- 25 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
วันนี้ 25 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณี กรณีนายจำนง เคราะกิ่ง อายุ 39 ปี ชาวบ้านโคกเพชร ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เสียชีวิตจากอาการม้ามแตกและเลือดออกมาก เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ระหว่างพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่กระทิงถูกยิงตายในป่าดงใหญ่
จนกระทั่งญาติและชาวบ้านหามโลงศพมาที่ว่าการอำเภอ ขอให้ย้ายนายราเยส ราย ปลัดอาวุโส อ.โนนดินแดง ภายใน 24 ชม.เกรงว่าจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน เพราะชาวบ้านเชื่อว่า ปลัดอาวุโส อยู่ในกลุ่มเกี่ยวข้องกับชุดจับกุมในวันเกิดเหตุ
โดยต่อมานายประภาส รักษาทรัพย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ได้มีคำสั่งให้ย้ายนายราเยส ราย ไปช่วยราชการที่ ที่ทำการปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ โดยไม่มีกำหนด โดยมีผลในวันที่ 27 เมษายน
และเมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีตัวแทนชาวบ้าน อ.โนนดินแดงอีกกล่มหนึ่ง เข้ายื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมบุรีรัมย์ เพื่อเรียกร้องขอให้ย้ายนายราเยส ราย ปลัดอาวุโสโนนดินแดง ย้ายกลับคืน อ.โนนดินแดง อยากให้มีการตั้งคณะกรรมสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพราะนายราเยส ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามและกวาดล้างผู้กระทำผิดทั้งไม้เถื่อน ยาเสพติดในพื้นที่อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงกลัวอิทธิพล
ต่อมาตัวแทนญาติผู้เสียชีวิตและชาวบ้านโคกเพชร ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง ได้นำหลักฐานการถูกข่มขู่ทางโลกออนไลน์ของปลัดอาวุโส มายื่นร้องต่อศูนย์ดำรงธรรมเช่นกัน และยังไม่อยากให้ย้ายปลัดอาวุโสกลับ เพราะเกรงว่าจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
จนกระทั่งมีกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน เข้ามายื่นหนังสือขอให้นายราเยส กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิมอีก ทำให้บรรยากาศการตอบโต้กันทางโลกออนไลน์ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง
นายบรรทิศ บุญล้อม ญาติผู้เสียชีวิต บอกว่าความจริงแล้วชาวบ้านไม่อยากจะมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ เพราะยังไงก็สู้ไม่ได้ เพียงแต่อยากเรียกร้องไปตามสิทธิ์ของประชาชนด้านความยุติธรรมเหมือนรายอื่นทั่วไป
ที่ผ่านมายอมรับว่าเจ้าหน้าทีชุดจับกุมทำงานดี สามารถปราบยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นได้ดี จนเป็นที่ชื่นชมของคนใน อ.โนนดินแดง แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าคนในชุมชนโนนดินแดง แบ่งกันเป็นสองกลุ่มแล้ว มีการตอบโต้ทางโลกออนไลน์ที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายปกครองซึ่งจะต้องมีหน้าที่ในการสร้างความปรองดอง
ส่วนการปราบปรามการลักลอบล่าสัตว์ป่านั้น ในส่วนตัวตนเองขอแนะให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ใช้วิชาความรู้ที่เรียนมามาก หาแนวทางปราบคนกลุ่มนี้แบบนิ่มๆ ไม่จำเป็นต้องลำบากไปนอนค้างในป่านาน 3-4 คืนเพื่อรอดักจับกลุ่มล่าสัตว์ แถมยังเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้
จริงแล้วเจ้าหน้าที่แค่ขับรถติดแอร์ ไปตรวจค้นตามร้านอาหารป่า ซึ่งเปิดเมนูพิศดารกันอย่างโจ่งครึ่มในเขต อ.โนนดินแดง มีของกลางชัดเจนทั้งหน้าร้านและหลังร้าน หากทำได้เชื่อว่าการล่าสัตว์ป่าจะลดลงอย่างแน่นอน เพราะถ้าไม่มีออเดอร์ชาวบ้านก็จะหาของป่ามาเพื่อยังชีพเท่านั้น
ภาพ/ข่าว วาทิตย์ แสนธุปี ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวทีนิวส์ จ.บุรีรัมย์
