- 23 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
ประธานหอสุราษฎร์วอนทุกภาคส่วนร่วมจับมือพ่อเมืองแก้ไขปัญหา กุ้ง ผลไม้ และพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ พร้อมชู คสช.อยู่มา 4 ปีทำให้คนไทยมีกฎระเบียบวินัยมากขึ้น ด้านเศรษฐกิจเดินมาถูกทางในเรื่อง SME แต่ผู้ประกอบการรายย่อยยังเอื้อมไม่ถึงต้องทะยอยปิดตัวเอง พร้อมเรียกร้องใครก็ได้ช่วยนำพาประเทศก้าวพ้นกับดักกลุ่มต่างความคิดเสียที เพื่อนำประเทศแข่งขันด้านเศรษกิจกับอาเซียน
นายธีระชัย ศรีโพธิ์ชัย ประธานหอการค้า จ.สุราษฎร์ธานี ได้กล่าวว่าสินค้าทางการเกษตรของจังหวัดสุราษฎร์ธานีในมุมมองทิศทางของหอการค้ามองไปในแนวทางที่ดี แต่คำว่าดีของตนนั้นทุกอย่างก็จะต้องควบคู่ขนาด ตลาดเราสามารถหากลไกลเทคโนโลยี สามารถผ่านทางดิวิชั่นต่างๆสามารถหาตลาดได้อย่างต่อเนื่อง รามีข้อมูลล่วงหน้าไม่ใช่ว่าเรามีการจัดทำล่วงหน้า เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย เมื่อเรามีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแต่ทางเกษตรกรยังไม่เข้าใจ ดุจประหนึ่งการพัฒนาการขายดี แต่การพัฒนาการผลิตยังไม่ดี ซึ่งเป้าหมายการต้องการที่ชัดเจนคุณภาพของตัวสินค้าต้องชัดเจนจึงต้องข้อมูลไปได้ดังนั้นการขายล่วงหน้า ดังนั้นสินค้าของเราจะได้คุณภาพตามที่เราได้ประชาสัมพันธ์ไปเมื่อสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคการตอบสนองของตลาดก็มีมากขึ้น หากทางการตลาดยกระดับสินค้าประชาสัมพันธ์ไปในระดับฟรีเมี่ยมแต่สินค้าของเราคุณภาพไม่ถึงเมื่อผลผลิตทางการเกษตรไปถึงมือผู้บริโภคตลาดก็ขาดความเชื่อมั่น ย่อมส่งผลกระทบต่อการค้าในปีต่อไปจนทำให้ตลาดเป้าหมายหายไป
ประธานหอการค้ายังได้ยกตลาดยางพารากับตลาดกุ้งที่ขณะนี้อยู่ในภาวะราคาตกต่ำจนหน้าห่วงว่า ขณะนี้ตลาดยางพาราและตลาดกุ้งกลไกตลาดอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลไม่กี่คนที่ควบคุมราคา หากสามารถยกระดับการค้าได้แต่ก็อย่าทิ้งพ่อค้าคนกลาง หากเกษตรการสามารถสร้างดีเทลสินค้าให้หลากหลาย และสิ่งสำคัญรัฐบาลจะต้องเข้ามาสนใจสนับสนุนทุกๆดีเทลอย่าไปลงเฉพาะดีเทลใหญ่ ซึ่งตัวดีเทลใหญ่ทางรัฐได้ทุ่มงบประมาณสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องจนสามารถยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงแล้ว ส่วนดีเทลขนาดเล็กขนาดกลางยังไม่ได้รับการช่วยเหลือซึ่งนับวันจะปิดตัวเองไปตามภาวะเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวได้ถามว่าตลอดเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเราได้ประโยชน์อะไรบ้าง? ซึ่งประธานหอการค้าสุราษฎร์ธานีบอกว่า โดยตนมองภาพรวมว่าทุกๆรัฐบาลเราเองไม่ได้รับประโยชน์อะไรกับรัฐบาลมากนัก จริงๆแล้วทุกอย่างมันเป็นดีเทลที่ทุกคนทุกอาชีพจะต้องปรับตัวเองให้เท่าทันกับสถานการณ์โลก รัฐเอง รัฐฐะเอง เครื่องมือรัฐเองเป็นแค่ตัวช่วย แต่การเรียกร้องให้ช่วยมันไม่ตรงต่อแนวทางแต่ละพื้นที่ เมื่อรัฐออกเครื่องมือมาหนึ่งอย่างให้ควบคุมไปทั้งหมดมันไม่เหมาะสมที่จะใช้ เปรียบเสมือนกลไกรัฐให้การสนับสนุนบางเรื่องมันเป็นภาพรวมไม่ลงดีเทลเฉพาะเป็นพื้นที่ เช่นพื้นที่สุราษฎร์ธานีเป็นเกษตรกรอย่างไร เมืองเกษตรแบบไหน เมืองท่องเที่ยวแบบไหน รัฐใช้ลักษณะการเหวี่ยงแหหรือรูปแบบฝาชีลงมาคลุมทั้งหมด ทุกๆรัฐบาลจะเป็นแบบนี้เมื่อคลุมลงมาแล้ว ใครที่เอื้อมมือถึงหรือดึงหรือแปรสภาพไปตามแนวนโยบายรัฐผู้นั้นก็ได้ไปประโยชน์ไป บางคนไม่เข้าใจก็แปรไม่ติดไม่ถูกต้องตามนโยบาย เช่น รัฐส่งเสริมในเรื่องปัจจัยเงินทุนสนับสนุน เช่น SME อัตราดอกเบี้ยต่ำผู้ที่สามารถดึงทัน ทำโครงการไปตามแนวรัฐทันก็ได้รับผลประโยชน์ไป ส่วนผู้ประกอบการหรือบุคคลที่ทำไม่ทันก็ตกไป ไม่ได้รับการช่วยเหลือ
เมื่อมอง คสช.บริหารประเทศมา 4 ปีนั้นคนไทยได้ประโยชน์ในเรื่องของกติกา /ระเบียบวินัย ที่มีการกำหนดกฎหมายที่ชัดเจนขึ้นไม่แปรเปลี่ยน โดยมีกฎหมายพิเศษเครื่องมือพิเศษเข้ามาเกื้อหนุนรัฐ โดยภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันตนมองว่าเป็นไปตามกลไกมัย ซึ่งมันอาจจะได้ในส่วนจิตวิทยาความเชื่อมั่นว่าความไม่สงบมันจะไม่มี ถึงจะปกครองในระบบที่ไม่อาจมีประชาธิปไตยเต็มใบ แต่ก็มีข้อดี 1,กฎหมาย ข้อระเบียบต่างๆมันถูกกำหนดที่ชัดเจนมากขึ้น กติกาถูกกำหนดมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่มีความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นจริงที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาจะมีกลุ่มบุคคลที่ไม่ใช่นักธุรกิจเข้ามาฉกฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์จากงบประมาณ ในด้านเศรษกิจ คสช.ได้เดินมาถูกทางในเรื่องของ SME แต่ยากให้ลงลึกในเรื่องของรายละเอียดในการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังปรับตัว แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล ดังนั้นเรามองทางด้านธุรกิจว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ส่งผลต่อธุรกิจทั้งหลาย แต่มันส่งผลต่อทางจิตวิทยาว่าถ้ากฎระเบียบการทำธุรกิจที่มีแบบแผนและแนวนโยบายที่ชัดเชนย่อมส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจที่มีแนวการแข่งขันกับอาเซียนได้อย่างมั่นคง
ส่วนเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชนนั้นในความรู้สึกทั่วไปอาจมีความรู้สึกว่าลำบากจากอดีตที่ผ่านมาคนไทยมีความกินดีอยู่ดี แต่ปัจจุบันนี้สถานการณ์โลกมันเปลี่ยนไป เราไม่เคยเจอสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เหมือนกับหลายๆประเทศ แต่เมื่อถามความรู้สึกของนักธุรกิจถือว่าไม่รุนแรง เพียงแต่คนไทยไม่สุขสบายเหมือนเมื่อก่อน ทั้งนี้ถ้า คสช.จะอยู่ยาวอีก 4 ปีได้หรือไม่นั้น ในส่วนของนักธุรกิจไม่มีความเห็น ใครที่จะมาอยู่นะซึ่งตนถือว่ารัฐบาลประเทศไทยได้ผ่านกลไกของรัฐธรรมนูญมาหลายสิบฉบับมีทั้งทหารปกครอง นักการเมืองปกครอง เราเชื่อมั่นว่าเรายากได้คนที่ไม่ยากเรียกว่ารัฐบาลหรือผู้คนที่นำพาประเทศก้าวให้พ้นกับดักกลุ่มพวกยึดติดกลุ่มพวกต่างๆเหล่านี้ไปซะที จะเป็นรัฐบาลอะไรก็ได้ ไม่ว่าเป็นรัฐบาล คสช.หรือรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง แต่ขอให้มีแนวมุ่งมันที่จะพัฒนาประเทศก้าวสู่แนวหน้า โดยสภานการณ์จริงประเทศไทยเป็นพื้นที่ที่ได้เปรียบเป็นศูนย์กลางของโลกที่เชื่อมโยงได้ทั้ง 2 มหาสมุทรแต่ที่ผ่านมาเราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ เนื่องจากความคิดเห็นคนในประเทศไม่ลงรอยกันจึงไม่เกิดศักยภาพภายในประเทศ หากปัจจัยภายในประเทศหรือภายในครัวเรือนแข็งแกร่ง ปัจจัยภายนอกมีผลกระทบบ้าง แต่ก็ไม่สามารถส่งผลกระทบให้เราอยู่ไม่ได้ หากปัจจัยภานในเราดี เช่นเปรียบเหมือนการปกครองบ้าน ถ้าในบ้านเราแข็งแกร่งพี่น้องสามัคคีกันกลมเกลียวสามัคคีกันช่วยเหลือกันมันอาจมีความลำบากมั่ง ที่เราอาจจะมีการค้ากับต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศจะแอนตี้เราบ้าง แต่บ้างประเทศเขาก็รับรู้สภาพสถานการณ์ภายในประเทศที่กำลังพัฒนาให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ ถึงสหรัฐอเมริกาที่มีประชาธิปไตยเต็มใบก็ยังมีความขัดแย้งกัน ประเทสไทยก็เช่นเดียวกันมีผู้คนหลากลาย ความคิดก็ย่อมไม่ตรงกัน แต่ขอให้มีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
ซึ่งขณะนี้สภาวะเศรษฐกิจของสุราษฎร์ธานี สินค้าทางการเกษตรมีปัญหาราคาตกต่ำ โดยเฉพาะราคากุ้ง ซึ่งทางนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ลงมาแก้ไขปัญหา แต่ทั้งนั้นทั้งนี้อย่ามองว่าภาครัฐจะเป็นตัวแก้ปัญหาฝ่ายเดียว ตนในฐานะภาพเอกชน ภาคผู้ประกอบการและภาพเกษตรกรจะต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะปัจจัยภายในก่อน เช่น โรงแรม ร้านอาหารต่าง จะต้องมาช่วยกันแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรที่มีความอ่อนไหว เช่น ผลไม้ และกุ้ง ที่ราคาตกต่ำกว่าต้นทุนทุกคนทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันในการจัดจำหน่ายและบริโภคในราคาที่เป็นธรรมถึงมือผู้บริโภคจำนวนกุ้งย่อมลดลง จะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและให้กำลังใจแก่เกษตรกร อย่าให้พ่อเมืองเดินไปคนเดียว ทางหอการค้าจึงวอนทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ไปปัญหากุ้งล้นตลาด ส่งออกไม่ได้จากสภาพวะกุ้งอินเดียเข้าตี่ตลาด พร้อมทั้งเป็นแก้ไขและเตรียมรับมือผลไม้ เงาะโรงเรียน มังคุด และทุเรียนซึ่งปีนี้จะออกสู่ตลาดจำนวนมากโดยเฉพาะ เงาะโรงเรียนในเดือนกรกฎาคมมีมีมากกว่า 20,000 ตัน ให้สมกับสุราษฎร์ทีมตามนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่ง นายธีระชัย ศรีโพธิ์ชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้กล่าวฝากไว้ท้ายสุด
ภาพ/ข่าว ณัฐธิดา เริ่มฤกษ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุราษฎร์ธานี
