- 26 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
(26 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานนี้ (25 พ.ค.) นายสมนึก พรหมเขียว ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ ห้องประชุมศรีปราชญ์ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาราคากุ้งขาวแวนาไมในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน สถานการณ์ไม้ผล การขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน ฯลฯ นายสุริยันต์ บุญญานุกูล เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานผลการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน จังหวัดนครศรีธรรมราชของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน 2 กรอบ ผ่านแผนงานยุทธศาสตร์ 2 แผนงาน รวมทั้งสิ้น 11 โครงการ เกษตรกรเข้าร่วมโครงการกว่า 4 แสนราย งบประมาณไม่น้อยกว่า 880 ล้านบาท ดังนี้
1) คนไทยไม่ทิ้งกัน แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต 2 โครงการ ประกอบด้วย.(1)โครงการเพิ่มทักษะอาชีพแก่เกษตรกรผู้ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรขณะนี้ 1,522,500 บาท เกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 4,130 ราย (2)โครงการจ้างแรงงานชลประทานสร้างรายได้แก่เกษตรกร งบประมาณ 4,600,000 บาท เกิดการจ้างแรงงานในพื้นที่ จำนวน 186 ราย
2) ชุมชนอยู่ดีมีสุข แผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคการเกษตร 9 โครงการ ได้แก่ (1)โครงการสร้างผายชะลอน้ำและจัดหาแหล่งน้ำชุม จำนวน 5 แห่ง พื้นที่ได้รับผลประโยชน์ 3 หมู่บ้าน 2 ตำบล งบประมาณ 308,500 บาท เกษตรกรมีรายได้จากการจ้างงาน จำนวน 100 ราย (2)โครงการพัฒนาโครงสร้างด้านแหล่งน้ำชลประทาน กิจกรรมการพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 3 แห่ง งบประมาณ 295,000 บาท พื้นที่รับประโยชน์ 92,285 ไร่ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ 14,611 ครัวเรือน และกิจกรรมการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำชลประทาน เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้ง จำนวน 98 แห่ง งบประมาณ 642,438,100 บาท (3)โครงการพัฒนาอาชีพชาวสวนยางรายย่อยเพื่อความยั่งยืน เป้าหมาย 12,000 ไร่ (ดำเนินการ 22 อำเภอ ยกเว้นอำเภอปากพนัง) มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว 714 ราย พื้นที่ 4,172 ไร่ งบสนับสนุนเบื้องต้น 41,720,000 บาท (4)โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี อบรมให้ความรู้เกษตรกร 60 ราย ในพื้นที่ ต.ไสหมาก อ.เชียรใหญ่ และ ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ งบประมาณ 111,000 บาท (5)โครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร กิจกรรมการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย 42,400 ราย สนับสนุนผ่านกลุ่มเกษตรกรในชุมชน 212 ชุมชนๆละ 300,000 บาท รวมเป็นเงิน 63,600,000 บาท จัดตั้งศูนย์ผลิตหัวเชื้อจุลทรีย์ ปม.1 จำนวน 2 แห่ง กิจกรรมอาสาปศุสัตว์เพื่อการพัฒนาอาชีพฯ 500 ราย และกิจกรรมการสร้างเครือข่ายกรผลิตชีวภัณฑ์ฯ 180 ราย งบประมาณ 879,301 บาท (6)โครงการส่งเสริมและพัฒนาอชีพเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกร (7)โครงการพัฒนาผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ จำนวน 50 ราย (8)โครงการเพิ่มศักยภาพการรวบรวมและการแปรรูปยางพาราในสถาบันเกษตรกร จำนวน 1 แห่ง (9) โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ 7 แห่ง ในพื้นที่ 6 อำเภอ งบประมาณ 125,173,500 บาท
สำหรับสถานการณ์ไม้ผล (เงาะ ,ทุเรียน ,มังคุด ,ลองกอง) ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายชาญชัย ศศิธร ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 ชี้แจงสาเหตุที่ผลผลิตของปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมากกว่าปีที่แล้ว สืบเนื่องมาจาก ปี 2560 ฝนตกชุกทำให้ไม้ผลแตกยอดอ่อน ติดผลน้อย ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้ต้นสมบูรณ์ ประกอบกับต้นปี 2561 ฝนทิ้งช่วง ทำให้ไม้ผลออกดอกดีกว่าปีที่ผ่านมา ผลผลิตในปีนี้จึงเพิ่มขึ้น โดยเงาะจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 20,460 ตัน ทุเรียน 30,919 ตัน มังคุด 48,642 ตัน และลองกอง 10,154 ตัน ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทำข้อมูลเอกภาพการประมาณการณ์ไม้ผลเศรษฐกิจล่วงหน้าปี 2561 ครั้งที่2 ของภาคใต้ ในวันที่ 31 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2661 นี้ ณ จังหวัดระนอง
นายจำนงค์ เพชรอนันต์ ผู้แทนเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งว่าขณะนี้มังคุดของจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกสู่ตลากบ้างแล้วในบางพื้นทีี่ แต่เป็นมังคุดแบบคละเกรด ราคาอยู่ที่ 80-90 บาท/กก. และจะทยอยออกสู่ตลาดเรื่อยๆประมาณ 8 เดือน จึงไม่น่าเป็นห่วงเรื่องมังคุดล้นตลาด ในส่วนของทุเรียนมีการกระจายตัวสู่ตลาดทั้งปี แต่เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกร จึงทำการประชาสัมพันธ์ให้ชาวสวนทุเรียนจำหน่ายทุเรียนคุณภาพ ห้ามตัดทุเรียนอ่อนจำหน่ายเด็ดขาด ส่วนลองกอง ซึ่งเป็นไม้ผลที่มีผลผลิตกระจุกตัวช่วงเดือนกันยายนนี้ เป็นสินค้าที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากผลผลิตจะออกช่วงเดียวกับลองกองของจังหวัดนราธิวาส แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้การอำนวยการของนายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้กำชับให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) จัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์ไม้ผลล้นตลาด/ราคาตกต่ำ ประกอบด้วย 5แนวทาง คือ 1)การจัดแสดงจำหน่ายไม้ผลโดยสมาคมไม้ผลนครศรีฯ ร่วมกับกลุ่มเกษตรกร 2)กรมส่งเสริมสหกรณ์ สนับสนุนงบประมาณตามโครงการเพิ่มศักยภาพการเชื่อมโยงเครือข่ายระบบการผลิตและการตลาดสินค้าสหกรณ์ (ศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ CDC) ให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราชวงเงิน 19 ล้านบาท เพื่อรับซื้อไม้ผลจากเครือข่ายสหกรณ์ 3)อบจ. จะสนับสนุนรถบรรทุกและน้ำมันเชื้อเพลิงในการกระจายสินค้าสู่ปลายทาง 4)ช่องทางการจำหน่ายที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราชจัดเตรียมไว้ และ5)หอการค้าจะช่วยสนับสนุนเทคโนโลยีและช่องทางการตลาด
แต่อย่างไรก็ตาม นางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช แจ้งในที่ประชุมถึงสถานการณ์ไม้ผลภาคตะวันออก ขณะนี้มีไม้ผลออกสู่ตลาดน้อย และไม่มีปัญหาด้านราคา ส่วนในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จากการสอบถามผ่านล้งซึ่งมีประมาณ 30-40ล้ง ให้ข้อมูลทิศทางเดียวกัน ว่าขนาดนี้ไม้ผลออกสู่ตลาดน้อย ในขณะที่ยอดสั่งสินค้าโดยเฉพาะประเทศเวียดนามมีสูง จึงคาดการณ์ว่าผลผลิตจะไม่ล้นตลาดตามที่กังวล
ส่วนผลการพิจารณาแนวทางให้การช่วยเหลือปัญหาราคากุ้งขาวแวนาไม ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นายธีระพงษ์ ไกรนรา ผู้แทนประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช รายงานผลการเปิดรับสมัครเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเข้าร่วมโครงการประชารัฐรักษาเสถียรภาพกุ้งขาวแวนาไม ปี 2561 ตั้งแต่ 14-18 พฤษภาคม มีเกษตรกรที่คุณสมบัติครบถ้วนสมัครเข้าร่วมโครงการแล้ว จำนวน 166 ราย ปริมาณกุ้งที่จะขายให้กับห้องเย็น จำนวน 931,610 กิโลกรัม โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ จะขายกุ้งภายใต้โครงการฯ ให้กับห้องเย็นซึ่งเป็นคู่ซื้อขายได้รายละไม่เกิน 6 ตัน ในราคานำตลาด เป็นระยะเวลา 60 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 23 กรกฎาคม 2561 โดยตั้งเป้าการรับซื้อปริมาณรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 10,000 ตัน แต่เนื่องจากปริมาณผลผลิตที่จะทำการซื้อขายภายใต้โครงการฯ กับห้องเย็นต่ำกว่าเป้าการรับซื้อที่กำหนดไว้ กรมประมงร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยได้หารือร่วมกัน ในการเพิ่มปริมาณการรับซื้อกุ้งเข้าสู่ห้องเย็น ***โดยจะเพิ่มการรับซื้อจากเดิมรายละ 6 ตัน เพิ่มเป็นรายละไม่เกิน 10 ตัน*** และยังคงยืนยันราคาการรับซื้อกุ้งตามขนาด ดังนี้
- กุ้งขาวแวนนาไม 40 ตัว/กก.รับซื้อหน้าฟาร์ม 170 บาท/กก. - กุ้งขาวแวนนาไม 50ตัว/กก.รับซื้อหน้าฟาร์ม 160 บาท/กก.- กุ้งขาวแวนนาไม 60ตัว/กก.รับซื้อหน้าฟาร์ม 145บาท/กก.- กุ้งขาวแวนนาไม 70ตัว/กก. รับซื้อหน้าฟาร์ม135บาท/กก. - กุ้งขาวแวนนาไม 80ตัว/กก. รับซื้อหน้าฟาร์ม130บาท/กก. -กุ้งขาวแวนนาไม 90 ตัว/กก.รับซื้อหน้าฟาร์ม125บาท/กก. - กุ้งขาวแวนนาไม100 ตัว/กก.รับซื้อหน้าฟาร์ม125บาท/กก.
นายสมนึก พรหมเขียว ประธานการประชุม มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกับอำเภอต่างๆ จัดช่องทางการจำหน่ายกุ้งผ่านตลาดประชารัฐ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งของจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างต่ิอเนื่อง โดยที่ผ่านมา จังหวัดนครศรีธรรมราชได้ร่วมกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง สงขลา-นครศรีธรรมราชประชุมหารือ จัดกิจกรรมจำหน่ายกุ้งราคาถูก และประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ จึงขอเชิญชวนข้าราชการและพี่น้องประชาชน ร่วมอุดหนุนเกษตรกร ซื้อกุ้งขาวสดคุณภาพ ได้รับการรับรอง GAP ณ ตลาดย้อนยุค อำเภอปากพนัง บริเวณหน้าเรือนจำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม 2561 นี้.
ขอบคุณภาพ สำนักงาน ปชส.นครศรีธรรมราช
ข่าว/ ยุทธนะ เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นครศรีธรรมราช
