- 26 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 26 พ.ค.61 นายภาคภูมิ ผ่านสำแดง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนทบปทุมธานี ได้ชี้แจงกรณีที่ชาวบ้านชุมชนบ้านมั่นคงเดินขบวนขับไล่และยืนหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากได้รับความเดือนร้อน หลังจากที่ชาวบ้านชุมชนบ้านมั่นคงนำโดย นางอรทิพา รอดรัศมี ประธานชุมชนบ้านมั่นคง เป็นแกนนำได้ยืนหนังสือ พร้อมรายชื่อชาวบ้านจำนวน 200 คน ที่เดือนร้อนจากการต้องการเดินสายไฟ ต่อท่อน้ำประปา รวมถึงพื้นผิวถนนชำรุดมีน้ำขังบางช่วง ถนนเป็นคลื่นทำให้รถจักรยานยนตร์มักเกิดอุบัติเหตุ โดยนายอำเภอลำลูกกาได้รับหนังสือเพื่อส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด
ด้าน นายภาคภูมิ ผ่านสำแดง ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนทบปทุมธานี กล่าวว่า หลังจากที่ทราบว่าชาวบ้านชุมชนบ้านมั่นคงได้ยืนหลังสื่อถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่ของตน จึงขอชี้แจงดังนี้
1.ถนนหน้าเทศบาลตำบลลำลูกกา เดิมเป็นถนนในความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลลำลูกกาเป็นถนนลาดยางกว้าง 5-6 เมตร ระยะทางประมาณ 2.750 กม. เนื่องจากเกินศักยภาพของเทศบาลที่จะดูแลก่อสร้างขยายผิวทาง เทศบาลตำบลลำลูกกาจึงได้ส่งมอบให้กรมทางหลวงชนบทมาดูแลตั้งแต่ปี 2555 และกรมได้ดำเนินการก่อสร้างยกระดับมาตรฐานทางเป็นผิวทางกว้าง 7 เมตรไหล่ทางข้างละ 2.0 เมตร รวมระยะทางประมาร 2.4 กม. พร้อมทางจักรยาน เป็นถนนที่ได้มาตรฐาน ประชาชนเดินทางด้วยความสะดวกปลอดภัย ส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 350 เมตรนั้นเป็นช่วงที่เขตทางแคบไม่สามารถที่จะดำเนินการขยายผิวทางได้ แขวงฯก็ได้บำรุงรักษาดูแลผิวทางให้เรียบไร้หลุมบ่ออยู่เป็นประจำ โดยได้ปูวัสดุแอสฟัลต์เสริมผิว รวมทั้งการแก้ไขซ่อมแซมหลุมบ่อทันทีหากพบความชำรุด ส่วนในกรณีที่ฝนตกมีน้ำท่วมขังไหล่ทางนั้น ทางแขวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตรวจสอบหาสาเหตุแล้วพบว่ามีบ้านเรือนอยู่สองข้างทางหนาแน่น มีการระบายน้ำลงท่อเดิมซึ่งเป็นท่อระบายน้ำที่ทางเทศบาลฯ วางไว้ ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน จึงได้ประสานท้องถิ่นใกล้เคียงให้มาช่วยดูดเลน ลอกท่อร่วมกับ จนท. ของแขวงฯ อยู่เป็นประจำ ซึ่งล่าสุดเมื่อตันเดือนพฤษภาคมก็ได้ดำเนินการลอกท่อ ดูดเลน ลงวัสดุเสริมข้างทางมิให้น้ำท่วมขังแล้ว ส่วนแผนงานในอนาคตก็จะสำรวจออกแบบเวนคืนที่ดินสองฝั่งเพื่อขยายผิวทางพร้อมวางท่อระบายน้ำใหม่ให้เป็นระบบแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
2.การวางท่อประปาในเขตทางนั้น หน่วยผู้เป็นเจ้าของโครงการจะต้องยื่นขออนุญาตก่อนดำเนินการ เพื่อให้ตรวจสอบแบบแปลนที่จะก่อสร้างก่อน โดยเป็นไปตามระเบียบขั้นตอนของทางราชการ ซึ่งแขวงก็ได้อนุญาตให้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. 2560 และทางผู้รับจ้างก็ได้ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่ต้นปี 2561
3.การปักเสาพาดสายในสายทางนั้น ทางแขวงยังไม่ได้รับเรื่องการขออนุญาตดำเนินการจากหน่วยใด ซึ่งก็ไม่ทราบว่าหน่วยใดรับผิดชอบเป็นเจ้าของเสาคอนกรีต (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ เทศบาลตำบลลำลูกกา) หากเสาไฟฟ้าหักโค่นเกิดความเสียหายแก่ทางราชการรวมทั้งประชาชนผู้ใช้ทางแล้ว หน่วยใดจะรับผิดชอบ ดังนั้นเมื่อเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ในวันที่ 23 พ.ค. 2561 จึงได้สอบถามผู้ที่กำลังปักเสาว่าหน่วยใดสั่งการให้ปักและได้รับใบอนุญาตหรือยัง ก็ไม่ได้รับคำตอบ จากนั้นผู้รับจ้างหยุดดำเนินการปักเสาแล้วก็ขับรถเครื่องจักรกลับไป ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2561 ทางการไฟฟ้าได้มาพบและรับเป็นเจ้าของงานแล้ว ซึ่งก็จะอนุโลมให้การไฟฟ้าดำเนินการต่อไปได้
4.กรณีถนนสายเลียบคลอง 7 ปัจจุบันอยู่ในระหว่างก่อสร้างขยายเป็นถนน 4 ช่องจราจร โดยผู้รับจ้างเข้าดำเนินการตามสัญญาตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 หากพบผิวทางเดิมชำรุดก็ได้แจ้งประสานให้ผู้รับจ้างเข้าซ่อมแซมแก้ไขอยู่เสมอ เช่นกรณีผิวทางเป็นร่องล้อบริเวณทางเชื่อม ทล.3312 ก็ได้ประสานให้ผู้รับจ้างเข้าแก้ไข ไสผิวเดิมออกแล้วปูทับด้วยปูวัสดุใหม่ให้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือน ก.พ. 2561
5.กรณีทางเชื่อมลงพื้นที่การเกษตร ในขณะก่อสร้างได้มีการเปิดทางลงให้กับเกษตรกรทุกรายแล้ว มิได้มีปัญหาการขึ้นลงเข้าออกพื้นที่นา แต่ปัญหาจะอยู่ที่รถเก็บเกี่ยวข้าวที่เป็นล้อเหล็กหรือล้อตีนตะขาบ ที่ทำให้ผิวทางชำรุด ซึ่งได้แนะนำให้เจ้าของรถมีการใช้วัสดุเช่นยางรถยนต์เก่ามารองก่อน เพื่อป้องกันมิให้ผิวทางชำรุด
อย่างไรก็ตามหากประชาชนพบเจอถนนทางหลวงชนบทในจังหวัดปทุมธานีชำรุดก็สามารถแจ้งโดยตรงที่เบอร์ ผอ. 0818341489 หรือ สายด่วน ทช. 1146 ด้วยความขอบพระคุณ
ภาพ/ข่าว : ธัชนนท์ พิริยะกุลชัย ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ปทุมธานี
