- 24 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เปิดใจไต้ก๋งเรือประมงกระบี่ ที่เคยปล่อยฉลามวาฬ ติดอวนเรือประมง ถึง2 ครั้ง แนะวิธีการ ปล่อยฉลามวาฬ ขณะ ที่ติดอวนล้อมจับ หรืออวนลาก เรือประมง ต้องไม่นำขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระแทกลำเรือ เชื่อหากไม่นำฉลามวาฬขึ้นบนเรือก็จะไม่ทำให้ฉลามวาฬตาย อย่างแน่นอน ด้านนักวิชากรประมง ระบุห้ามนำสัตว์ทะเลหายากขึ้นเรือ
นายปภังกร บุญสพ เจ้าของเรือ ว.โชคกมลทิพย์ และไต้ก๋งเรือ ว.โชกมลทิพย์ที่ เคยปล่อยฉลามวาฬติดอวนเรือประมงมาแล้ว 2 ครั้ง ได้กล่าวถึงวิธีการ ช่วยชีวิตฉลามวาฬ ขณะติดอวน เรือประมง ขณะออกทำการประมงที่เกาะพีพี ว่า อันดับแรก ไม่ควรเอาฉลามวาฬขึ้นเรือโดยเด็ดขาด เฉพาะฉลามวาฬเป็นสัตว์ใหญ่ ใจน้อย เพราะขึ้นผิวน้ำประมาณ 10-20นาที
ร่างกายก็อ่อนแอ อาจจะตายทันที ทั้งนี้ขณะเบต(ควั่น) อวนขึ้นมาอาจจะไปกระแทกกับลำเรือทำให้ฉลามบอบช้ำได้ และควรจะรีบปล่อยให้เร็วที่สุด โดยวิธีการกดอวนให้ต่ำลง และพยายามควบคุมลูกเรือให้ทำความด้วยระมัดระวัง ซึ่งหากฉลามวาฬยังออกไม่ได้ ก็จะต้องตัดอวนก็ตาม ที่ผ่านมาเจอฉลามวาฬขนาดใหญ่ ความยาวไม่น้อยกว่า5-6 เมตร ติดอวน โดยครั้งแรกในปลายปี58 ตอนนั้นก็ต้องยอมตัดอวนทิ้งเพื่อให้ฉลามวาฬรอดชีวิต และครั้งที่สองก็สั่งลูกเรือกดอวน ให้ต่ำให้ฉลามวาฬว่ายข้ามออกไปได้อย่างอิสระ ซึ่งทุกครั้งที่ฉลามวาฬมาติดอวน เวลาดึงอวนขึ้นมาก็จะมองเห็นทันที ไม่ว่าจะเป็นอวนลากหรืออวนล้อมจับ เพราะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่
นายปภังกร กล่าวอีกว่า ในส่วนกรณีที่เรือ แสงสมุทร 3 ซึ่งเป็นเรือประมงอวนลาก ที่ จ.ภูเก็ต จับฉลามวาฬได้และนำขึ้นบนลำเรือเป็นเวลานานโดยอ้างว่าไม่รู้ว่าเป็นฉลามวาฬนั้น ตนมองว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้ เพราะฉลามวาฬเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเป็นตัน เมื่อดึงเบสขึ้นมาก็จะเห็นทันที สามารถที่จะปล่อยฉลามวาฬด้วยวิธีการตอนได้ (วิธีการตอน เป็นภาษา เรือประมง รวบอวนเป็นท่อนๆ ไล่มาเรื่อยๆจนถึงตัวฉลาม) และคนที่ทำประมงมานานก็จะรู้ดี ซึ่งหากเอาฉลามวาฬขึ้นมาบนเรือ และผูกเชือกห้อย ลงมา นั้น โอกาสที่จะรอดชีวิตยากมาก จึงไม่ควรที่จะเอาขึ้นเรือโดยเด็ดขาด
ด้านนายทัศพล กระจ่างดารา หัวหน้ากลุ่มงานสำรวจและวิเคราะห์สภาวะทรัพยากรและการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลฝั่งอันดามัน(ภูเก็ต) กล่าวว่า สำหรับกรณีทำการประมงแล้วบังเอิญ อวนติดพวกสัตว์ทะเลหายาก ตามประกาศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2559 ห้าม นำขึ้นเรือโดยเด็ดขาด เพราะผิดกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้แจ้งทางกองกฎหมาย กรมประมง เพื่อขอแนวทางในการปฏิบัติ ที่ชัดเจน เพื่อจะได้ให้คำแนะนำชาวประมง ช่วยกันอนุรักษ์ ต่อไป
ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ กระบี่
