- 30 พ.ค. 2561
ติดตามข่าวสารได้ที่ www.tnews.co.th
เมื่อเช้าวันนี้ ( 30 พ.ค. 61 ) ที่บริเวณทุ่งนา บ้านดงขวาง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้มีบรรดาญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกฟ้าผ่าเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ ได้พากันมาทำพิธีเรียกวิญญาณของผู้เสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ ข้างที่นาของผู้เสียชีวิต ตามความเชื่อโบราณที่คนในหมู่บ้านนี้มักจะทำกันเมื่อมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าสลด และเสียงร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจของบรรดาญาติพี่น้องผู้สูญเสีย
โดยเหตุการณ์ฟ้าผ่าจนมีผู้เสียชีวิตนี้ ได้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (29 พ.ค. 61 ) ที่บริเวณทุ่งนาทางด้านทิศตะวันตกติดกับหมู่บ้าน ในเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ก็คือนายสริภพ พิมกรณ์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/1 หมู่ที่ 9 บ้านดงขวาง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในขณะเกิดเหตุนั้น ตนนั่งอยู่หน้าบ้านใกล้ๆกับทุ่งนาของผู้เสียชีวิต ในขณะนั้นท้องฟ้ามืดครึมเหมือนฝนจะตก และมีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ สักพักก็ได้ยินเสียงฟ้าผ่าเสียงดังสนั่นลั่นทุ่งนา มองเห็นแสงไฟลุกและมีควันไฟพวยพุ่งขึ้นในบริเวณที่นาผู้ของเสียชีวิต แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่าฟ้าจะผ่าคน จนกระทั่งเห็นนางใบซึ่งเป็นป้าของผู้เสียชีวิต เดินออกไปตามหาหลาน และต่อมาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้วิ่งออกไปช่วย ก็ได้พบร่างของผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าแน่นิ่งอยู่ที่บริเวณข้างคันนา จนกระทั่งต่อมาคนในหมู่บ้านทราบเรื่อง ก็ได้ออกมาช่วยกัน แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้
โดยผู้ที่ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตในครั้งนี้ก็คือ น.ส.หัทยา ชัยฤทธิ์ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 9 บ้านดงขวาง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เป็นครูสอนอยู่ศูนย์เด็กเล็กบ้านดงตาล ในตำแหน่งครูอัตราจ้างตั้งแต่ปี 51 โดยสภาพถูกฟ้าผ่ามีรอยไหม้ตามร่างกายเป็นทางยาว ในมือยังกำพวงกุญแจรถมอเตอร์ไซด์ไว้แน่น ซึ่งทุกคนต่างเชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุของการถูกฟ้าผ่าในครั้งนี้ เนื่องจากในบริเวณที่ถูกฟ้าผ่า เป็นบริเวณที่โล่งกลางทุ่งนา
นางใบ พันธุ์งาม อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132 หมู่ที่ 9 บ.ดงขวาง ต.ยางสว่าง อ.รัตนบุรี ซึ่งเป็นป้าของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่า น.ส.หัทยาผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นหลาน พ่อและแม่เสียชีวิตหมดแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับครอบครัวสามี มีลูกด้วยกัน 4 คน น.ส.หัทยาเป็นคนขยัน โดยทุกๆวันหลังเลิกสอนเด็กหรือวันหยุด ก็จะออกไปทุ่งนาไปหาเก็บวัชพืชต่างๆออกจากนาข้าวอยู่เป็นประจำ ซึ่งก่อนเกิดเหตุนั้นเป็นวันหยุดวันวิสาขบูชา เขาก็ได้ขับรถมอเตอร์ไชค์ออกไปเก็บก่อหญ้าออกจากนาข้าวเหมือนเช่นทุกวันในช่วงเวลาบ่าย 3 โมง ซึ่งในช่วงนั้นท้องฟ้ากำลังมืดครึ้มคล้ายฝนกำลังจะตก และมีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะๆ จากนั้นไม่นานก็ได้มีเสียงฟ้าผ่าลงบริเวณทุ่งนาทางด้านทิศตะวันตกของหมู่บ้าน ตรงบริเวณที่นาของหลาน ตนเลยเอะใจ และเมื่อเวลาผ่านไปนาน ไม่เห็นหลานกลับมาบ้าน จึงได้ออกตามไปดูที่ทุ่งนา ก็เห็นหลานนอนแน่นิ่งคว่ำหน้าอยู่ข้างๆคันนา โดยในมือยังกำพวงกุญแจรถมอเตอร์ไชค์ไว้แน่น จึงได้ตะโกนเรียกให้คนมาช่วย แต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน เพราะหลานได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้แล้ว
ซึ่งจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ก็ได้มีชาวบ้านต่างพากันเล่าลือถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า ก่อนหน้านี้ก็ได้มีเหตุการณ์คล้ายๆกับเป็นลางสังหรณ์เกิดขึ้น คือทางบ้านของผู้เสียชีวิต พึ่งจะทำบุญหลานที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มที่จังหวัดระยอง และได้นำศพมาเผาที่บ้านเกิดที่บ้านดงตาล และก็เพิ่งจะเสร็จงานได้เพียงแค่วันเดียว ซึ่งญาติพี่น้องที่มาร่วมงาน บางรายยังเดินทางกลับไปไม่ถึงกรุงเทพฯเลย แต่ก็ต้องกลับมางานศพนี้อีก ซึ่งเรื่องที่ชาวบ้านต่างพูดชวนขนหัวลุกก็คือ หลังจากเสร็จงานศพหลานของผู้เสียชีวิต ในช่วงที่กำลังจัดเก็บเต็นท์ถ้วยจานต่างๆเพื่อส่งคืนวัด ก็ได้มีญาติบางคน นำเอาประทัดที่หลงเหลือจากงานศพของหลานผู้เสียชีวิตมาจุดเล่น ซึ่งชาวบ้านต่างก็ได้พูดเตือนว่า ระวังจะเป็นลางไม่ดี จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ขึ้น ซึ่งทำให้ชาวบ้านต่างก็เล่าลือกันไปต่างๆนาๆ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นอย่างมาก
ภาพ / ข่าว บุญเรือง เกษรจันทร์ ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์
เรียบเรียง / ชูชัย ดำรงสันติสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาค สำนักข่าวทีนิวส์ จ.สุรินทร์
