- 21 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 20.00 น.ของคืนที่ผ่านมา (20 พ.ค.61) ชาวบ้านหมู่ที่ 6 บ้านมาบคล้าได้ร่วมกันผลักดันช้างป่าที่เข้ามาทำลายพืชสวนโดยเฉพาะทุเรียนอายุกว่า30 ปีเสียหายจำนวนมาก สร้างความเดือดร้อนทั่วหน้าในพื้นที่หมู่6และใกล้เคียง ต่อมาเช้าของวันนี้ นายวันชัย เกสรสุวรรณ รองนายกเทศมนตรีตำบลทับไทร ในฐานะ ประธานกองทุนทับไทรรักษ์สัตว์ป่า พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพรานนาวิกโยธิน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้เข้าพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 บ้านมาบคล้า ซอย 2 ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ว่าคืนที่ผ่านมา ได้มีช้างป่าเข้าทำลายสวนทุเรียนของนายสมพงษ์ พันธุ์สรณ์ และนายวินัย ประสงค์ดี พบต้นทุเรียนล้ม จำนวนมาก และกิ่งฉีกขาดเป็นแถวยาว บริเวณพื้นดินพบลูกทุเรียนที่ช้างป่าฉีกกิน หลังจากนั้นเดินทางไปตรวจสอบสวนของนายวินัย ประสงค์ดี พบต้นทุเรียนขนาดใหญ่อายุกว่า 30 ปี ถูกช้างป่าดันจนล้ม พร้อมกับทุเรียนที่พร้อมจะตัดขายในอีก 10 วันข้างหน้า ร่วงหล่นกว่า 50 ลูกรวมความเสียหายทั้งสองสวนเบื้องต้นประมาณตันเศษ หากเก็บเกี่ยวเข้าตลาดมีมูลค่ากว่าเสนบาท
จากการสอบถามจากชาวบ้านถึงรูปลักษณ์ของช้างป่าตัวที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ฟันธงว่าเป็นสีดอแดง ช้างป่าเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ที่สร้างชื่อมาแล้วหลายพื้นที่ โดยจากการติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าสีดอแดงในวันที่ผ่านมา เริ่มเดินทางมาจากอำเภอมะขามมุ่งหน้าทางโป่งน้ำร้อน และในคืนเดียวกันได้เข้าทำลายสวนทุเรียนในพื้นที่หมู่ที่6บ้านมาบคล้า ซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดต่อกับอำเภอมะขาม โดยนิสัยส่วนตัวของเจ้าสีดอแดงนี้ชื่นชอบในรสชาติของทุเรียนเป็นที่สุด และในช่วงนี้พื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน ทุเรียนเริ่มแก่และสุกเป็นระยะๆจึงทำให้ชาวบ้านในพื้นที่หวาดระแวงว่าสีดอแดงจะเข้าทำลายฝันอันใกล้นี้
ด้านนายสมหมาย หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าวังกระแพร กล่าวว่าจะนำกำลังเจ้าหน้าที่และจิตอาสาเฝ้าระวังช้างป่าตำบลทับไทร เข้าพื้นที่หมู่6 บ้านมาบคล้า เพื่อเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าสีดอแดงเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่และป้องกันการสร้างความเดือดร้อน และในเบื้องต้น รองนายกเทศมนตรีเทศบาลทับไทร ได้แจ้งเตือนชาวบ้าน เจ้าของสวนบริเวณใกล้เคียง ว่าช้างป่าสีดอแดงยังคงอยู่ในพื้นที่ ถ้ามีชาวบ้านพบเห็นให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำการสกัดกั้นและผลักดันเข้าพื้นที่ป่า เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนต่อไป.
ภาพ/ข่าว ไพโรจน์ อนุ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.จันทบุรี
