- 29 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 29 พ.ค.61 ที่ห้องปฎิบัติการสายตรวจ งานป้องกันปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พ.ต.ท.ณัฏฐ์ วิลัยรัตน์ สวป.สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามถึงคลิปที่เผยแพร่ในโซเชียลจากเฟสบุ้ค Thana Ninvimut ว่า" จะทำอะไรก็คิดดีๆชีวิตยังอีกยาว #นานๆจู๊คทีหมดแรง ข้อมูล :ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุรัตนาฯ ว่ามีเหตุหญิงพยายามจะกระโดดสะพานพระนั่งเกล้าตัวเก่าฝั่งด้านขาเข้า จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบหญิงกำลังจะกระโดดตัวลงแม่น้ำ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้วิ่งเข้าช่วยเหลือได้คว้าตัวหญิงดังกล่าว ไว้ได้ทันท่วงที" โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 28 พ.ค.61
จากการสอบถามรายละเอียดในวันเกิดเหตุ สายตรวจรถจักรยานยนต์ งานป้องกันปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ ขณะออกตรวจพื้นที่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุรัตนาธิเบศร์ ว่ามีเหตุหญิงพยายามจะกระโดดสะพานพระนั่งเกล้าตัวเก่าฝั่งด้านขาเข้า ส.ต.ต.ธนา นิลวิมุต และส.ต.ท.อดิศักดิ์ จำปาแก้ว ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบหญิงกำลังจะกระโดดตัวลงแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมี ส.ต.ต.ธนา นิลวิมุต ได้วิ่งเข้าข้ามถนนไปช่วยเหลือได้คว้าตัวหญิงดังกล่าวไว้ได้ทันท่วงที จากนั้นก็ได้ช่วยกันนำหญิงดังกล่าวขึ้นมาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และได้ช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้หญิงดังกล่าวได้ผ่อนคลายและได้พาตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จากนั้นได้นำหญิงดังกล่าวส่ง รพ.พระนั่งเกล้า ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.ศดานันท์ เพ็ญแก้ว อายุ 27 ปี ที่อยู่ตามบัตร 72/5 หมู่ 1 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งสาเหตุเกิดจากปัญหาครอบครัว
ส.ต.ท.อดิศักดิ์ จำปาแก้ว(คนขับ) ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตนปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่หน้า รพ.พระนั่งเกล้า ถนนนนทบุรี1 ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่ามีหญิงพยายามกระโดดสะพานพระนั่งเกล้าตัวเก่า จึงได้รีบขับรถจยย.ไปที่เกิดเหตุ แต่พบว่าหญิงดังกล่าวอยู่ฝั่งตรงข้ามและออกไปอยู่นอกเขตราวกั้นแล้ว จึงได้จอดรถกลางสะพานและให้น้องที่ซ้อมรีบข้ามถนนไปช่วยเหลือ ถ้ายูเทรินน่าจะช้ากว่านี้ ซึ่งขณะนั้นมีรถเป็นจำนวนมากแต่ก็ต้องข้ามไปให้เร็วที่สุด ส.ต.ต.ธนา นิลวิมุต (คนซ้อน) ผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ กล่าวว่า ตนเห็นน้องผู้หญิงอยู่นอกรั้วสะพาน มีมือจับราวอยู่ข้างเดียวแต่น้องเขามองไม่เห็นตน ถ้าเขาหันมาเขาจะกระโดด ตนจึงได้รีบคว้าที่เสื้อเพราะน้องเป็นผู้หญิงจึงไม่อยากถูกตัวน้อง ขณะข้ามมีรถเป็นจำนวนมากตนก็กลัวอันตรายแต่ก็พอวิ่งข้ามไปก็มีรถชะลออยู่บ้าง ขณะไปถึงน้องเขาร้องไห้อยู่ ตนต้องรีบเอาตัวเข้ามาด้านในให้ได้
ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ จันทจิต รอง สวป. หัวหน้าชุดงานป้องกันปราบปราม กล่าวว่า หลังจากปฎิบัติหน้าที่ต้องนำภาพจากกล้องมาเก็บไว้ที่เซิฟเวอร์ของโรงพัก เพื่อนำไปวิเคราะห์เห็นและเป็นข้อมูล ส่วนใหญ่จากที่ตรวจสอบเหตุใหญ่ๆไม่ค่อยมี มีเหตุการณ์ทะเลาะกันและรถชนทั่วไป ทางผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ติดกล้องที่หมวกทุกนาย มันมีประโยชน์มากที่สุดทั้งกับผู้ปฏิบัติงานและมีประโยชน์ในการวางแผนป้องกันอันตรายในการเข้าระงับเหตุ งบประมาณที่ได้มาเรื่องกล้องเป็นงบของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภาพ/ข่าว วสันต์ ลือประดิษฐ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.นนทบุรี
