- 28 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 ที่โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จังหวัดตรัง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา หรือ สกอ. โดย ดร.อรสา ภาววิมล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเวทีให้นักวิจัยโชว์ผลงาน ต่อยอดสู่ชุมชนฐานราก และรัฐร่วมเอกชนในเชิงพาณิชย์ จัดประชุมวิชาการระดับชาติ “สานพลังเครือข่ายอุดมศึกษา เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” เดินหน้าขับเคลื่อนดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและยุทธศาสตร์ของกระทรวงศึกษาในการสนับสนุนการผลิตและพัฒนาคน เพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาประเทศและส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น โดยการนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและพัฒนา ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาถ่ายทอดทักษะความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่น เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิตและการจัดการเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ รายได้ และการพึ่งพาตนเอง ส่งผลต่อการสร้างความเข้มแข็งทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยมีเครือข่ายการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ 9 เครือข่ายเป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ และเพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานของอาจารย์
ทางด้าน ผศ.ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง กล่าวว่า การศึกษายุคใหม่ ในยุค 4.0 นั้น เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่เป็นเด็กที่ใฝ่รู้ใช้เทคโนโลยีเป็นหลัก การศึกษายุคใหม่ต้องให้เด็กมีการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้น การรู้การดำรงชีวิตจริง การลงมือปฏิบัติ ต้องแฮนด์ออนด์ ต้องสามารถปฏิบัติจริงได้ ต้องสามารถกล้าแสดงออก ต้องสร้างห้องเรียนที่เป็นโซเซียลแล็ปตามชุมชน กับผู้ประกอบการเพื่อดึงเด็กไปโซโล่กับชุมชนหรือทักษะการเรียนรู้จริง ๆ การเรียนที่มุ่งเน้นให้เด็กสัมฤทธิผลสร้างอาชีพตัวเองได้ เราไม่เน้นให้เด็กเป็นลูกจ้างเด็กสามารถเรียนรู้ขึ้นมา เด็กยุคใหม่สามารถกำหนดการเรียนการสอน หรือรายวิชากำหนดหลักที่ตนเองชอบความถนัดของตัวเองได้กำหนดอาชีพของตนเองขึ้นมา การศึกษายุคใหม่เราเรียกการศึกษาตลอดชีวิต มาเรียนรู้กลับไปทำงานและกลับมาเรียนรู้ใหม่ การให้ดีกรีวุฒิการศึกษาต้องเต็มไปด้วยการสร้างงานอาศัยเทคโนโลยีมากขึ้นและสร้างงานเต็มรูปแบบ
นอกจากนั้น ตนมองว่าในยุค 4.0 ในประเทศไทยภาคการเกษตรเด่นมากเป็นหนึ่งของโลก การผลิตที่มีคุณภาพสนองตอบความต้องการของประชากรโลกได้ แต่เราต้องมาจัดการองค์ความรู้ที่เรามีเช่น การวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการ และการผลิตให้ออกมาสม่ำเสมอ ไม่ใช่ผลิตออกมาจำนวนมากในครั้งคราวเดียวกัน ซึ่งเรามีอำนาจในการต่ำ เพราะฉะนั้นเราต้องจัดการรูปแบบใหม่ เกษตรกรต้องเป็นผู้จัดการผลผลิตตัวเองได้ มีการจัดการวัตถุดิบ มีการจัดการเรื่องแปรรูป การส่งจำหน่ายเองได้ ไม่ใช่พึ่งพาตัวตลาดกลางเพียงอย่างเดียว ดังนั้นเราอยากเห็นเกษตรกรวางแผนการผลิต สร้างแบรนด์ของตัวเอง แล้วนำสินค้าไปค้าขายในตลาดทั่วไปได้ โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงกระบวนการผลิต จัดการตัวแบรนด์ บรรจุภัณฑ์ วัตถุดิบเพื่อส่งตลาดที่กว้างมากขึ้นและมีคุณภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตามรั้วมหาลัยฯ มีความจำเป็นอย่างมาก ให้ชุมชนเกษตรกรรมเป็นห้องโซเซียลแล็ปของเด็กให้นักศึกษาหรืออาจารย์นำความรู้วิชาการที่เป็นนวัตกรรมทั้งหลายไปทำกับเกษตรกร ไปเรียนรู้จริง ใช้เทคนิคที่เรียนมาไปต่อยอด เช่น เอาเทคโนโลยีไปทำเกษตรกรรม วางแผนเรื่องวิศวฟาร์ม เป็นสมาร์ทเฟตเชอรี่ เป็นแฮรีแค็ปเจอร์สมาร์ท สามารถทำให้เด็กนักศึกษาไปแก้ปัญหาได้ สามารถเรียนรู้ว่าตัวเองสามารถออกแบบนวัตกรรมแบบรุ่นใหม่ ใช้พื้นที่น้อย ผลิตได้มากและมีคุณภาพ
ภาพ/ข่าว ถนอมศักดิ์ หนูนุ่ม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.ตรัง
