- 21 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ตามที่ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2560 เวลาประมาณ 17.00 น. ที่ สภ.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา นายสุนทร จันทร์รังสี อายุ 70 ปี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และประธานที่ปรึกษาสภาวิชาชีพสื่อมวลชนภูมิภาคแห่งชาติ เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.สูงเนิน เพื่อร้องทุกข์ 1.กรณีมีคนบุกรุกเข้าไปบริเวณบ้าน แล้วทำการรังวัดที่ดิน โดยไม่แจ้งให้ทราบและไม่มีหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าว ภายหลังทราบว่าเป็นคนของนายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน นายอำเภอสูงเนิน โดยได้มอบภาพถ่ายให้พนักงานสอบสวนจำนวน 1 แผ่น
2.กรณีละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำเภอสูงเนิน คือปล่อยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารบุกรุกที่ดินสาธารณะซึ่งเป็นแหล่งน้ำบริโภคบริเวณน้ำตกวังเณร เป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งเมื่อร้องเรียนถึงการทำลายสิ่งแวดล้อม นายณัชวันก์ ก็ประชุมผู้ประกอบการ และกำหนดจะให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 25 มิ.ย. 2560 โดยเด็ดขาด แต่ถึงกำหนดกลับได้ให้ขยายเวลาได้อีก 5 วัน ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2560 มิฉะนั้นจะดำเนินคดี แต่ถึงวันที่ 5 ก.ค. 2560 ปรากฏว่ายังไม่มีการรื้อถอนเลย 3.กรณีนายอำเภอสูงเนิน ไม่ดำเนินการกับร้านอาหารที่มีห้องพักและเปิดให้เช่าค้างคืนและชั่วคราวที่มีการเปิดบริการมาแล้วกว่าสามปี และขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างเพิ่มเติม โดยนายสุนทรได้ทำการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายอำเภอสูงเนิน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด ซึ่งที่ผ่านมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ก็ลงพื้นที่ไปตรวจถึง 2 ครั้ง และมีคำสั่งให้แก้ไข แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2561 เวลา 14.00 น. นาย อนุวรรตน์ จันทรสุขเกษม ป้องกันจังหวัดนครราชสีมา ร่วมด้วย พ.ท.ปราโมทย์ กฤษเกล้า รองหัวหน้ากองข่าว มณฑลทหารบกที่ 21 และนายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน นายอำเภอสูงเนิน พร้อมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และคณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่บริเวณแก่งวังเณร หมู่ 2 ตำบลมะเกลือเก่า อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ยังมีการรุกล้ำลำน้ำลำตะคองของผู้ประกอบการร้านอาหารบริเวณดังกล่าวยิ่งกว่าเดิม โดยมีการวาง ร่ม และโต๊ะสำหรับนั่งรับประทานอาหาร ของร้านขายอาหารต่าง ๆ ทั้งที่ก่อนหน้าที่ได้มีการทำข้อตกลง MOU เรื่องการใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ และจัดระเบียบพื้นที่แก่งวังเณร ระหว่าง อำเภอสูงเนิน องค์การบริหารส่วนตำบลมะเกลือเก่า กับผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณแก่งวังเณร ตามมติที่ประชุม ไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2560 ทั้งนี้ หลังจากคณะทำงานได้ลงพื้นที่สำรวจบริเวณดังกล่าว ได้มีการเรียกผู้ประกอบการทุกรายเข้าร่วมรับฟัง และตกลงร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการยื่นคำขาดครั้งสุดท้ายสำหรับกรณีรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของผู้ประกอบการดังกล่าวที่ยืดเยื้อมากว่า 1 ปี
นาย อนุวรรตน์ จันทรสุขเกษม ป้องกันจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า “วันนี้ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายให้ทางป้องกันจังหวัด ร่วมกับ ผู้แทนของมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) และทางอำเภอสูงเนิน รวมทั้ง สภ.สูงเนิน ได้ร่วมกันตรวจสอบและทำความเข้าใจกับสถานผู้ประกอบการที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะน้ำตกวังเณร ซึ่งเป็นปัญหายืดเยื้อยาวนานกว่า 1 ปี โดยก่อนหน้านี้เราได้มีการตกลงทำ MOU กันไปแล้ว แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าวในบางส่วน ทั้งนี้ ในส่วนของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มีการรื้อออกไปแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่ยังไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ คือมีการเอาโต๊ะไปนั่ง รวมทั้งนำเสื่อลงไปปูในลำน้ำ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วใน MOU นั้นมีข้อห้ามไว้ แต่เราอนุโลมให้ประชาชนสามารถนำเสื่อมาเองได้ ในวันนี้ได้หารือกับนายอำเภอและผู้แทน มทบ.21 แล้ว สรุปว่า ในวันจันทร์ที่ 21 พ.ค.นี้ ทางอบต.จะเอาแนวเขตชั่วคราวมาปักเป็นแนวเขตไว้ก่อน เพื่อให้ทราบว่าแนวเขตของสถานประกอบการอยู่ในตำแหน่งใด หลังจากปักแนวเขตแล้ว สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะจะไม่สามารถทำได้ ต้องให้มีการรื้อถอนออก โดยเฉพาะร่ม ส่วนโต๊ะนั่งต่าง ๆ ก็ต้องถอยออกให้ไปอยู่หลังแนวเขต เพื่อป้องกันปัญหาเรื้อรังต่อไปอีก”
“ นอกจากนี้ทาง อบต.ยังได้ตั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว โดยในที่ประชุมได้ตกลงกันว่า ให้ อบต.ดำเนินการจัด เจ้าหน้าที่มาประจำเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้นำชุมชนด้วย ในขณะเดียวกันก็จะจัดให้มีเครื่องกระจายเสียง เพื่อประชาสัมพันธ์ไม่ให้พี่น้องประชาชน นำอาหารลงไปรับประทานในลำน้ำ เพื่อเป็นการป้องกันขยะ หรือเศษแก้วต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดมลพิษ โดยจะมีการอนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้เพียงอย่างเดียว นี่คือข้อตกลงกันในวันนี้ ทั้งนี้ทางนายอำเภอได้ให้เวลากับผู้ประกอบการเป็นเวลา 7 วัน เพื่อดำเนินการการให้เป็นไปตาม MOU หรือภายในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ถ้าหากพบเห็นว่าผู้ประกอบการรายใดยังดื้อดึงรุกล้ำ เอาโต๊ะ เก้าอี้ เสื่อ หรือ ร่มมากาง แสดงว่ามีเจตนาที่จะบุกรุก โดยเราจะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังรวมในส่วนของการต่อเติมสร้างตลิ่งของร้าน ก็ต้องมีการรื้อถอนออกด้วยเช่นกัน ซึ่งผู้ประการทุกท่านก็ได้รับทราบแล้ว ซึ่งผู้ประกอบการที่ละเมิด MOU ได้ยอมรับว่า ได้มีการละเมิดลำน้ำจริง เนื่องจากระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน เห็นว่าอีกฝ่ายทำได้ตนก็ทำได้ จึงก่อให้เกิดปัญหาที่ยืดเยื้อยาวนานมากว่า 1 ปี”ป้องกันจังหวัดนครราชสีมา กล่าว นาย อนุวรรตน์ กล่าวสรุปว่า ตนขอความร่วมมือทางสถานผู้ประกอบการร้านค้าให้ดำเนินการตาม MOU ถ้าท่านทำตามและไม่ละเมิดกฎหมาย ก็สามารถประกอบการได้อย่างมีปกติสุข เพราะทางราชการก็ไม่มีจุดประสงค์ใดที่จะรังแกพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว และที่สำคัญที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทางราชการหรือทางผู้ว่าราชการจังหวัด ก็อยากให้ส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อจะได้มีเงินรายได้เข้ามาหมุนเวียนในจังหวัดเรา” อนึ่ง ว่าที่ร.ต.ชวลิต ปรีดาสา ปลัด อบต.สูงเนินซึ่งดูแลพื้นที่เจ้าปัญหานี้ ได้กล่าวยอมรับต่อที่ประชุมว่า โรงแรมหรือห้องพักชั่วคราวหลายแห่งในบริเวณนี้ ไม่มีการขออนุญาตก่อสร้างและประกอบการ ทำให้ขาดภาษีรายได้หลายปีแล้ว
ข่าว/ภาพ ไพฑูรย์ คาบพิมาย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครราชสีมา
