- 23 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
พายุฝนพัดถล่มปลวกแดง ทำเสาสื่อสารของบริษัทชื่อดัง หักโค้นล้มทับอาคารพาณิชย์ชาวบ้านพังยับ ของใช้ภายในบ้านเสียหายทั้งหมด ทั้งให้ทนาย ดำเนินการเรียกค่าเสียหาย ในขณะเดียวกันก็เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ปลวกแดง แต่ทางบริษัทชื่อดัง เจ้าของเสาสื่อสารยังหายเงียบ มีเพียงส่งช่างมาซ่อมผนังหลังบ้าน หลังคา โครงหลังคา ฝ้า และกระเบื้อง และเอาเสาสื่อสารที่โค้นทับบ้านออก ถึงกระนั้นในขณะนี้หลังบ้านก็รั่วซึมอยู่ แต่ความเสียหายภายในบ้านทุกอย่างนับแสนบาท ยังไร้การเหลียวแลจาก บริษัทเจ้าของเสาสื่อสารแต่อย่างใด ในขณะที่วันเกิดเหตุ แม่ลูกอ่อนวัยเพียง 5 เดือน หอบลูกน้อยหนีตายออกมาทันก่อนเสาสื่อสารล้มฟาด แบบเส้นยาแดงผ่าแปด
ในวันนี้(23 พ.ค.61) ทางผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบกับ นาย ชนชน ธนสารสุธี อายุ 33 ปี ที่อาคารพาณิชย์ เลขที่ 83/7 ม.3 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ถนนสาย บ่อวิน - มาบยางพร หลังจากที่ทางผู้สื่อข่าว ได้รับการร้องเรียนว่า ได้รับความเดิอดร้อนและไม่ได้รับการเหลียวแลจากบริษทชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้อาคารพาณิชย์ที่พักของตน และเป็นเจ้าเสาสื่อสารที่ถูกพายุฝนฟ้าคะนองพัดถล่ม จนเสาสื่อสารหักโค้นล้มฟาด บ้านพักอาคารพาณิชย์ของนาย ชนชน พังเสียหายยับเยิน ในขณะที่ภรรยาเป็นแม่ลูกอ่อนวัยเพียง 5 เดือนหอบลูกน้อย หนีตายออกมาได้ทันขณะเสาล้มฟาดหลังคา ในขณะที่จากระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานับจากวันเกิดเหตุ เมื่อ 2 เม.ย.61 เวลาประมาณ 20.00น. ที่ได้เกิดพายุฝนพัดถล่มจนเสาสื่อสารของบริษทชื่อดัง ที่ติดตั้งบนดาษฟ้าหักล้มฟาดหลังอาคารพาณิชย์บ้านพัก ที่ชั้นบนเป็นห้องพักตนและภรรยาพร้อมลูกน้อยวัย 5 เดือนและชั้นล่างเปิดเป็นร้านอาหาร ซึ่งด้านชั้นบน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องไฟฟ้าต่าง และของใช้ทุกอย่างในห้องพักเสียหายหมด ทั้งเสียหายจากเสาล้มฟาดและเสียหายจากน้ำฝนที่ตกลงอย่างรุนแรง
ซึ่งทางนาย ชนชน ได้กล่าวกับผู่สื่อข่าวพร้อมเปิดภาพถ่ายความเสียหายให้ดู พร้อมกับกล่าวว่า นับเวลาร่วมสองเดือนที่เกิดเหตุที่ผ่านมา มีเพียงทางบริษัท เจ้าของเสาสื่อสาร มานำเสาที่หักโค้นออก และซ่อมหลังที่พัง กระเบื้อง ฝ้าเพดาน โครงเหล็กหลังคา และผนังปูนด้านหลังที่แตกหักร้าวไปแล้ว ที่ยังไม่ดี มีการรั่วซึมของน้ำฝนที่ตกลงมา ส่วนของเสียหายภายในบ้านพักก็ส่งคนมาทำความสะอาดเก็บกวาดของเสียหายทั้งหมดไปทิ้งหมดแล้ว แต่จากระยะเวลาที่ผ่านมายังไม่มัการดำเนินการ ซื้อสิ่งของมาชดใช้หรือเหยียวยาชดเชยค่าเสียหายแต่อย่างใดซึ่งความเสียหายหลายแสนบาท ทั้งๆที่ตนเองได้ส่งรายละเอียดของความเสียหายไปให้แล้วก็ตามที และในช่วงเวลาดังกล่าวตนเองและครอบครัว ไม่สามารถพักอาศัยได้ ต้องเช่าห้องพัก ที่ใกล้ๆพักอาศัย โดยเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วกว่า 2 หมื่นบาทด้วย ซึ่งในขณะนี้ทางตนเองและครอบครัว ยอมรับว่าได้รับความเดือดร้อนจริง จึงอยากให้ทางบริษัทคู่กรณี มาดำเนินการให้เรียบร้อย ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้วด้วย "รู้ไหมว่า ผมและครอบครัวเดือดร้อน " ขอให้สงสารกันบาง นาย ชนชน กล่าวทิ้งท้ายด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม ทีมข่าวเฉพาะกิจสำนักข่าวทีนิวส์ จ.ระยอง
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก สวนนงนุชพัทยา จ.ชลบุรี
