- 27 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
จากการดำเนินการภารกิจช่วยเหลือช้างป่าภูวัวที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อวานนี้ โดยการนำทีมของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี (รักษาการหัวหน้าชุดพญาเสือ) และนายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จ.บึงกาฬ นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว เจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง เจ้าหน้าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี และทีมสัตวแพทย์ จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดกำลังกว่า 30 นาย ออกติดตามพฤติกรรม และประเมินอาการบาดเจ็บ ของช้างป่า”ไอ้งาเดียว”ด้านขวา ที่มีอาการบาดเจ็บที่ขาหลังทั้งสองข้าง การเคลื่อนที่ของช้างค่อนข้างลำบาก คล้ายมีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรงและเรื้อรัง ซึ่งผลการปฏิบัติงานเมื่อวานไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากสภาพพื้นที่และสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยซึ่งอาจจะได้รับอันตรายทั้งเจ้าหน้าที่และช้างจึงยกเลิกภารกิจในเวลา15.00 น.ของวานนี้ แต่ยังมีชุดปฏิบัติการออกติดตามช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ห่างๆ ตลอดทั้งคืน
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช้ามืดวันนี้ 26 พ.ค.นายพิทักษ์ ยิ่งยง หัวหน้าเขตเขาเขียวเขาชมพู่ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ส่วนหน้าปฏิบัติการดักซุ่มยิงยาซึม ออกติดตามช้างป่าจนเวลาประมาณ 9.00 น.เจ้าหน้าที่ชุดแรกได้ปฏิบัติการยิงยาสลบช้างป่าได้สำเร็จและ ชุดที่2 โดยการนำของ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี (รักษาการหัวหน้าชุดพญาเสือ) พร้อมด้วยนายทวีป คำแพงเมือง หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว นำทีมแพทย์เข้าช่วยเหลือรักษาช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บโดยการทำความสะอาดบาดแผล3 จุด ที่บริเวณโคนหาง สะโพกขวาและข้อเท้า โดยได้ไห้น้ำเกลือ ยาแก้ปวดและยาฆ่าเชื้อ ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งสาเหตุของการบาดเจ็บทีมแพทย์ได้ลงความเห็นว่าเกิดจากการต่อสู้กันเองของช้างป่าเพื่อแย่งกันเป็นจ่าฝูง ซึ่งอาการบาดเจ็บของช้าง”ไอ้งาเดียว”อยู่ในระดับปานกลางถึงหนักซึ่งหลังจากที่ทำการรักษาช้างสามารถฟื้นตัวได้ดีหลังจากนี้จะไห้เจ้าหน้าที่ติดตามดูอาการของช้างอยู่ห่างๆ เพราะยาฆ่าเชื้อจะมีฤทธิ์อยู่ได้ ประมาณ 15 วัน
สัตว์แพทย์หญิงสุดากานต์ แก้วโชติ สัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานอนุรักษ์สัตว์ป่า กลุ่มงานเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าหัวหน้าทีมแพทย์กล่าว่าอาการบาดเจ็บของช้างอยู่ในระดับปานกลางถึงหนักในจุดที่น่าเป็นห่วงคือแผลที่ข้อเข่าด้านขวาซึ่งทำให้ช้างเดินขาลากและแผลบริเวณโคนหางซึ่งแรงกระแทกตรงโคนหางอาจจะเป็นไปได้ที่จะทำให้ช่วงเชิงกรานมีปัญหา ซึ่งวันนี้ได้ทำการล้างแผลและไห้ยาฆ่าเชื้อซึ่งยาตัวนี้จะออกฤทธิ์ได้นานถึง 2 สัปดาห์ และไห้ยาแก้ปวดลดอักเสบซึ่งจะออกฤทธิ์ได้เพียง 2-3 วัน และยาบำรุงโดยอัดยาให้เต็มที่กับน้ำหนักตัวของช้างประมาณ 6 – 7 ตัน เป็นช้างที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้การฟื้นตัวของช้างก็จะขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของช้างเอง โดยจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามดูอาการและพฤติกรรมของช้างต่อไป
ด้านนายนายชัยวัฒน์ กล่าวว่าปฏิบัติการในครั้งนี้ ประสพความสำเร็จด้วยดี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งช้างตัวนี้ที่ได้รับบาดเจ็บค่อนข้างมากจากการต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงเป็นจ่าฝูงและการบาดเจ็บเกิดจากถูกแทงด้วยงา เมื่อได้รับการรักษาแล้วสามารถฟื้นตัวได้ดี และต่อจากนี้จะไห้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัวเฝ้าติดตามดูอาการและรายงานผลให้ทราบทุกวัน
ภาพ/ข่าว นิธิศักดิ์ เศรษฐแสงศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.บึงกาฬ
