว่า 3 แสนบาท แต่ค่าใช้จ่ายเบิกจากต้นสังกัดได้เพียงปีละ 100,000 บาทเท่านั้น
ต่อมานายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบเรื่องจึงได้ประสานไปยังนายแพทย์มนู ศุกลสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายแพทย์สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีพร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยเหลือ และล่าสุด เมื่อเวลา 8.30 น.ที่โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีนางรัตนา เพชรรักษ์ ผู้ป่วยพร้อมด้วยครอบครัวได้เข้าพบนายแพทย์สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โดย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้ชี้แจงว่าตัวยาที่รักษาโรคดังกล่าวจากการได้พูดคุยกับนายแพทย์พิสิทธิ์ สุวรรณประทีป นายแพทย์ชำนาญการพิเศษเกี่ยวกับโรคมะเร็งเจ้าของไข้ได้ข้อสรุปว่า ทางโรงพยาบาลประสานไปยังบริษัทจำหน่ายยาเพื่อจะต่อรองราคาลงมา ซึ่งตัวยาดังกล่าวจำเป็นต้องให้ แต่ว่าเป็นยาที่มีราคาแพงมาก จึงจำเป็นต้องให้ทางบริษัทได้ช่วยเหลืออีกระดับหนึ่ง ทางโรงพยาบาลก็มีช่วยช่วยระดับหนึ่ง และตัวผู้ป่วยใช้สิทธิ์ที่เบิกได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยยังไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใน 6 เข็มแรก ส่วนในการให้เคมีในรอบต่อไปจะหาทางช่วยเหลือต่อไป ซึ่งทางแพทย์เจ้าของไข้ได้ย้ำเตือนให้ผู้ป่วยเข้ารับการการรักษาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์นัดโดยนัดแรกในวันที่ 23 พ.ค.นี้ โดยทาง ผอ.ได้ย้ำว่าทางโรงพยาบาลจะดูแลการรักษาเป็นอย่างดีและให้ได้ยาที่มีประสิทธิภาพสูง
ซึ่งผู้อำนวยโรงพยาบาลยังระบุว่ากรณีผุ้ป่วยรายนี้เป็นเคสพิเศษเนื่องจากเป็นเคสของความกตัญญูของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อ น้องมาร์ท ซึ่งเขาเป็นคนหนึ่งที่จุดประกายกิจกรรมการบริจาคโครงการ ก้าวคนละก้าว และท่านทั้งหลายคงจำได้ว่าว่าน้องมาร์คเป็นที่รักษาระเบียบวินัยจนอื่นๆที่แซงเขาจนน้องมาร์ทไม่ได้บริจาคเอาเงินให้พี่ตูนตามความตั้งใจของเขา จนในที่สุดพี่ตูนต้องย้อนกลับมาหาน้องมาร์คอีกครั้ง ซึ่งเคสนี้ก็เช่นกันเป็นการปลุกกระแสว่าน้องมาร์คเป็นคนที่มีจิตใจที่ดี เมื่อตัวเองทราบว่าคุณครูของตนตกอยู่ในความยากลำบากเกี่ยวกับในการรักษาโรค จึงบอกกล่าวผ่านสื่อเพื่อระดมความช่วยเหลือ ซึ่ง ผอ.ยังได้กล่าวขอบสื่อที่เป็นกระบอกเสียงให้ข่าวในเรื่องดังกล่าวจนมีระดมความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษในครั้งนี้
ด้านนางรัตนา เพชรรักษ์ ผู้ป่วยได้กระเช้าดอกไม้ขอคุณ ผอ.โรงพยาบาลพร้อมกล่าวขอบคุณทุกฝ่ายทุกคนที่ช่วยตนรวมทั้งผู้เมตตาที่ช่วยเหลือโอนเงินผ่านทางบัญชี รัตนา เพชรรักษ 807-0-41347-6 ธ.กรุงไทยสาขาสุราษฎร์ธานี ซึ่งขณะนี้มียอดเงินบริจาคเข้ามาประมาณ 58,000 กว่าบาท
ภาพ / ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
